เครือข่ายเศรษฐกิจหมุนเวียน (Thailand Circular Economy Network) ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงสำคัญของประเทศ ด้วยการร่วมลงชื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติเศรษฐกิจหมุนเวียน ผ่านระบบเข้าชื่อเสนอกฎหมายภาคประชาชน
ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านการจัดการทรัพยากร ขยะ และปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน การผลักดันกฎหมายเศรษฐกิจหมุนเวียนจึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการเกิดขยะ เพิ่มประสิทธิภาพการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ และสร้างระบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวยังมีเป้าหมายในการเพิ่มสิทธิและทางเลือกให้แก่ผู้บริโภค ทั้งในด้านสุขภาพ สิทธิในการซ่อมแซมสินค้า (Right to Repair) การลดภาระค่าใช้จ่าย และการส่งเสริมการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco Design) ซึ่งจะช่วยลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-waste) และสร้างประโยชน์ต่อสังคม
เครือข่ายเศรษฐกิจหมุนเวียนตั้งเป้าหมายรวบรวมรายชื่อผู้สนับสนุนให้ได้มากกว่า 100,000 รายชื่อ เพื่อสะท้อนพลังของประชาชนที่ต้องการเห็นประเทศไทยก้าวสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน และไม่ตกขบวนการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต ร่วมเป็นขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน

ผู้สนใจสามารถร่วมลงชื่อสนับสนุนร่างกฎหมายได้ที่
https://einitiative.parliament.go.th/
พร้อมศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครือข่ายเศรษฐกิจหมุนเวียนและร่างกฎหมายได้ที่
https://thailandcenetwork.org/
● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
– จากขยะสู่โอกาส – การผลักดันร่างกฎหมาย ‘เศรษฐกิจหมุนเวียน’ บนหลักความรับผิดชอบของผู้ผลิต สนทนากับ ดร.สุจิตรา วาสนาดำรงดี
– รายงาน Circularity Gap 2025 เผยอัตรา ‘เศรษฐกิจหมุนเวียน’ ลดเหลือ 6.9% แนะภาครัฐ-เอกชนปรับทิศทางสู่การใช้ทรัพยากรที่ยั่งยืน
– เครือข่าย Thailand Circular Economy ดันร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจหมุนเวียน แก้ขยะล้นประเทศ รับมือวิกฤตพลาสติกโลก
ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
– (11.6) ลดผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อมต่อหัวประชากรในเขตเมือง รวมถึงการให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อการจัดการคุณภาพอากาศ การจัดการของเสียของเทศบาล และการจัดการของเสียอื่น ๆ ภายในปี 2573
#SDG12 การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
– (12.2) บรรลุการจัดการที่ยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ภายในปี 2573
– (12.4) บรรลุการจัดการสารเคมีและของเสียทุกชนิดตลอดวงจรชีวิตของสิ่งเหล่านั้นด้วยวิธีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศที่ตกลงกันแล้ว และลดการปลดปล่อยสิ่งเหล่านั้นออกสู่อากาศ น้ำ และดินอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อจะลดผลกระทบทางลบต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุดภายในปี 2563
– (12.5) ภายในปี 2573 จะต้องลดการเกิดของเสียโดยให้มีการป้องกัน การลดการแปรรูป เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ และการนำกลับมาใช้ซ้ำ
– (12.6) สนับสนุนให้บริษัท โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติและบริษัทขนาดใหญ่ รับแนวปฏิบัติที่ยั่งยืนไปใช้ และผนวกข้อมูลด้านความยั่งยืนลงวงจรการรายงานของบริษัทเหล่านั้น
#SDG17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
– (17.17) สนับสนุนและส่งเสริมหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาครัฐ-ภาคเอกชน และประชาสังคม สร้างบนประสบการณ์และกลยุทธ์ด้านทรัพยากรของหุ้นส่วน