สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ ต่อร่างพระราชบัญญัติจัดการกากอุตสาหกรรม พ.ศ. …. ซึ่งเสนอโดยนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และคณะ โดยมีเหตุผลสืบเนื่องจากปริมาณกากอุตสาหกรรมและของเสียอันตรายเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่การกำกับดูแลตั้งแต่การขนส่ง กักเก็บ รีไซเคิล ไปจนถึงกำจัด ยังมีปัญหา การลักลอบทิ้งกากพิษ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทำงานซ้ำซ้อน และขาดหลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย (Polluter Pays Principle) ผู้เสนอจึงต้องการวางระบบจัดการที่ครบวงจรและคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนกับสิ่งแวดล้อม
สาระสำคัญของร่างกฎหมาย มีดังนี้
- ผู้ก่อกำเนิดหรือผู้ผลิตต้องรับผิดชอบผลิตภัณฑ์ของตนไปจนถึงตลอดอายุของผลิตภัณฑ์หรือสินค้า ผู้ประกอบกิจการสถานประกอบการอุตสาหกรรมต้องรับผิดชอบกากที่ก่อขึ้นจนกว่าจะกำจัดเสร็จ และต้องควบคุมให้ผู้รวบรวม ผู้ขนส่ง และผู้กำจัดปฏิบัติตามกฎหมาย โดยการเคลื่อนย้ายกากอันตรายต้องขออนุญาต ส่วนกากไม่อันตรายใช้การแจ้ง ขณะที่ผู้รวบรวม ผู้ขนส่ง และผู้กำจัดต้องมีใบอนุญาตอายุไม่เกิน 3 ปี และผู้ที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตจะขอใหม่ไม่ได้เป็นเวลา 6 ปี
- คุมขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยห้ามทิ้ง รวบรวม หรือกำจัดในที่ดินของผู้อื่น ที่สาธารณประโยชน์ หรือที่รกร้างว่างเปล่า และห้ามทิ้งปนกับมูลฝอยทั่วไป ห้ามถอดแยกชิ้นส่วน ยกเว้นซ่อมเพื่อใช้ซ้ำ ศึกษาวิจัย หรือถอดแยกโดยสถานกำจัด เพราะขยะกลุ่มนี้มีสารพิษ เช่น ตะกั่ว แคดเมียม ปรอท และลิเทียม
- ห้ามทิ้งซากรถยนต์ในที่สาธารณะ หากพบ เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะแจ้งให้เจ้าของย้ายภายใน 30 วัน หากไม่ย้าย พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งกำจัดได้ โดยผู้ก่อกำเนิดรถยนต์มีหน้าที่รับผิดชอบซากรถ
- หลักประกันและประกันภัย ผู้รวบรวม ผู้ขนส่ง และผู้กำจัดต้องวางหลักประกันค่าเสียหายเบื้องต้นที่กองทุนทุกปี และทำประกันภัยความรับผิดกับบริษัทประกันวินาศภัย เพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเบื้องต้นและลดภาระงบประมาณแผ่นดิน
- กองทุนอุตสาหกรรมยั่งยืน โดยให้จัดตั้งในกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อเป็นแหล่งทุนพัฒนาอุตสาหกรรมสู่การประกอบการที่ยั่งยืน เงินกองทุนมาจากค่าปรับ ค่าธรรมเนียม ค่าบริการ เงินเพิ่ม เบี้ยปรับ เงินจากหลักประกัน และทรัพย์สินที่โอนจากกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ
- เพิ่มโทษลักลอบทิ้งกาก จำคุก 1 เดือนถึง 5 ปี หรือปรับ 50,000 ถึง 20,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ ระบบรับฟังความเห็นมี 9 ประเด็นที่สำคัญ เช่น นิยามศัพท์ หน้าที่ของผู้ก่อกำเนิด การห้ามทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์และซากรถยนต์ หลักประกันและการทำประกันภัย กองทุน และอัตราโทษ รวมถึงคำถามว่าร่างนี้จะแก้ปัญหากากอุตสาหกรรม ขยะอิเล็กทรอนิกส์ และซากรถยนต์ได้หรือไม่ เพียงใด ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมการขนส่งทางบก และกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ
ประชาชนทั่วไปสามารถร่วมแสดงความเห็นได้จนถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ก่อนที่จะมีการรวบรวมความเห็นเพื่อดำเนินการต่อในขั้นต่อไป
● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
– ครบ 1 สัปดาห์ พบกากแคดเมียมกว่า 13,688 ตัน – ห่วงพิษเรื้อรังก่อมะเร็ง สังคมไทยต้องเร่งคลอดกฎหมาย PRTR
– การจัดการกับสารอันตรายและวิกฤติสิ่งแวดล้อม จะต้องใช้ข้อมูลและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
– EnLaw จับมือภาคีเครือข่ายผลักดันกฎหมาย PRTR ชี้เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีและชีวิตที่ปลอดภัย รัฐและเอกชนต้องเปิดเผยข้อมูลการปล่อยสารมลพิษ
– โลกยุติการใช้น้ำมันตะกั่ว แต่ตะกั่วในแบตเตอรี่ยังปล่อยสารพิษที่เป็นอันตรายต่อระบบประสาทและพัฒนาการเด็กเล็ก
– SDG Updates | พ.ร.บ. อากาศสะอาด หลักประกันให้คนไทยกลับมาสูดอากาศที่ดีต่อลมหายใจ
– SDG Insights | (EP.1/2) ‘กิ่งแก้ว’ จะเป็นอย่างไร? ถ้าตอนนั้นประเทศไทยมีกฎหมาย PRTR : วิเคราะห์เจาะลึกร่างกฎหมายการรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม 2 ฉบับ
– SDG Insights | (EP.2/2) กว่าจะเป็น “PRTR” – กฎหมายระดับโลกที่นายกรัฐมนตรีเคยปัดตกไป: วิเคราะห์เจาะลึกร่างกฎหมาย PRTR
– กระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมผลักดันร่าง พ.ร.บ. กากอุตสาหกรรม เข้าสภาฯ ตั้งเป้าประกาศใช้ตุลาคมปี 2568
ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG3 การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
– (3.9) ลดจำนวนการตายและการเจ็บป่วยจากสารเคมีอันตรายและจากมลพิษและการปนเปื้อนทางอากาศ น้ำ และดิน ให้ลดลงอย่างมาก ภายในปี พ.ศ. 2573
#SDG12 แผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน
– (12.4) บรรลุเรื่องการจัดการสารเคมีและของเสียทุกชนิดตลอดวงจรชีวิตของสิ่งเหล่านั้นด้วยวิธีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศที่ตกลงกันแล้ว และลดการปลดปล่อยสิ่งเหล่านั้นออกสู่อากาศ น้ำ และดินอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อจะลดผลกระทบทางลบต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด ภายในปี พ.ศ. 2563
– (12.5) ลดการเกิดของเสียโดยให้มีการป้องกัน การลดปริมาณ การใช้ซ้ำ และการนำกลับมาใช้ใหม่ ภายในปี พ.ศ. 2573
#SDG16 ความสงบสุข ยุติธรรมและสถาบันเข้มแข็ง
– (16.7) สร้างหลักประกันว่าจะมีกระบวนการตัดสินใจที่มีความรับผิดชอบ ครอบคลุม มีส่วนร่วม และมีความเป็นตัวแทนที่ดี ในทุกระดับการตัดสินใจ
แหล่งที่มา: ร่างพระราชบัญญัติจัดการกากอุตสาหกรรม พ.ศ. …. (สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร)

