
Corporate Accountability หรือ ความรับผิดชอบเชิงบรรษัทที่ตรวจสอบได้ คือกรอบการดำเนินงานที่มุ่งเน้นการสร้างกลไกบังคับใช้ทางกฎหมายเพื่อกำกับดูแลพฤติกรรมขององค์กรธุรกิจให้เป็นไปอย่างมีจริยธรรม แนวคิดนี้ถือเป็นการยกระดับจากความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) รูปแบบเดิมที่เน้นความสมัครใจมาสู่การสร้างระบบที่สามารถตรวจสอบและลงโทษบรรษัทได้จริงหากเกิดความล้มเหลวในการปฏิบัติหน้าที่ โดยมีเป้าหมายหลักในการคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจ และลดช่องว่างของอำนาจระหว่างบริษัทข้ามชาติกับภาคประชาสังคม
ปัจจัยที่ทำให้ความรับผิดชอบในลักษณะนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง คืออิทธิพลมหาศาลของภาคธุรกิจที่มีต่อเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งหากปล่อยให้ความรับผิดชอบขึ้นอยู่กับความสมัครใจเพียงอย่างเดียว มักจะไม่เพียงพอต่อการป้องกันปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือการฉ้อโกงทางภาษี กลไกการขับเคลื่อนในปัจจุบันจึงพัฒนาไปสู่การใช้กฎหมายที่เข้มงวดมากขึ้น เช่น กฎหมายการตรวจสอบสถานะสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมในห่วงโซ่อุปทานของเยอรมนี หรือ LkSG (Lieferkettensorgfaltspflichtengesetz) และ CSDDD ของสหภาพยุโรปซึ่งบังคับให้บริษัทต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นตลอดเส้นทางการดำเนินธุรกิจ
ในมิติของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน กล่าวได้ว่าความรับผิดชอบเชิงบรรษัทที่ตรวจสอบได้นี้สอดคล้องโดยตรงกับเป้าหมายย่อย (target) 12.6 ที่สนับสนุนให้บริษัทผสานข้อมูลความยั่งยืนเข้ากับรายงานประจำปี การเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใสตามมาตรฐานสากลอย่าง GRI ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงจากการสร้างภาพลักษณ์รักษ์โลกเกินจริง (greenwashing) แต่ยังช่วยให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถประเมินผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริงได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้ภาคธุรกิจต้องปรับโมเดลการทำงานให้สอดรับกับหลักการ “คุ้มครอง เคารพ และเยียวยา” ตามแนวทางของสหประชาชาติอย่างเคร่งครัด
หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านในครั้งนี้คือการย้ายจุดโฟกัสจากการทำกิจกรรมเพื่อภาพลักษณ์เท่านั้น มาเป็นการสร้างข้อผูกมัดที่มีความผูกพันทางกฎหมายและจริยธรรมด้วย การทำให้ภาคธุรกิจต้องรับผิดชอบต่อต้นทุนทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ตนเองก่อขึ้นจะเป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่จะช่วยให้การพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นไปอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจที่ตั้งอยู่บนความโปร่งใสและความเป็นธรรมในระยะยาวแทนการเล็งเห็นเพียงผลกำไรระยะสั้น
ชุดซีรีส์ 15 คำศัพท์ต้องรู้ในโค้งสุดท้าย SDGs – โลกกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของการขับเคลื่อนวาระการพัฒนาปี ค.ศ. 2030 โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการผ่านพ้นวาระครบรอบ 10 ปีของการประกาศเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในปี ค.ศ. 2025 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นหมุดหมายในการทบทวนความก้าวหน้าและวิเคราะห์อุปสรรคเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อน ทั้งความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะฉุกเฉินด้านสภาพภูมิอากาศ และความเหลื่อมล้ำที่ยังคงเป็นโจทย์ท้าทายสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายในระดับสากล สถานการณ์ปัจจุบันสะท้อนให้เห็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนต้องยกระดับการดำเนินงานให้เข้มข้นยิ่งขึ้นเพื่อให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ภายในกรอบเวลาที่เหลืออยู่
การนำวาระการพัฒนาปี 2030 กลับเข้าร่องเข้ารอยเส้นทางที่เหมาะสม จำเป็นต้องมีการปฏิรูปเชิงระบบและการบูรณาการความร่วมมืออย่างจริงจังในทุกระดับ ตั้งแต่การกำหนดนโยบายระดับมหภาคไปจนถึงการปรับเปลี่ยนในระดับปัจเจกบุคคล คอลัมน์ “15 คำศัพท์ต้องรู้ในโค้งสุดท้าย SDGs” นี้จึงเกิดขึ้นเพื่อรวบรวมแนวคิดสำคัญ นิยามใหม่ ๆ และหลักการเชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งสร้างความสามารถในฟื้นฟูและแก้ปัญหา ยกระดับความเป็นธรรม และสร้างการพัฒนาที่ครอบคลุมทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ
หมายเหตุ – คำอธิบายข้างต้นสรุปโดยทีมงาน เพื่อให้อ่านแล้วทำความเข้าใจง่ายเท่านั้นไม่แนะนำให้นำไปอ้างอิงในเชิงวิชาการ
เนตรธิดาร์ บุนนาค – เรียบเรียง
อติรุจ ดือเระ – พิสูจน์อักษร
● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
– GRI & UNGC เผยเเพร่เเนวทางการทำรายงานความยั่งยืนของภาคธุรกิจฉบับปรับปรุง หวังให้มีการเปรียบเทียบเเละเข้าถึงข้อมูลที่สะดวกขึ้น
– SDGs จะช่วยภาคเอกชน หรือภาคเอกชนจะผลักดัน SDGs ได้อย่างไร? อย่างน้อยเริ่มจากตระหนักว่า “ไม่มีงานเหลือให้ทำ ในโลกที่ตายไปแล้ว”
– ตลาดบริการให้คำปรึกษาด้านความยั่งยืนและ ESG สำหรับภาคธุรกิจ จะเติบโตมากกว่า 2 เท่าภายใน 5 ปีนี้
– SDG Recommends | CEO Guide to the SDGs – สร้างความเปลี่ยนแปลงโดยมี SDGs เป็นหัวใจธุรกิจ
– SDG Updates | SDG Index 2023 สถานการณ์โลก – อาเซียน – ไทยหลังผ่านมาครึ่งทาง
คำศัพท์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG8 งานที่มีคุณค่าเเละการเติบโตทางเศรษฐกิจ
– (8.4) ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรของโลกในการบริโภคและการผลิตอย่างต่อเนื่อง และพยายามที่จะแยกการเติบโตทางเศรษฐกิจออกจากความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นไปตามกรอบการดำเนินงาน 10 ปี ว่าด้วยการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน โดยมีประเทศที่พัฒนาแล้วเป็นผู้นำในการดำเนินการไปจนถึงปี พ.ศ. 2573
#SDG12 การผลิตเเละการบริโภคที่ยั่งยืน
– (12.6) สนับสนุนให้บริษัท โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติและบริษัทขนาดใหญ่ รับแนวปฏิบัติที่ยั่งยืนไปใช้ และบูรณาการข้อมูลด้านความยั่งยืนไว้ในรอบการรายงานของบริษัทเหล่านั้น
#SDG16 ความสงบสุข ยุติธรรม เเละสถาบันเข้มเเข็ง
– (16.6) พัฒนาสถาบันที่มีประสิทธิผล มีความรับผิดชอบ และโปร่งใสในทุกระดับ
เเหล่งที่มา
– From Corporate Responsibility to Corporate Accountability (UC Law)
– Guiding Principles on Business and Human Rights (UNHR)