Site icon SDG Move

‘Wellness Tourism’ เติบโตต่อเนื่อง แต่แรงงานในธุรกิจนี้ยังต้องเผชิญการจ้างงานที่ขาดมาตรฐานและลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (wellness tourism) กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นรีทรีตโยคะในบาหลี การพักผ่อนแบบงดหรือลดการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นการชั่วคราวในป่าฝน หรือการไปพักผ่อนบนเกาะหรูเพื่อ “ค้นหาตัวเอง” 

กระแสดังกล่าวทำให้การเดินทางในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงแค่การถ่ายเซลฟี่ริมชายหาดหรือหน้าสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ อีกต่อไป แต่นักท่องเที่ยวยุคนี้ต้องการลงทุนในกิจกรรมที่มุ่งเน้นการพัฒนาสุขภาพจิต จิตวิญญาณ และร่างกาย ซึ่งพวกเขายินดีจ่ายเงินเพื่อประสบการณ์เหล่านี้ 

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าการใช้จ่ายทั่วโลกในการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพจะมีมูลค่าแตะ 8.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2570 และการใช้จ่ายในภาคนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่า ภายในปี 2578 ขณะที่สมาคมการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ (Wellness Tourism Association) ระบุว่า 90% ของนักท่องเที่ยวเปิดเผยว่ากิจกรรมสุขภาพเป็นส่วนสำคัญของแผนการเดินทางของพวกเขา

อย่างไรก็ดี การเติบโตของธุรกิจประเภทนี้ก็มีประเด็นน่ากังวลที่ต้องจับตา เพราะขณะที่นักท่องเที่ยวแสวงหาความสงบ แรงงานในอุตสาหกรรมนี้กลับถูกมองข้าม โดยเฉพาะนักนวดบำบัด พนักงานสปา ครูสอนโยคะ และเจ้าของรีทรีต ที่ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง แรงงานข้ามชาติ และแรงงานจากประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งมักต้องเผชิญสภาพการทำงานที่ไม่ได้มาตรฐานและขาดการเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

รายงานฉบับใหม่ชื่อ “In Decent or Dirty Work?” ได้สำรวจศึกษาประเด็นที่มักถูกมองข้ามในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อเสนอแนวทางการแก้ไขและเปลี่ยน ‘งานที่สกปรก’ เป็น ‘งานที่มีคุณค่า’ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ 

ข้อค้นพบที่น่าสนใจซึ่งปรากฏในรายงานข้างต้น เช่น 

รายงานยังเสนอแนวทางจัดการกับปัญหาข้างต้น ได้แก่  

  1. ระดับบุคคล: แรงงานต้องได้รับการเสริมพลัง แรงงานที่มีความผูกพันกับงานจะได้รับความพึงพอใจส่วนตัวจากการช่วยเหลือลูกค้าด้านสุขภาพและการพักผ่อน แรงงานที่มีความสุข จึงหมายถึงลูกค้าที่มีความสุขและคุณภาพงานที่ดีกว่า อย่างไรก็ดี พนักงานควรได้รับการสนับสนุนจากภายนอกเพื่อช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานด้วย เช่น การที่ผู้บริหารเน้นย้ำถึงคุณค่าของพนักงานที่มีต่อธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ สามารถช่วยเสริมสร้างความรู้สึกภาคภูมิใจในตนเองของพนักงานได้ นอกจากนี้ การปกป้องพนักงานจากภัยคุกคามต่าง ๆ เช่น คำขอที่ไม่เหมาะสมจากลูกค้า ก็เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ปลอดภัยและมีเกียรติ
  2. ระดับมหภาค: นโยบาย โครงสร้างทางสังคม และการรับรู้ของสาธารณะ ล้วนมีอิทธิพลต่อการกำหนดว่างานบริการด้านสุขภาพมีคุณค่าอย่างไร หากไม่มีการรับรองวิชาชีพหรือการยอมรับ งานเหล่านี้จะยังคงถูกประเมินคุณค่าต่ำ จึงจำเป็นต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง เช่น การปฏิรูปของรัฐบาลและแคมเปญสาธารณะ ซึ่งจะช่วยยกระดับการยอมรับในวิชาชีพและสนับสนุนศักดิ์ศรี

สำหรับประเทศไทย รายงาน “ข้อมูลเศรษฐกิจเชิงสุขภาพของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2566”ระบุให้เป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับการยอมรับด้าน Wellness Tourism มาต่อเนื่องหลายปี โดยปี 2566 อุตสาหกรรม Wellness Economy ของไทยมีมูลค่ากว่า 40.54 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท) เเละ Wellness Tourism เป็นอุตสาหกรรมที่ทำรายได้อันดับ 1 ในทั้งหมด 11 อุตสาหกรรมเวลเนสประเทศไทย ซึ่งมูลค่าสูงถึง 415,000 ล้านบาท อย่างไรก็ดีสถานการณ์ของเเรงงานในอุตสาหกรรมนี้ก็ยังน่าจับตาไม่เหมือนที่อื่น ๆ เนื่องจากนโยบายส่วนใหญ่ยังคงมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาทักษะเเละเพิ่มจำนวนเเรงงาน รวมถึงระเบียบการปฏิบัติงานต่อลูกค้า ขณะที่การปกป้องคุ้มครองเเรงงานจากความเสี่ยงในการทำงานอาจจำเป็นต้องมีการถกสนทนาเพื่อออกเเบบมาตรการหรือกฎหมายที่ครอบคลุมมากขึ้น

● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
–  World Bank เผยปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจไทย ยังน่าห่วงเผชิญภาวะหยุดชะงัก – พร้อมชี้เศรษฐกิจหมุนเวียนคือหนึ่งในทางออก 
– รายงานของธนาคารโลก ชี้ไทยจำเป็นต้องเพิ่มการจัดเก็บรายได้ภาครัฐ เตรียมรับมือการใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น
– 15 องค์กรการกุศลชั้นนำเรียกร้องให้ World Bank Group และ IMF ลงทุนเพื่อเตรียมพร้อมรับมือโรคระบาดให้มากขึ้น 
รายงานเศรษฐกิจไทยปี 2566 การท่องเที่ยวกลับมาเติบโตอีกครั้ง – แต่ยังต้องรับมือกับความเสี่ยงจากอุทกภัยและภัยแล้ง
บทเรียนการฟื้นฟูรถไฟสายท้องถิ่นในญี่ปุ่น ไปสู่การพัฒนาชุมชน การเดินทาง และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
SDG Updates | ‘ท่องเที่ยวโดยชุมชน‘ ความยั่งยืนที่ขับเคลื่อนด้วยพลังท้องถิ่น: สำรวจผลกระทบเเละกรณีศึกษา ‘เเม่กำปอง‘

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG5 ความเท่าเทียมทางเพศ
– (5.1) ยุติการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบที่มีต่อผู้หญิงและเด็กหญิงในทุกที่
– (5.2) ขจัดความรุนแรงทุกรูปแบบที่มีต่อผู้หญิงและเด็กหญิงทั้งในที่สาธารณะและที่รโหฐาน รวมถึงการค้ามนุษย์ การแสวงประโยชน์ทั้งทางเพศ และในรูปแบบอื่น
#SDG8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
– (8.3) ส่งเสริมนโยบายที่มุ่งเน้นการพัฒนาที่สนับสนุนกิจกรรมที่มีผลิตภาพ การสร้างงานที่มีคุณค่า ความเป็นผู้ประกอบการ ความสร้างสรรค์และนวัตกรรม และให้การสนับสนุนการรวมตัวและการเติบโตของวิสาหกิจรายย่อย ขนาดเล็ก และขนาดกลาง ผ่านการเข้าถึงบริการทางการเงิน
– (8.5) บรรลุการจ้างงานเต็มที่และมีผลิตภาพ และการมีงานที่มีคุณค่าสำหรับหญิงและชายทุกคน รวมถึงเยาวชนและผู้มีภาวะทุพพลภาพ และให้มีการจ่ายค่าจ้างที่เท่าเทียมสำหรับงานที่มีคุณค่าเท่าเทียมกัน ภายในปี พ.ศ. 2573
– (8.7) ดำเนินมาตรการที่มีประสิทธิภาพโดยทันที เพื่อขจัดแรงงานที่ถูกบังคับ ยุติความเป็นทาสสมัยใหม่และการค้ามนุษย์ และยับยั้งและกำจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุด ซึ่งรวมถึงการเกณฑ์และการใช้ทหารเด็ก และภายในปี พ.ศ. 2568 ยุติการใช้แรงงานเด็กในทุกรูปแบบ
– (8.8) ปกป้องสิทธิแรงงานและส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและมั่นคงสำหรับผู้ทำงานทุกคน รวมถึงผู้ทำงานต่างด้าว โดยเฉพาะหญิงต่างด้าว และผู้ที่ทำงานเสี่ยงอันตราย

แหล่งที่มา 
Behind the wellness industry’s scented oils and soothing music are often underpaid, exploited workers
BDMS Wellness Clinic จับมือ Global Wellness Institute เป็นปีที่ 3

Author

  • Knowledge Communication | สนใจประเด็นสันติภาพ ความมั่นคงมนุษย์ เเละสิ่งเเวดล้อมทางทะเล ใช้ชีวิตโดยเชื่อในสมดุลมากกว่าความสมบูรณ์เเบบ

Exit mobile version