เครือข่ายประชาชนภาคใต้ ชู 6 ประเด็น ค้านนิคมอุตสาหกรรมจะนะระลอกใหม่ เผย “แผ่นดินเกิดไม่ใช่พื้นที่ทดลองเมกะโปรเจกต์”

วันที่ 30 สิงหาคม 2569 เครือข่ายประชาชนภาคใต้จัดเวที “ฟังเสียงประชาชนใต้ การพัฒนาแผ่นดิน” ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หาดใหญ่ เพื่อสะท้อนเสียงคัดค้าน “โครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต” หรือนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ก่อนที่โครงการนี้รวมถึงท่าเรือน้ำลึกสงขลา-ปัตตานี จะถูกบรรจุเป็นวาระการประชุม คณะรัฐมนตรีสัญจรนัดแรกของรัฐบาลอนุทิน 2 ที่จังหวัดสงขลา วันที่ 1 กันยายน 2569

สรุป 6 ประเด็นน่าสนใจ จากเวทีสะท้อนเสียงคนใต้ต่อ “โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคใต้”  ดังนี้ 

  1. รัฐบาลเมินผลศึกษา SEA เดินหน้าท่าเรือน้ำลึก-แก้ผังเมืองเฉพาะจุด รองนายกรัฐมนตรี พิพัฒน์ รัชกิจประการ เปิดเผยแผนส่งเรื่องให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) ศึกษาการสร้างท่าเรือน้ำลึกแห่งใหม่ที่ อำเภอจะนะ โดยอ้างปัญหาความแออัดของท่าเรือสงขลาเดิม ทั้งที่ผลการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) สงขลา-ปัตตานี ระบุชัดว่าพื้นที่จะนะเหมาะกับการเป็นแหล่งผลิตอาหารและความมั่นคงทางประมง-เกษตรกรรม ไม่ใช่อุตสาหกรรมหนัก ขณะเดียวกันยังมีความเคลื่อนไหวขอแก้ผังเมืองเฉพาะส่วนผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเปลี่ยนสีผังจากพื้นที่อนุรักษ์และเกษตรกรรมเป็น “พื้นที่สีม่วง” รองรับท่าเรือและท่อส่งก๊าซ
  2. ข้อเท็จจริงที่ถูกทำให้เงียบ เมื่อเทียบข้อมูลเชิงเศรษฐกิจ รายงาน SEA ที่ใช้งบกว่า 28 ล้านบาทให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ศึกษา กลับไม่ถูกนำมาเป็นฐานข้อมูลหลักในการตัดสินใจเชิงนโยบาย ขณะที่วาทกรรมว่าอุตสาหกรรมช่วยแก้จน ก็ถูกตั้งคำถามเพราะประมงพื้นบ้านและเกษตรกรในพื้นที่มีรายได้มั่นคงจากทรัพยากรธรรมชาติเดิมอยู่แล้ว บางรายทำรายได้จากการหาปลาถึงหลักพันถึงหมื่นบาทต่อวัน ทำให้เครือข่ายมองว่าการแทนที่ด้วยงานค่าแรงขั้นต่ำเป็นการทำลายฐานเศรษฐกิจที่ยั่งยืนกว่าเดิม 
  3. เสียงจากคนในพื้นที่ ตัวแทนภาคประชาชนหลากหลายกลุ่มร่วมอย่าง เครือข่าย กป.อพช.ใต้ ย้ำว่ารัฐควรทำหน้าที่ประสานความแตกต่าง ไม่ใช่นำทุนภายนอกเข้ามาแทนที่ฐานทรัพยากรเดิม สมาพันธ์ประมงพื้นบ้านชายแดนใต้เตือนว่าการทำลายใต้ทะเลจะย้อนกลับมากระทบความมั่นคงทางอาหารของทุกคน โดย กลุ่มนักรบผ้าถุง เสนอให้พัฒนาจะนะเป็นแหล่งอาหารของโลกแทนเขตอุตสาหกรรม ส่วนเครือข่ายด้านน้ำ เกษตรทางเลือก ภัยพิบัติ การศึกษา และพลังงานชุมชน ต่างเสนอแนวทางพัฒนาที่ยึดฐานทรัพยากรและการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นหลัก เช่น การจัดการน้ำขนาดเล็กแบบกระจายตัว เกษตรนิเวศ 7 วาระอธิปไตยทางอาหาร และพลังงานหมุนเวียนที่ชุมชนเป็นเจ้าของเอง
  4. มุมมองนักวิชาการและเครือข่าย เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น เผยว่าสาเหตุที่ความขัดแย้งยืดเยื้อกว่า 30 – 40 ปี ส่วนหนึ่งมาจากกระบวนการจากบนลงล่างและรายงาน EIA ที่ขาดความน่าเชื่อถือ พร้อมคัดค้านการกลับมาของเลขาธิการ ศอ.บต. คนใหม่ที่เคยมีประวัติขัดแย้งกับชุมชนในอดีต ด้าน ผศ.นิเวศน์ อรุณเบิกฟ้า จากมหาลัยสงขลานครินทร์ นำเสนอผลศึกษา SEA ที่รวบรวมความเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 10 กลุ่ม ซึ่งส่วนใหญ่เลือกแนวทาง “การพัฒนาบนฐานทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรม” ขณะที่ ดร.เสาวรัจ ตั้งกิจวานิชย์ จาก TDRI เสนอ 5 ข้อเพื่อให้แผน SEA ถูกนำไปปฏิบัติจริง ตั้งแต่การต่อยอดทุนเดิม ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ ไปจนถึงการเปิดเผยข้อมูลแบบ Open Data และกระจายอำนาจอย่างเป็นธรรม
  5. ข้อเสนอทางออกเชิงปฏิบัติ เวทีเสนอ 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การผลักดันให้ SEA มีสถานะทางกฎหมายเพื่อไม่ให้ถูกเปลี่ยนแปลงตามอำเภอใจของแต่ละรัฐบาล การจัดทำพิมพ์เขียวเศรษฐกิจชุมชนที่พิสูจน์ได้ว่าสร้างรายได้กระจายสู่ท้องถิ่นจริง และการใช้กลไกนิติบัญญัติเชื่อมโยงข้อเสนอเข้าสู่กรรมาธิการสภาฯ เพื่อผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พ.ร.บ.อากาศสะอาด และสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากร
  6. แถลงการณ์ “สิทธิการพัฒนา” ปิดท้ายเวทีด้วยแถลงการณ์เครือข่ายประชาชนภาคใต้ เรื่อง “การพัฒนาภาคใต้ รัฐบาลต้องฟังเสียงประชาชนในพื้นที่” ระบุว่ารากปัญหาคือรัฐเข้าไปชี้ชะตาแผ่นดินและใช้อำนาจเกินขอบเขต โดยเปรียบว่ารัฐบาลควรทำหน้าที่ประสานเสียงประชาชน ไม่ใช่จัดสรรผลประโยชน์ให้พวกพ้อง พร้อมประณามการเตรียมนำโครงการเข้าสู่วาระ ครม.สัญจร และประกาศจุดยืนว่าสิทธิการพัฒนาเป็นสิทธิพื้นฐานที่มีอยู่แล้วของประชาชน

ท้ายที่สุดนี้ การสะท้อนปัญหาจากเสียงประชาชนภาคใต้ในการคัดค้านนิคมอุตสาหกรรมจะนะครั้งนี้ ไม่เพียงชี้ให้เห็นผลกระทบสิทธิในที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังชวนให้สังคมคำนึงถึงสิทธิในการจัดการทรัพยากร ซึ่งเป็นรากฐานตั้งตนความเป็นคนในสังคมประชาธิปไตยของประเทศให้มากขึ้น

● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
– SDG Updates | SDG Index ของจังหวัดในภาคใต้: สถานะรายเป้าหมายและข้อค้นพบรายตัวชี้วัด
ลงชื่อคัดค้าน ‘แลนด์บริดจ์’ ทะลุ 100,000 รายชื่อ หลายภาคส่วนหวั่นกระทบระบบนิเวศ-สิทธิชุมชนระยะยาว
เครือข่ายกะเหรี่ยงฯ ออกแถลงการณ์เน้นย้ำ ‘กะเหรี่ยง’ คือพลเมืองไทย เรียกร้องภาครัฐจัดการความรุนแรงโดยไม่เลือกปฏิบัติ
#SAVEเกาะพยายาม กลับมาอีกครั้ง เมื่อ ‘ภาคประชาชน’ สู้ไม่ถอย ส่งสัญญาณถึงว่าที่รัฐบาลใหม่ให้ยุติโครงการแลนบริดจ์

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG1 ยุติความยากจน
– (1.4) ภายในปี พ.ศ. 2573 สร้างหลักประกันว่าชายและหญิงทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่ยากจนและเปราะบาง มีสิทธิเท่าเทียมกันในทรัพยากรทางเศรษฐกิจ รวมถึงการเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐาน การเป็นเจ้าของและมีสิทธิในที่ดินและทรัพย์สินในรูปแบบอื่น มรดก ทรัพยากรธรรมชาติ เทคโนโลยีใหม่ที่เหมาะสม และบริการทางการเงิน ซึ่งรวมถึงระบบการเงินระดับฐานราก (microfinance)
#SDG2 ยุติความหิวโหย
– (2.3) เพิ่มผลิตภาพทางการเกษตรและรายได้ของผู้ผลิตอาหารรายเล็ก โดยเฉพาะผู้หญิง คนพื้นเมือง ครัวเรือนเกษตรกร เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ และชาวประมง ให้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยรวมถึงการเข้าถึงที่ดิน ทรัพยากรและปัจจัยการผลิต ความรู้ บริการทางการเงิน ตลาด และโอกาสสำหรับการเพิ่มมูลค่าและการจ้างงานนอกฟาร์ม อย่างมั่นคงและเท่าเทียม ภายในปี พ.ศ. 2573
#SDG16 ความสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง
– (16.3) ส่งเสริมหลักนิติธรรมทั้งในระดับชาติและระหว่างประเทศ และสร้างหลักประกันว่าทุกคนสามารถเข้าถึงความยุติธรรมอย่างเท่าเทียม
– (16.7) สร้างหลักประกันว่าจะมีกระบวนการตัดสินใจที่มีความรับผิดชอบ ครอบคลุม มีส่วนร่วม และมีความเป็นตัวแทนที่ดี ในทุกระดับการตัดสินใจ

แหล่งที่มา:  เมื่อแผ่นดินเกิดไม่ใช่พื้นที่ทดลองเมกะโปรเจกต์: 6 ประเด็น เวทีฟังเสียงประชาชนใต้  (greennews)

Author

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

ผู้เขียน

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

    View all posts

RELATED

กรณีศึกษา Amsterdam และ Quezon City ในการสร้างสิ่งแวดล้อมทางอาหารที่ดีต่อสุขภาพเด็กในเมือง

The EAT-Lancet Commission on Food, Planet, Health และ UNICEF เผยแพร่กรณีศึกษาสองกรณีจากเมืองอัมสเตอร์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ และ เกซอนซิตี ประเทศฟิลิปปิน…

Global Women’s Health Index ครั้งแรกของดัชนีชี้สุขภาพของผู้หญิงจากหลากมิติ

สุขภาพของผู้หญิงต้องพิจารณาจากหลากมิติ (multidimensional) บริษัทเทคโนโลยีด้านสุขภาพ Hologic จึงร่วมกับ Gallup World Poll พัฒนาตัวชี้วัดเพื่อศึกษาสุขภ…

ILO และ IUCN ลงนาม MOU เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญและการพึ่งพากันระหว่างงานและธรรมชาติ

องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และองค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ฉบับใหม่ เพื่อสร้างความตระหนัก…

การประชุม HLPF 2021 จะเกิดขึ้นในเดือน ก.ค. นี้ กับการโฟกัสที่ 9 เป้าหมาย SDGs (1, 2, 3, 8, 10, 12, 13, 16 และ 17)

สัญลักษณ์ของการขับเคลื่อนวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน 2573 อย่าง ‘การประชุมเวทีหารือระดับสูงทางการเมืองว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน’ หรือ HLPF ที่จัดขึ้นในทุก…

ค้นหา