ภูมิภาคเอเชียกำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนบรรจุภัณฑ์พลาสติกครั้งใหญ่ในรอบหลายปี ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมเร่งปรับตัวหันไปใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นเพื่อความอยู่รอด สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดในอิหร่านที่กระทบต่อห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้ ราคาพลาสติกได้ปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี จากข้อจำกัดด้านการขนส่งวัตถุดิบอย่างน้ำมันและปิโตรเคมี ทางบริษัท Yonwoo ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอางจากเกาหลีใต้ ออกมาเผยว่าส่งผลให้ความสนใจต่อบรรจุภัณฑ์กระดาษเพิ่มขึ้นราว 3 เท่า
เอเชียไม่เพียงพึ่งพาวัตถุดิบจากตะวันออกกลางในระดับสูง แต่ยังมีการใช้พลาสติกอย่างมากในชีวิตประจำวันและภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะในจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามข้อมูลของ OECD ระบุว่าปริมาณการใช้พลาสติกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพิ่มขึ้นจาก 17 ล้านตันในปี 2533 เป็น 152 ล้านตันในปี 2565 หรือเพิ่มขึ้นราว 900% ภายในระยะเวลา 32 ปี นอกจากนี้ ภูมิภาคนี้ยังเป็นแหล่งของขยะพลาสติกที่รั่วไหลสู่สิ่งแวดล้อมมากกว่าหนึ่งในสามของทั้งโลก ซึ่งสาเหตุมาจากระบบการจัดการขยะที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในประเทศที่มีรายได้น้อยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่มีการผลิตและใช้พลาสติกต่อหัวสูงเป็นอันดับรองจากสหรัฐอเมริกา ผู้ค้าส่งเริ่มออกมาเตือนถึงความเสี่ยงของการขาดแคลนถาดและถุงพลาสติก โดย เคนสุเกะ ทาคาฮาชิ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของซูเปอร์มาร์เก็ต Marutake ในจังหวัดไซตามะ ระบุว่า “ตอนนี้เราต้องมาหารือกันแล้วว่าจะขายสินค้าอย่างไร หากไม่มีถาดให้ใช้อีกต่อไป เป็นเรื่องน่ากังวลมาก และยังไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป” เช่นเดียวกับผู้ผลิตถุงพลาสติกและฟิล์มห่ออาหารในญี่ปุ่นอย่าง Mitsubishi Chemical และ Sanipak ระบุว่าจะปรับขึ้นราคาสินค้าบางรายการราว 30% ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้นตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง จะเห็นได้ว่าผลกระทบดังกล่าวลุกลามเป็นลูกโซ่ โดยการขาดแคลนบรรจุภัณฑ์พลาสติกเริ่มส่งผลต่ออุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มอย่างชัดเจน
ขณะที่ในเกาหลีใต้ คิม มินซัง ผู้จัดการอาวุโสของ Kolmar Korea ระบุว่าช่วงแรกความสนใจในบรรจุภัณฑ์ทางเลือกมาจากบริษัทที่ให้ความสำคัญด้านความยั่งยืนเท่านั้น แต่หากปัญหาพลาสติกยังยืดเยื้อ ความต้องการก็มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีก โดยบริษัทซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ให้กับแบรนด์ระดับโลกอย่าง L’Oréal ได้รับการสอบถามจำนวนมากเกี่ยวกับเรื่อง “หลอดกระดาษ” สำหรับบรรจุผลิตภัณฑ์ เช่น ครีมกันแดดและโลชั่น ซึ่งใช้พลาสติกเพียงประมาณ 20% เมื่อเทียบกับบรรจุภัณฑ์แบบเดิม
สาเหตุหลักของวิกฤตครั้งนี้ มาจากการปิดเส้นทางขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการลำเลียงน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีของโลก ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งและมาตรการคว่ำบาตรทางการค้า ส่งผลให้อุปทานของแนฟทา (Naphtha) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับการผลิตเม็ดพลาสติกประเภทโพลิเอทิลีน และโพลิโพรพิลีนหดตัวลงอย่างฉับพลันในตลาดโลก ทำให้ราคาเม็ดพลาสติกในตลาดเอเชียปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ต่างออกมาเตือนภาวะขาดแคลนวัตถุดิบ และในบางกรณีจำเป็นต้องชะลอหรือหยุดการผลิตชั่วคราวเหตุต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลาสติก ผู้ประกอบการจำนวนมากเริ่มปรับกลยุทธ์ โดยหันมาใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แนวโน้มสำคัญที่เห็นได้ชัดคือการเติบโตของบรรจุภัณฑ์ทางเลือก โดยเฉพาะวัสดุจากกระดาษและวัสดุชีวภาพ ซึ่งมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับกรณีของ Kolmar Korea ที่ได้รับความสนใจในบรรจุภัณฑ์หลอดกระดาษมากขึ้น ทั้งนี้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ก็ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในภาคธุรกิจ โดยผู้ประกอบการหันมาให้ความสำคัญกับการใช้บรรจุภัณฑ์แบบใช้ซ้ำและการรีไซเคิลมากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว และเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนนี้
● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
– เครือข่าย Thailand Circular Economy ดันร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจหมุนเวียน แก้ขยะล้นประเทศ รับมือวิกฤตพลาสติกโลก
– จากขยะสู่โอกาส – การผลักดันร่างกฎหมาย ‘เศรษฐกิจหมุนเวียน’ บนหลักความรับผิดชอบของผู้ผลิต สนทนากับ ดร.สุจิตรา วาสนาดำรงดี
– รายงาน Circularity Gap 2025 เผยอัตรา ‘เศรษฐกิจหมุนเวียน’ ลดเหลือ 6.9% แนะภาครัฐ-เอกชนปรับทิศทางสู่การใช้ทรัพยากรที่ยั่งยืน
– World Bank เผยปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจไทย ยังน่าห่วงเผชิญภาวะหยุดชะงัก – พร้อมชี้เศรษฐกิจหมุนเวียนคือหนึ่งในทางออก
– มาเลเซียมุ่งผันตัวจากแหล่งทิ้งขยะของประเทศพัฒนาแล้ว เป็นผู้นำประเทศกำลังพัฒนาด้าน ‘ขยะเป็นศูนย์’ ด้วยหลักความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิต (EPR)
ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
– (11.6) ลดผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อมต่อหัวประชากรในเขตเมือง รวมถึงการให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อการจัดการคุณภาพอากาศ การจัดการของเสียของเทศบาล และการจัดการของเสียอื่น ๆ ภายในปี 2573
#SDG12 การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
– (12.2) บรรลุการจัดการที่ยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ภายในปี 2573
– (12.4) บรรลุการจัดการสารเคมีและของเสียทุกชนิดตลอดวงจรชีวิตของสิ่งเหล่านั้นด้วยวิธีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศที่ตกลงกันแล้ว และลดการปลดปล่อยสิ่งเหล่านั้นออกสู่อากาศ น้ำ และดินอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อจะลดผลกระทบทางลบต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุดภายในปี 2563
– (12.5) ภายในปี 2573 จะต้องลดการเกิดของเสียโดยให้มีการป้องกัน การลดการแปรรูป เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ และการนำกลับมาใช้ซ้ำ
– (12.6) สนับสนุนให้บริษัท โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติและบริษัทขนาดใหญ่ รับแนวปฏิบัติที่ยั่งยืนไปใช้ และผนวกข้อมูลด้านความยั่งยืนลงวงจรการรายงานของบริษัทเหล่านั้น
แหล่งที่มา :
– Iran war promises green edge for Asia as plastic packaging runs short (Reuters)
– โดมิโนสงคราม “ปิดฮอร์มุซ” เจาะลึกผลกระทบที่สะเทือนถึงจานข้าวคนทั้งโลก (Thai PBS News)
– Global Plastics Outlook (OECD)

