วันที่ 14 มกราคม 2569 World Economic Forum เผยแพร่ รายงานความเสี่ยงโลกประจำปี 2026 (Global Risks Report 2026) ซึ่งฉบับนี้นับเป็นฉบับที่ 21 ของรายงาน Global Risks Report โดยเนื้อหารายงานแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนแรก นำเสนอผลการสำรวจการรับรู้ความเสี่ยงระดับโลกซึ่งรวบรวมมาจากผู้เชี่ยวชาญและผู้นำกว่า 1,300 คนทั่วโลก ภายใต้กรอบเวลา 3 ช่วง ได้แก่ ระยะสั้น/ระยะใกล้ คือ ปี 2569 ระยะสั้นถึงกลาง คือปี 2571 และระยะยาว คือปี 2579 และส่วนที่สอง สำรวจผลกระทบเชิงลึกและความเชื่อมโยงของความเสี่ยงต่าง ๆ
ประเด็นสำคัญที่ปรากฏในรายงานข้างต้น เช่น
- กว่า 50% ของผู้ตอบแบบสอบถาม เห็นว่าในอีก 2 ปีข้างหน้า โลกจะเผชิญภาวะปั่นป่วน (turbulent) หรือเสี่ยงวิกฤตรุนแรง (stormy) และมีเพียง 1% เท่านั้นที่เชื่อว่าโลกจะอยู่ในภาวะสงบ ส่วนที่เหลือมองว่าโลกจะไม่มั่นคง
- 5 อันดับแรกของประเด็นความเสี่ยงในระยะสั้น 2 ปี ได้แก่ 1) ความขัดแย้งเชิงภูมิเศรษฐศาสตร์ (geoeconomic confrontation) 2) การบิดเบือนข้อมูลและข้อมูลเท็จ (misinformation and disinformation) 3) การแบ่งขั้วทางสังคม (societal polarization) 4) เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว (extreme weather events) และ 5) ความขัดแย้งทางอาวุธระหว่างรัฐ (state-base arm conflict)
- 5 อันดับแรกของประเด็นความเสี่ยงในระยะยาว 10 ปี ได้แก่ 1) เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว 2) การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและการล่มสลายของระบบนิเวศ (biodiversity loss and ecosystem collapse) 3) การเปลี่ยนแปลงเชิงวิกฤติต่อระบบโลก (critical change to Earth systems) 4) การบิดเบือนข้อมูลและข้อมูลเท็จ และ 5) ผลกระทบเชิงลบจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (adverse outcomes of AI technologies)
- ระบบความร่วมมือพหุภาคีนิยมกำลังเผชิญแรงกดดัน โดยพบว่าความไว้วางใจ ความโปร่งใส และการเคารพหลักนิติรัฐมีทิศทางลดน้อยถอยลง ขณะที่การกีดกันทางการค้าที่เพิ่มสูงขึ้นกำลังคุกคามความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการค้าและการลงทุนที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน รวมถึงเพิ่มแนวโน้มความขัดแย้งระหว่างประเทศมากขึ้น
- หากพิจารณาความเห็นตามกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พบว่า ‘ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์’ เป็นประเด็นที่องค์กรระหว่างประเทศ นักวิชาการ ภาครัฐ และภาคเอกชน เห็นพ้องกันว่าเป็นประเด็นที่น่ากังวลมากที่สุด สำหรับความเสี่ยงในระยะสั้น 2 ปี ขณะที่ภาคประชาสังคมเลือก ‘การบิดเบือนข้อมูลและข้อมูลเท็จ’ ให้เป็นประเด็นที่น่ากังวลมากที่สุด
- หากพิจารณาความเห็นตามกลุ่มอายุ พบว่า กลุ่มอายุ 40-49 ปี/ 50-59 ปี/ 60-69 ปี และ 70 ปีขึ้นไป เห็นพ้องให้ ‘ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์’ เป็นประเด็นที่น่ากังวลมากที่สุด สำหรับความเสี่ยงในระยะสั้น 2 ปี ขณะกลุ่มอายุน้อยกว่า 30 ปี และอายุ 30 – 39 ปี ยกให้ ‘การบิดเบือนข้อมูลและข้อมูลเท็จ’ เป็นประเด็นที่น่ากังวลมากที่สุด
สำหรับประเทศไทย พบว่าจากผลสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารระดับสูง (Executive Opinion Survey – EOS) มีประเด็นความเสี่ยง 5 อันดับที่มีความน่ากังวลมากที่สุด ได้แก่ 1) หนี้ 2) ภาวะเศรษฐกิจถดถอย 3) การขาดโอกาสทางเศรษฐกิจหรือการว่างงาน 4) ) ผลกระทบเชิงลบจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และ 5) ความไม่เท่าเทียม
● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
– World Economic Forum เผยเหตุการณ์ ‘สภาพภูมิอากาศสุดขั้ว’ ติดอันดับหนึ่ง ความเสี่ยงโลกในทศวรรษหน้า
– World Economic Forum เผยเเพร่รายงานความเสี่ยงโลกประจำปี 2566 ชี้วิกฤตค่าครองชีพมีความเสี่ยงอันดับหนึ่ง
– SDG Updates | เปิดรายงานความเสี่ยง 2020 – โลกกำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
– SDG Updates | เมื่อความเสี่ยงหลักของทศวรรษคือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ – สรุปประเด็นสำคัญในรายงาน Global Risks Report 2022
– SDG Updates | เสริมภูมิคุ้มกันให้ประเทศไทย ผ่านกลไกการประกันและการเงินเพื่อการบริหารความเสี่ยง
– World Economic Forum เผย 10 อันดับความเสี่ยงโลกปี 2568 สงคราม ข้อมูลบิดเบือน และวิกฤตภูมิอากาศ ความท้าทายหลัก
ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG1 ขจัดความยากจน
– (1.3) ดำเนินการให้ทุกคนมีระบบและมาตรการการคุ้มครองทางสังคมในระดับประเทศที่เหมาะสม รวมถึงการคุมครองทางสังคมขั้นพื้นฐานและบรรลุการครอบคลุมถึงกลุ่มที่ยากจนและเปราะบาง ภายในปี 2573
– (1.5) ภายในปี 2573 สร้างภูมิต้านทานให้แก่คนยากจนและคนที่อยู่ในสถานการณ์เปราะบางและลดการเผชิญหน้าและความเสี่ยงต่อเหตุการณ์รุนแรง/ภัยพิบัติอันเนื่องมาจากภูมิอากาศ เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม
#SDG13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
– (13.1) เสริมภูมิต้านทานและขีดความสามารถในการปรับตัวต่ออันตรายและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับภูมิอากาศในทุกประเทศ
– (13.2) บูรณาการมาตรการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการวางแผนระดับชาติ
– (13.b) ส่งเสริมกลไกที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการวางแผนและการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิผลในประเทศพัฒนาน้อยที่สุด และให้ความสำคัญต่อผู้หญิง เยาวชน และชุมชนท้องถิ่นและชายขอบ
#SDG15 ระบบนิเวศบนบก
– (15.1) สร้างหลักประกันว่าจะมีการอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการใช้ระบบนิเวศบนบกและในน้ำจืดในแผ่นดินรวมทั้งบริการทางระบบนิเวศอย่างยั่งยืน เฉพาะอย่างยิ่ง ป่าไม้ พื้นที่ชุ่มน้ำ ภูเขา และเขตแห้งแล้ง โดยเป็นไปตามข้อบังคับภายใต้ความตกลงระหว่างประเทศ ภายในปี 2563
#SDG16 ความสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันเข้มแข็ง
– (16.3) ส่งเสริมหลักนิติธรรมทั้งในระดับชาติและระหว่างประเทศ และสร้างหลักประกันว่าทุกคนสามารถเข้าถึงความยุติธรรมอย่างเท่าเทียม
– (16.10) สร้างหลักประกันว่าสาธารณชนสามารถเข้าถึงข้อมูลและมีการปกป้องเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ตามกฎหมายภายในประเทศและความตกลงระหว่างประเทศ
– (16.a) เสริมความแข็งแกร่งของสถาบันระดับชาติที่เกี่ยวข้อง โดยรวมถึงการกระทำผ่านทางความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อสร้างขีดความสามารถในทุกระดับ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา เพื่อจะป้องกันความรุนแรงและต่อสู้กับการก่อการร้ายและอาชญากรรม
#SDG17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
แหล่งที่มา: Global Risks Report 2026 (World Economic Forum)

