โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme :UNEP ) ร่วมกับ โครงการความร่วมมือเรื่องสภาพภูมิอากาศและอากาศสะอาด (Climate and Clean Air Coalition: CCAC)เผยแพร่รายงานประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจระดับโลกฉบับแรกที่วิเคราะห์การดำเนินมาตรการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและมลพิษทางอากาศไปพร้อมกัน โดยครอบคลุม 25 มาตรการใน 6 ภาคส่วนหลัก ได้แก่ พลังงานและระบบเชื้อเพลิงฟอสซิล อุตสาหกรรม การขนส่ง เกษตรกรรมและระบบอาหาร การประกอบอาหารและทำความร้อนในครัวเรือน และการจัดการของเสีย นำมาซึ่งข้อสรุปสำคัญว่าทุก 1 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 33 บาท) ที่ในมาตรการที่แก้ปัญหาโลกร้อนและมลพิษทางอากาศไปพร้อมกัน อาจสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้ราว 15 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 500 บาท) ของเงินที่ลงทุนไป
รายงานฉบับนี้ มีชื่อว่า “Hidden Assets: The Economic and Health Case for Climate and Clean Air Action” ประเมินว่าหากดำเนินมาตรการทั้ง 25 ข้ออย่างจริงจัง จะสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจต่อปีเทียบเท่ากับ ดังนี้
- 2.8% ในปี 2578 (ค.ศ. 2035)
- 4.5% ในปี 2593 (ค.ศ. 2050)
- 11.4% ในปี 2643 (ค.ศ. 2100)
รายงานดังกล่าว ได้ตั้งข้อสังเกตเปรียบเทียบว่าในปี 2565 เงินอุดหนุนเชื้อเพลิงฟอสซิลทั่วโลก มีมูลค่าเท่ากับ 2.18% ของมูลค่าเศรษฐกิจโลก (GDP) ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขทั่วโลกในปี 2566 สูงถึง 9.3% ของ GDP โลก ซึ่งช่วยให้เห็นภาพว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจราว 15 ดอลลาร์สหรัฐต่อเงินลงทุนทุก 1 ดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมทั้งผลประโยชน์ที่วัดมูลค่าในตลาดได้ เช่น ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่ลดลง ผลิตภาพแรงงานที่เพิ่มขึ้น และความเสียหายทางกายภาพที่หลีกเลี่ยงได้ รวมถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการลดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรและการมีสุขภาพที่ดีขึ้น จากการลดภาระโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศซึ่งกดดันระบบสาธารณสุขและฉุดผลิตภาพทางเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ รายงานเสนอ 25 มาตรการ ที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในระยะยาว ควบคู่กับการลดสารมลพิษที่เร่งให้โลกร้อน เช่น มีเทน เขม่าดำ (black carbon) และสารไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน (HFCs) มาตรการเหล่านี้ครอบคลุม ดังนี้
| กลุ่มมาตรการ | รายละเอียดมาตรการ |
|---|---|
| พลังงานและเชื้อเพลิงฟอสซิล (5 มาตรการ) | 1. เปลี่ยนผ่านการผลิตไฟฟ้าสู่พลังงานลม แสงอาทิตย์ และพลังน้ำ 2. ติดตั้งระบบบำบัดก๊าซไอเสียในโรงไฟฟ้าและโรงงาน 3. ลดการรั่วไหล การระบายทิ้ง และการเผาก๊าซในขั้นตอนผลิตน้ำมันและก๊าซ 4. ลดการรั่วไหลระหว่างขนส่งและแปรรูปน้ำมันและก๊าซ 5. ลดการปล่อยมีเทนจากเหมืองถ่านหิน |
| อุตสาหกรรม (4 มาตรการ) | 6. ยกระดับมาตรฐานประสิทธิภาพพลังงานและการใช้ไฟฟ้าในอุตสาหกรรม 7. กำหนดมาตรฐานการปล่อยมลพิษจากกระบวนการผลิต 8. เพิ่มประสิทธิภาพและลดมลพิษจากเตาเผาอิฐ 9. ลดการใช้และการรั่วไหลของสารทำละลาย |
| การหุงต้มและให้ความร้อนในครัวเรือน (2 มาตรการ) | 10. เพิ่มประสิทธิภาพพลังงานของอาคาร แสงสว่าง และเครื่องใช้ไฟฟ้า 11. ใช้วิธีหุงต้มและให้ความร้อนที่สะอาดแทนเชื้อเพลิงแข็งแบบดั้งเดิม |
| การขนส่ง (5 มาตรการ) | 12. ยกระดับมาตรฐานการปล่อยมลพิษและประสิทธิภาพของยานพาหนะ 13. ตรวจสภาพและซ่อมบำรุงรถที่ปล่อยมลพิษสูง 14. เปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า 15. กำหนดมาตรฐานการปล่อยมลพิษจากเครื่องจักรที่ไม่ได้ใช้บนถนน 16. ลดมลพิษจากเรือเดินทะเลระหว่างประเทศ เช่น ใช้เชื้อเพลิงกำมะถันต่ำ |
| เกษตรกรรมและระบบอาหาร (5 มาตรการ) | 17. จัดการปศุสัตว์และมูลสัตว์เพื่อลดการปล่อยมีเทนและแอมโมเนีย 18. ใช้ปุ๋ยไนโตรเจนอย่างมีประสิทธิภาพ 19. ปรับรูปแบบการบริโภคเพื่อลดสัดส่วนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ 20. จัดการน้ำในนาข้าวเพื่อลดการปล่อยมีเทน21. ลดการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร |
| การจัดการของเสีย (2 มาตรการ) | 22. คัดแยกและรีไซเคิลขยะ พร้อมเก็บก๊าซจากหลุมฝังกลบ 23. บำบัดน้ำเสียและนำก๊าซชีวภาพกลับมาใช้ประโยชน์ |
| มาตรการอื่น ๆ (2 มาตรการ) | 24. ป้องกันไฟป่าและไฟในพื้นที่พรุ 25. ลดการใช้สารไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน (HFCs) |
โดยรายงานประเมินว่าหากเริ่มดำเนินมาตรการเหล่านี้ทันที ภายในปี 2593 การปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลกอาจลดลงครึ่งหนึ่ง การปล่อยมีเทนอาจลดลง 60% และการปล่อยมลพิษทางอากาศหลัก เช่น เขม่าดำ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และไนโตรเจนออกไซด์ อาจลดลงราว 70% เมื่อเทียบกับกรณีฐานที่รายงานใช้ประเมิน ผลที่ตามมาคือ อุณหภูมิโลกอาจเพิ่มขึ้นน้อยกว่ากรณีฐานประมาณ 0.34 องศาเซลเซียสในปี 2593 และ 1.4 องศาเซลเซียส ในปี 2643
อย่างไรก็ดี การดำเนินการดังกล่าว ยังคงมีอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางการดำเนินมาตรการแบบบูรณาการ ทั้งการตัดสินใจที่แยกส่วนระหว่างหน่วยงาน ข้อจำกัดในการบังคับใช้กฎหมาย และการประสานงานภาครัฐที่ไม่เพียงพอ รายงานจึงเสนอ 5 แนวทางเพื่อเร่งการดำเนินงาน ดังนี้
- กำหนดให้นโยบายด้านสภาพภูมิอากาศและอากาศสะอาดแบบบูรณาการเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์เศรษฐกิจหลัก
- ลงทุนตั้งแต่เนิ่น ๆ และอย่างต่อเนื่องในปัจจัยที่เอื้อให้มาตรการเกิดขึ้นได้จริง
- ให้ความสำคัญกับมาตรการที่เห็นผลเร็ว เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายระยะใกล้
- จัดความร่วมมือระหว่างประเทศให้สอดคล้องกับข้อจำกัดในการดำเนินงานและความต้องการด้านเงินทุน
- ลงทุนในระบบข้อมูลและการติดตามผลที่จำเป็นต่อการตัดสินใจ
รายงานฉบับนี้เผยแพร่เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 เนื่องในวันสากลเพื่ออากาศสะอาดและท้องฟ้าสีคราม โดยย้ำว่า การรับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศและมลพิษทางอากาศควบคู่กัน ช่วยสร้างประโยชน์ทั้งต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของผู้คน และยิ่งเริ่มดำเนินการเร็วเท่าไร ก็ยิ่งรักษาผลประโยชน์เหล่านี้ไว้ได้มากขึ้น
● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
– CCAC ริเริ่มการระดมความร่วมมือ ในการลดมลพิษทางอากาศ เพื่อสร้าง ‘อากาศสะอาด’ ให้แก่โลก
– WHO ชี้ ประเทศที่ยากจนยังตามหลังประเทศที่ร่ำรวยในการเข้าถึงอากาศสะอาด ตามเกณฑ์ของ AQGs
– ครบรอบ 50 ปี ‘พ.ร.บ. อากาศสะอาด ปี 1970’ ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศของสหรัฐอเมริกา
– รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศเปลี่ยนรถโรงเรียนเป็นระบบไฟฟ้า เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนและลดมลพิษทางอากาศ
ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
– (3.4) ลดการตายก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อให้ลดลงหนึ่งในสาม ผ่านทางการป้องกันและการรักษาโรค และสนับสนุนสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดี ภายในปี 2573
– (3.9) ลดจำนวนการตายและการเจ็บป่วยจากสารเคมีอันตรายและจากมลพิษและการปนเปื้อนทางอากาศ น้ำ และดิน ให้ลดลงอย่างมาก ภายในปี 2573
#SDG11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
– (11.6) ลดผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อมต่อหัวประชากรในเขตเมือง รวมถึงการให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อการจัดการคุณภาพอากาศ การจัดการของเสียของเทศบาล และการจัดการของเสียอื่น ๆ ภายในปี 2573
#SDG13 การรับมือกับการเปลี่ยนเเปลงสภาพภูมิอากาศ
– (13.1) เสริมภูมิต้านทานและขีดความสามารถในการปรับตัวต่ออันตรายและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับภูมิอากาศในทุกประเทศ
– (13.2) บูรณาการมาตรการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในนโยบาย ยุทธศาสตร์และการวางแผน ระดับชาติ
#SDG17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
– (17.14) ยกระดับความสอดคล้องเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
– (17.17) สนับสนุนและส่งเสริมหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาครัฐ-ภาคเอกชน และประชาสังคม สร้างบนประสบการณ์และกลยุทธ์ด้านทรัพยากรของหุ้นส่วน
แหล่งที่มา: UN Report Reveals Benefits of Joint Action on Climate Change, Air Pollution (IISD)

