Site icon SDG Move

ArcelorMittal ผู้ผลิตเหล็กชั้นนำ จะเริ่มผลิตเหล็กในสเปนที่ปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์เป็นที่แรกของโลกภายในปี 2568

บรรษัทข้ามชาติผู้ผลิตเหล็กชั้นนำอันดับ 2 ของโลก ArcelorMittal จะเริ่มกระบวนการผลิตเหล็กตลอดทั้งวงจรในเมือง Sestao ของสเปน แบบ ‘ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์’ ให้ได้เป็นที่แรกของโลกภายในปี 2568 (2025) หลังจากที่เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (MoU) ร่วมลงทุนกับทางรัฐบาลสเปน

การเดินหน้าของบริษัทชั้นนำในครั้งนี้มีนัยสำคัญ เพราะ ArcelorMittal ผลิตเหล็กคิดเป็น 5% ของอุปทานเหล็กทั้งหมดในโลก และยังเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่มามากกว่าทศวรรษ ขณะเดียวกัน กระบวนการผลิตเหล็กที่ได้ทั้งหมดมากกว่า 1.8 พันล้านตันต่อปี เป็นการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 7-8% ของการปล่อยก๊าซประเภทที่มาจากกิจกรรมของมนุษย์ทั้งหมด นั่นหมายความว่า อุตสาหกรรมการผลิตเหล็กถือเป็นอีกหนึ่งภาคส่วนสำคัญในการนำหน้าเพื่อบรรลุเป้าหมายของโลกด้านการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดเป็นศูนย์ภายในปี 2593 (2050)

บริษัท ArcelorMittal

ตัวโรงผลิตเหล็ก 2 แห่งของ ArcelorMittal ในเมือง Gijón และ Sestao ได้แสดงให้เห็นผลลัพธ์ของกระบวนการผลิตเหล็กที่แตกต่างกัน โดยโรงผลิตเหล็กในเมือง Gijón ยังคงเป็นแบบดั้งเดิม อาทิ ขั้นตอนของเตาหลอมที่ใช้ถ่านหินและมีการใช้สารเคมีเพื่อเปลี่ยนรูปแร่โลหะให้เป็นเหล็ก แต่ก็ทำให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากเป็น 2 เท่าต่อเหล็กที่ได้ทุก ๆ 1 ตัน ขณะที่โรงผลิตเหล็กในเมือง Sestao เป็นการผลิตโดยเตาหลอมที่ใช้ไฟฟ้า อย่างไรก็ดี แม้ว่ากระบวนการผลิตจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่าเมือง Gijón แต่ด้วยความที่แหล่งไฟฟ้าที่ใช้ไม่ใช่พลังงานไฟฟ้าหมุนเวียน ทำให้ยังคงปล่อยก๊าซเฉลี่ยที่ 0.6 ตันต่อเหล็กที่ได้ทุก ๆ 1 ตันอยู่ดี

จึงเป็นความมุ่งมั่นของ ArcelorMittal ที่จะใช้งบประมาณมากกว่า 1 พันล้านยูโรลงทุนกับการลดรอยเท้าคาร์บอน (carbon footprint) ลง โดยจะสร้างเตาไฟฟ้าแบบไฮบริดที่ใช้กระแสไฟฟ้าหมุนเวียน และใช้แหล่งพลังงานจากไฟฟ้าสะอาดและไฮโดรเจนสีเขียว (green hydrogen) เข้ามาแทนที่กระบวนการผลิตเหล็กแบบเดิมโดยเฉพาะในขั้นตอนหลัก ๆ ของกระบวนการผลิตที่ประเมินแล้วว่าจะก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณมาก

อนึ่ง การปรับเปลี่ยนดังกล่าวจะต้องพึ่งพางบประมาณจากภาครัฐค่อนข้างมหาศาล หรือที่ประมาณ 500 ล้านยูโร อีกทั้งการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ซึ่งใช้พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานไฮโดรเจนในการแยกไฮโดรเจนออกจากน้ำ (electrolysis) รวมถึงการสร้างท่อส่งไฮโดรเจนซึ่งเป็นส่วนสำคัญยิ่งที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซได้สำเร็จนั้น จะต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างเต็มที่ด้วย ทั้งนี้ ก็เพื่อให้สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปีได้น้อยลงหรือเป็นศูนย์จากระดับเดิม

อ่านเกี่ยวกับการใช้พลังงานจากไฮโดรเจนเพิ่มเติม ที่
Enel Green Power บริษัทพลังงานชั้นนำระดับโลก จะเริ่มใช้ ‘ไฮโดรเจนสีเขียว’ ในการผลิตเซรามิคจากแคว้นบาเลนเซียของสเปนเป็นครั้งแรก
อีกหนึ่งก้าวที่บริษัทเดินหน้าสู่ ‘ไฮโดรเจนสีเขียว’ เมื่อบริษัทเดนมาร์ก ลงนาม MOU กับบริษัทเกาหลีใต้ ศึกษา-ผลิตพลังงานสะอาดในเมืองอินชอน

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG7 พลังงานสะอาด
-(7.2) เพิ่มสัดส่วนของพลังงานทดแทนในการผสมผสานการใช้พลังงานของโลก ภายในปี 2573
-(7.a) ยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศในการอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงการวิจัยและเทคโนโลยีพลังงานที่สะอาด โดยรวมถึงพลังงานทดแทน ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และเทคโนโลยีเชื้อเพลิงฟอสซิลชั้นสูงและสะอาด และสนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเทคโนโลยีพลังงานที่สะอาด ภายในปี 2573
#SDG12 การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
-(12.6) สนับสนุนให้บริษัท โดยฉพาะบริษัทข้ามชาติและบริษัทขนาดใหญ่ รับแนวปฏิบัติที่ยั่งยืนไปใช้
โดยความพยายามลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์เกี่ยวข้องกับการลดสาเหตุของ#SDG13 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

แหล่งที่มา:
World’s 2nd-largest steel producer to begin making green steel by 2025 (newatlas)
Decarbonising our Spanish operations (ArcelorMittal)

Author

  • Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

Exit mobile version