Site icon SDG Move

UNTOC COP13 มีมติร่าง ‘พิธีสารว่าด้วยอาชญากรรมสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ’ หวังป้องกันการลอยนวลพ้นผิดอาชญากรสิ่งแวดล้อม

วันที่ 19 – 23 ตุลาคม 2569 ประเทศกว่า 142 ประเทศ ตัวแทนองค์ระหว่างรัฐบาล ชนเผ่าพื้นเมือง และองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) อีก 320 องค์กร เข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีสมาชิกอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร (UN Convention against Transnational Organized Crime: UNTOC) ครั้งที่ 13 หรือ ‘UNTOC COP 13’ ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย 

การประชุมครั้งนี้เน้นสนับสนุนการมีส่วนร่วมของผู้เข้าประชุมโดยเฉพาะต่อประเด็นการหารือร่างข้อมติเพื่อจัดตั้งกระบวนการจัดทำพิธีสารเพิ่มเติมว่าด้วยอาชญากรรมสิ่งแวดล้อมภายใต้ UNTOC โดยรัฐบาลหลายประเทศและองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) ผลักดันให้มีกระบวนการจัดตั้งคณะกรรมการวิสามัญ (ad hoc committee) เพื่อจัดทำพิธีสารว่าด้วยอาชญากรรมสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ แต่มีราวสิบกว่าประเทศที่คัดค้านกระบวนการดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การลงคะแนนเสียงต่อข้อมติเพื่อจัดตั้งคณะกรรมการนี้ได้เสียงเกินเกณฑ์สองในสามที่กำหนด โดย Earth Negotiations Bulletin (ENB)  รายงานว่า “ผู้เข้าร่วมหลายฝ่ายเห็นตรงกันว่า นี่เป็นหลักฐานว่าระบบพหุภาคีนิยมยังเป็นผล” แม้จะอยู่ท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมือง

ENB วิเคราะห์ถึงกรอบเวลาที่ทะเยอทะยานในการจัดทำร่างพิธีสารข้างต้นว่าควรเสร็จสิ้นให้ทันสำหรับพิจารณาในการประชุม COP 14 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 13 ตุลาคม 2571 เนื่องจากข้อมติได้ระบุประเภทของอาชญากรรมสิ่งแวดล้อมไว้ชัดเจนแล้ว ได้แก่ การค้าสัตว์ป่าและพืชป่าอย่างผิดกฎหมาย รวมถึงไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ การทำเหมืองแร่และค้าแร่และโลหะมีค่าอย่างผิดกฎหมาย และการลักลอบค้าของเสีย 

ความมุ่งมั่นและทะเยอทะยานข้างต้นเป็นเหตุให้ Carlos Alberto Sánchez del Águila ประธานกลุ่มผู้เชี่ยวชาญระหว่างรัฐบาลว่าด้วยอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (Open-ended Intergovernmental Expert Group) กล่าวในพิธีปิดการประชุมรัฐภาคีสมาชิกว่า “การประชุมครั้งนี้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยเจตจำนงทางการเมืองอย่างชัดเจนว่าจะสร้างหลักประกันไม่ให้ ‘เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่มีการจัดตั้ง’ ทำลายมรดกทางธรรมชาติของเราอย่างลอยนวลพ้นผิดอีก”

นอกจากนี้ UNTOC COP13 ยังรับรองข้อมติในประเด็นอื่น ๆ ได้แก่

ทั้งนี้ รายงานสรุปการประชุมของ ENB ระบุว่า อาชญากรรมสิ่งแวดล้อมส่งผลให้ทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรม โดยการค้าที่ผิดกฎหมายสร้างผลกำไรให้กลุ่มอาชญากรกว่าราว 110,000–281,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งอาชญากรรมประเภทนี้ครอบคลุมการลักลอบตัดไม้ การล่าและค้าสัตว์ป่าและพืชใกล้สูญพันธุ์ การทำเหมืองแร่อย่างผิดกฎหมาย การค้าของเสียข้ามพรมแดน และการก่อมลพิษ นอกจากนี้ กลุ่มอาชญากรจำนวนมากที่หาผลประโยชน์จากอาชญากรรมสิ่งแวดล้อม ยังเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายอื่น ๆ เช่น การค้ายาเสพติดและการค้ามนุษย์ด้วย ซึ่งประเด็นเหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาความท้าทายของประเทศไทยในปัจจุบันที่ยังจัดการหรือหาทางออกที่มีประสิทธิภาพไม่ได้ 

● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
– มูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ เผยภาพดาวเทียม ‘เหมืองแรร์เอิร์ท’ เมียนมา – เสี่ยงสารพิษปนเปื้อนน้ำกก กระทบสิ่งแวดล้อมชายแดนไทย
– BMW, Volvo, Google, และ Samsung SDI ลงนามกับ WWF ห้ามการทำเหมืองแร่ใต้ทะเลลึก 
– SDG Spotlight – 6 ข่าว SDGs น่าสนใจในรอบสัปดาห์ที่ 3 ประจำเดือนมิถุนายน 2566 
– เสียงส่วนใหญ่ใน IUCN World Conservation Congress เห็นชอบห้ามทำเหมืองแร่ใต้ทะเลลึกชั่วคราว
– MRC ออกยุทธศาสตร์พัฒนาลุ่มแม่น้ำโขงใหม่ ตั้งระยะเวลาที่ 10 ปี จัดการน้ำให้ยั่งยืนคล้องกับกรอบเวลาของ SDGs 
– SDG Updates | 7 นาที สรุป 7 ประเด็นเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนกับสถานการณ์ลุ่มแม่น้ำโขง ฉบับ 101 

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG15 ระบบนิเวศบนบก
– (15.2) ส่งเสริมการดำเนินการด้านการบริหารจัดการป่าไม้ทุกประเภทอย่างยั่งยืน หยุดยั้งการตัดไม้ทำลายป่า ฟื้นฟูป่าที่เสื่อมโทรม และเพิ่มการปลูกป่าและฟื้นฟูป่าทั่วโลกอย่างจริงจัง ภายในปี พ.ศ. 2563
– (15.5) ปฏิบัติการที่จำเป็นและเร่งด่วนเพื่อลดการเสื่อมโทรมของถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติ หยุดยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และภายในปี พ.ศ. 2563 ปกป้องและป้องกันการสูญพันธุ์ของชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคาม
– (15.7) ปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อจะยุติการล่าและการขนย้ายชนิดพันธุ์พืชและสัตว์คุ้มครอง และแก้ปัญหาทั้งอุปสงค์และอุปทานต่อผลิตภัณฑ์สัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย
– (15.c) เพิ่มพูนการสนับสนุนในระดับโลกแก่ความพยายามที่จะต่อสู้กับการล่า การเคลื่อนย้ายชนิดพันธุ์คุ้มครอง รวมถึงโดยการเพิ่มขีดความสามารถของชุมชนท้องถิ่น
#SDG16 ความสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง
– (16.4) ภายในปี พ.ศ. 2573 ลดการลักลอบเคลื่อนย้ายอาวุธและเงิน เสริมความแข็งแกร่งของกระบวนการติดตามและการส่งคืนสินทรัพย์ที่ถูกขโมยไป และต่อสู้กับอาชญากรรมที่จัดตั้งในลักษณะองค์กรทุกรูปแบบ ภายในปี พ.ศ. 2573
#SDG17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
– (17.17) สนับสนุนและส่งเสริมหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาครัฐ-ภาคเอกชน และประชาสังคม สร้างบนประสบการณ์และกลยุทธ์ด้านทรัพยากรของหุ้นส่วน

แหล่งที่มา : Countries Agree to Develop UNTOC Protocol on Specific Environmental Crimes

Author

  • Knowledge Communication | สนใจประเด็นสันติภาพ ความมั่นคงมนุษย์ ใช้ชีวิตโดยเชื่อในสมดุลมากกว่าความสมบูรณ์เเบบ

Exit mobile version