ภาคเหนือตกอยู่ในสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 และไฟป่าต่อเนื่องเป็นเวลากว่าสัปดาห์ โดยลุกลามครอบคลุม 17 จังหวัด จนต้องประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉินกรณีอัคคีภัย ไฟป่าแล้วใน 3 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน และพะเยา รวม 17 อำเภอ ทว่าช่วงเดียวกัน ร่าง พ.ร.บ. บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด กลับเสี่ยงไม่ได้ไปต่อสวนทางกับความรุนแรงของสถานการณ์ที่กำลังตอกย้ำให้เห็นว่าอากาศสะอาดกำลังเป็นสิทธิที่ประชาชนเข้าไม่ถึง
จากสถานการณ์ล่าสุดพบว่าวิกฤตไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือส่งผลให้จำนวนจุดความร้อน (hotspot) พุ่งสูงถึง 3,285 จุด ส่งผลให้คุณภาพอากาศอยู่ในระดับสีส้มและสีแดง ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่ ที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานติดต่อกันเป็นวันที่ 11 ขณะที่แม่ฮ่องสอนมียอดจุดความร้อนสะสมสูงสุด ทั้งนี้ ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ณ วันที่ 5 เมษายน ระบุว่า พื้นที่ที่มีการประกาศเขตภัยพิบัติสามารถจำแนกได้เป็น 3 กรณีหลัก ได้แก่ กรณีอัคคีภัย/ไฟป่า ประกาศแล้ว 2 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ 9 อำเภอ พะเยา 9 อำเภอ กรณีฝุ่น PM2.5 ประกาศแล้ว 2 จังหวัด ได้แก่ ลำพูน 1 อำเภอ และพะเยา 9 อำเภอ ส่วนเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยกรณีไฟป่า ประกาศแล้ว 2 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน 4 อำเภอ และเชียงราย 3 อำเภอ ที่ประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติเพิ่มเติมเพื่อเร่งนำงบประมาณเข้าช่วยเหลือประชาชน
เบื้องต้นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรับมือด้วยการประกาศปิดพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติใน 4 จังหวัด ได้แก่ น่าน แพร่ สุโขทัย และตาก รวมกว่า 42 แห่ง ระหว่างวันที่ 1-30 เมษายน เพื่อสกัดต้นตอการเกิดไฟป่าจากกิจกรรมของมนุษย์ ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดมเครื่องจักรกลและเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติการเต็มศักยภาพ พร้อมขับเคลื่อนเร่งใช้เทคโนโลยีดาวเทียมติดตามแบบเรียลไทม์ ควบคุมไฟให้แม่นยำ สำหรับติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมผ่านระบบออนไลน์
อย่างไรก็ดี ท่ามกลางวิกฤตที่กำลังดำเนินอยู่ ร่าง พ.ร.บ. บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด กลับยังติดหล่มทางการเมือง แม้ร่างกฎหมายดังกล่าวจะผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ผ่านมาแล้ว แต่ยังไม่ผ่านวุฒิสภาเนื่องจากมีการยุบสภาเสียก่อนและขณะนี้มีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับการพิจารณาต่อ หากคระรัฐมนตรี ชุดใหม่ไม่นำกลับมาภายในกรอบ 60 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 13 พฤษภาคม 2569
โดยในการประชุมสภาฯ ศุภชัย ใจสมุทร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายแสดงความกังวลต่อร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ระบุว่ากฎหมายมีความซ้ำซ้อน หวั่นสร้างภาระทางการเงินและกระทบเศรษฐกิจ รวมถึงการตั้งคณะกรรมการเกินความจำเป็น พร้อมยืนยันว่าเคารพหลักการอากาศสะอาดในฐานะสิทธิขั้นพื้นฐาน แต่กฎหมายที่ดีต้องไม่สร้างปัญหาใหม่ ด้านสมาคมเครือข่ายอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพ ออกมาโต้ข้อกังวลดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ไม่ได้ยกเลิกกฎหมายสิ่งแวดล้อมเดิม แต่ทำหน้าที่เป็นกฎหมายแม่บทด้านอากาศสะอาดเพื่อแก้ปัญหาความกระจัดกระจายของระบบเดิม ที่ทำให้หน่วยงานต่าง ๆ โยนความรับผิดชอบให้กันโดยไม่มีใครต้องรับผิด
เหล่านี้สวนทางกับความเร่งด่วนของวิกฤตที่กำลังตอกย้ำว่า “อากาศสะอาด” ยังคงเป็นสิทธิที่ประชาชนเข้าไม่ถึง และสะท้อนความย้อนแย้งอันเจ็บปวด ขณะที่ผู้คนในภาคเหนือกำลังเผชิญภาวะหายใจติดขัดอย่างแท้จริง กลไกทางกฎหมายที่ควรทำหน้าที่ปกป้องกลับยังติดอยู่ในวงจรของความล่าช้าทางการเมือง อากาศสะอาดจึงไม่ใช่สิทธิที่ควรถูกเลื่อนออกไปได้อีก
● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
– ชวนประชาชนแสดงความเห็นต่อ ‘ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด’ ฉบับใหม่ – ‘ก้าวกรีน’ ชี้เป็นจุดเปลี่ยนที่จะช่วยคนไทยให้หายใจเต็มปอดมากขึ้น
– WHO ชี้ ประเทศที่ยากจนยังตามหลังประเทศที่ร่ำรวยในการเข้าถึงอากาศสะอาด ตามเกณฑ์ของ AQGs
– SDG Updates | พ.ร.บ. อากาศสะอาด หลักประกันให้คนไทยกลับมาสูดอากาศที่ดีต่อลมหายใจ
– SDG Insights | ส่องเพื่อนบ้าน II : สิทธิอากาศสะอาดในอินโดนีเซีย
– ครบรอบ 50 ปี ‘พ.ร.บ. อากาศสะอาด ปี 1970’ ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศของสหรัฐอเมริกา
– สภาฯ พิจารณา 7 ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด หวังลดมลพิษฝุ่น PM2.5 จับตาการลงมติต่อในการประชุมครั้งหน้า
ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
– (3.9) ลดจำนวนการตายและการเจ็บป่วยจากสารเคมีอันตรายและจากมลพิษและการปนเปื้อนทางอากาศ น้ำ และดิน ให้ลดลงอย่างมาก ภายในปี พ.ศ. 2573
#SDG11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
– (11.6) ลดผลกระทบทางลบของเมืองต่อสิ่งแวดล้อมต่อหัวประชากรรวมถึงการให้ความสำคัญกับคุณภาพอากาศและการจัดการขยะมูลฝอย และของเสียอื่นๆ ภายในปี พ.ศ. 2573
#SDG17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
– (17.14) ยกระดับความสอดคล้องเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
– (17.17) สนับสนุนและส่งเสริมหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาครัฐ-ภาคเอกชน และประชาสังคม สร้างบนประสบการณ์และกลยุทธ์ด้านทรัพยากรของหุ้นส่วน
แหล่งที่มา
– ภาคเหนือยังวิกฤต ไฟป่า-ฝุ่นพิษ (Thai PBS)
– เครือข่ายอากาศสะอาด งัด 10 ข้อ โต้ ‘ศุภชัย’ หลังอภิปราย เบรก กม.อากาศสะอาด (The Active)
– มท.ประกาศเขตช่วยเหลือไฟป่า-PM 2.5 แล้ว 17 อำเภอ ‘เชียงใหม่-ลำพูน-พะเยา’ (ประชาไท)
– ทส. สั่งปิดป่าสงวน 4 จังหวัดภาคเหนือ คุมเข้มไฟป่า-ฝุ่น PM 2.5 ฝ่าฝืนโทษหนักจำคุกสูงสุด 20 ปี (The standard)
– แก้วิกฤตฝุ่น PM 2.5 – ไฟป่า ภาคเหนือ สั่งจังหวัดใช้งบฉุกเฉินทันที (กรุงเทพธุรกิจ )
– 5 จว.เหนือ ประกาศ ‘เขตภัยพิบัติ-ช่วยฉุกเฉิน’ ไฟป่า ฝุ่นพิษ ปภ.แจงแนวทางใช้เงินช่วยผู้ประสบภัย (มติชน)

