วันที่ 2 สิงหาคม 2569 ประชาไท รายงานความเคลื่อนไหวเครือข่ายสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) และขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) กว่า 100 คน จากเชียงใหม่และเชียงราย นัดรวมตัวกันบริเวณสถานีรถไฟเชียงใหม่ก่อนจะออกเดินทางสู่ทำเนียบรัฐบาล ร่วมกับประชาชนจากอีก 4 จังหวัด ได้แก่ ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ เพื่อเรียกร้องรัฐบาลยุติการยุบธนาคารที่ดินและทวงคืนความเป็นธรรมในการจัดสรรที่ดินโฉนดชุมชน
ตัวแทน สกน. อ่านแถลงการณ์ ระบุว่า “การยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ. 2553” และ “การเดินหน้ายุบสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (บจธ.) ภายในเดือนกันยายน 2569 ส่งผลกระทบต่อสิทธิของประชาชนและชุมชนซึ่งเป็นสิทธิที่ได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญ เป็นการทำลายกลไกที่ประชาชน ร่วมกันผลักดันมายาวนาน เพื่อให้เกษตรกรรายย่อย คนจน และชุมชนที่เผชิญปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านที่ดิน มี โอกาสเข้าถึงสิทธิในที่ดินและมีหลักประกันในการดำรงชีวิต
ทั้งนี้ ข้อเรียกร้อง 3 ประการ ของ สกน. และ พีมูฟ ได้แก่
- กำหนดมาตรการคุ้มครองพื้นที่โฉนดชุมชน และมีมติคณะรัฐมนตรีรองรับอย่างเป็นรูปธรรม
- ขยายอายุสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (บจธ.) จนกว่าจะมีการจัดตั้งธนาคารที่ดินและดำเนินการ กระจายการถือครองที่ดินแล้วเสร็จ
- ให้รองนายกรัฐมนตรี นายทรงศักดิ์ ทองศรี ลงนามแต่งตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาและปรับปรุงพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 โดยเร่งด่วน เพื่อแก้ไขกฎหมายที่ยังละเมิดสิทธิของประชาชนผู้พึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ
นอกจากนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวยังได้รับแรงสนับสนุนจากนักศึกษาและนักกิจรรมในพื้นที่ โดยกลุ่มนิติซ้าย นักศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้อ่านแถลงการณ์สนับสนุนการทวงสิทธิในที่ดินของสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ ระบุ รัฐบาลมีแนวทางดำเนินการยุบสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. โดยให้เหตุผลว่าเป็นการปรับโครงสร้างหน่วยงานของรัฐ เพื่อลดความซ้ำซ้อนของภารกิจ นโยบายดังกล่าวได้สร้างความกังวลอย่างยิ่งต่อเครือข่ายเกษตรกร คนไร้ที่ดิน และภาคประชาชนจำนวนมาก เนื่องจาก บจธ. เป็นกลไกสำคัญที่เปิดโอกาสให้ประชาชนผู้ขาดโอกาสสามารถเข้าถึงที่ดินที่กินและที่อยู่อาศัยได้อย่างมั่นคง จนถึงปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนว่าหากมีการยุบหน่วยงานดังกล่าวแล้ว จะมีกลไกใดเข้ามารับผิดชอบภารกิจแทนอย่างมีประสิทธิภาพ
● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
– SDG Updates | การแย่ง-ยึดที่ดิน (Land grabs): การพรากสิทธิเหนือที่ดินและทรัพยากรไปจากชุมชนคนท้องถิ่น
– Machine Learning กับการเป็น ‘เครื่องมือติดตาม’ ผลกระทบจากการใช้ที่ดินของมนุษย์ที่มีต่อ #SDG15
– นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิที่ดินทั้งหมด 227 คน ถูกฆาตรกรรมในปี 2020 นับเป็นตัวเลขสูงที่สุดในรอบ 9 ปี
ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG1 ยุติความยากจน
– (1.4) ภายในปี พ.ศ. 2573 สร้างหลักประกันว่าชายและหญิงทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่ยากจนและเปราะบาง มีสิทธิเท่าเทียมกันในทรัพยากรทางเศรษฐกิจ รวมถึงการเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐาน การเป็นเจ้าของและมีสิทธิในที่ดินและทรัพย์สินในรูปแบบอื่น มรดก ทรัพยากรธรรมชาติ เทคโนโลยีใหม่ที่เหมาะสม และบริการทางการเงิน ซึ่งรวมถึงระบบการเงินระดับฐานราก (microfinance)
#SDG2 ยุติความหิวโหย
– (2.3) เพิ่มผลิตภาพทางการเกษตรและรายได้ของผู้ผลิตอาหารรายเล็ก โดยเฉพาะผู้หญิง คนพื้นเมือง ครัวเรือนเกษตรกร เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ และชาวประมง ให้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยรวมถึงการเข้าถึงที่ดิน ทรัพยากรและปัจจัยการผลิต ความรู้ บริการทางการเงิน ตลาด และโอกาสสำหรับการเพิ่มมูลค่าและการจ้างงานนอกฟาร์ม อย่างมั่นคงและเท่าเทียม ภายในปี พ.ศ. 2573
#SDG16 ความสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง
– (16.7) สร้างหลักประกันว่าจะมีกระบวนการตัดสินใจที่มีความรับผิดชอบ ครอบคลุม มีส่วนร่วม และมีความเป็นตัวแทนที่ดี ในทุกระดับการตัดสินใจ
แหล่งที่มา : ‘สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ – พีมูฟ’ บุกทำเนียบ เรียกร้องรัฐบาลหยุดยุบธนาคารที่ดิน เร่งเดินหน้าโฉนดชุมชน (ประชาไท)

