Site icon SDG Move

SDG Updates |  ไทยหลุด Top 50 ของอันดับความสุขโลก เเต่ยังคงรั้งอันดับ 3 ในอาเซียน ด้วยคะเเนนเฉลี่ย 6.3 ตามหลัง ‘สิงคโปร์’ เเละ ‘เวียดนาม’

เนื่องในวันแห่งความสุขสากล (International Day of Happiness) ซึ่งตรงกับวันที่ 20 มีนาคมของทุกปี เครือข่ายวิชาการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Solutions Network: SDSN) ได้เผยแพร่ รายงานความสุขโลกประจำปี 2026 (World Happiness Report 2026) จัดทำโดยมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด (University of Oxford) และพันธมิตร โดยใช้ข้อมูลจาก Gallup World Poll และแหล่งข้อมูลอื่น ๆ พบปีนี้ฟินแลนด์ครองแชมป์ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ปีขณะที่ไทย เเม้คะเเนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 0.8 จาก 6.22 คะแนน ในรอบการประเมินก่อนหน้า เป็น 6.3 คะเเนน ในปีนี้  เเต่อันดับกลับร่วงลงมาถึง 3 อันดับ โดยร่วงจากอันดับ 49 มาเป็นอันดับ 52 ส่งผลให้ยังคงตามหลัง ‘สิงคโปร์’ เเละ ‘เวียดนาม’ สองชาติในอาเซียนที่มีอันดับดีกว่าต่อเนื่องมาหลายปี 

SDG Updates ฉบับนี้ ชวนสำรวจสถานการณ์เเละภาพรวมอันดับความสุขของโลก ฉายภาพอันดับ จุดเเข็ง เเละข้อกังวลต่อความสุขของประเทศไทย พร้อมทั้งเปรียบเทียบพัฒนาการเเละความเเตกต่างของประเทศอาเซียน


00 – ข้อควรทราบก่อนอ่านรายงาน 

เกณฑ์การจัดอันดับความสุขในรายงานความสุขโลก 2026 (World Happiness Report 2026) ใช้ 6 ปัจจัยหลัก (six key factors) ในการประเมินระดับความสุขของประชากรแต่ละประเทศ ซึ่งได้มาจากแบบสำรวจ Gallup World Poll และข้อมูลจากแหล่งอื่น ๆ

6 ปัจจัยหลักของรายงานความสุขโลก 2026

  1. การสนับสนุนทางสังคม (Social Support) – การมีคนที่สามารถพึ่งพาได้ในยามลำบาก
  2. ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว (GDP per Capita) – รายได้เฉลี่ยของประชากรสะท้อนคุณภาพชีวิต
  3. อายุขัยเฉลี่ยที่ดีต่อสุขภาพ (Healthy Life Expectancy) – ระยะเวลาที่สามารถใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี
  4. เสรีภาพในการเลือกชีวิต (Freedom to Make Life Choices) – ความสามารถในการตัดสินใจเรื่องสำคัญของชีวิต
  5. ความเอื้ออาทร (Generosity) – ความถี่และขนาดของการให้และการช่วยเหลือผู้อื่น
  6. การรับรู้การทุจริต (Perceptions of Corruption) – ระดับความไว้วางใจต่อรัฐบาลและภาคธุรกิจ

วิธีคำนวณคะแนน

นอกจากนี้ยังมีการประเมินคะแนน Dystopia + Residual ซึ่งเป็นส่วนที่ 6 ปัจจัยหลักอธิบายไม่ได้ ประกอบด้วยคะแนนพื้นฐานของประเทศสมมติที่มีความสุขต่ำที่สุดในโลก (1.16) บวกกับค่าความคลาดเคลื่อนที่คะแนนความสุขจริงของแต่ละประเทศสูงหรือต่ำกว่าที่แบบจำลองพยากรณ์ไว้


01 – ภาพรวมระดับโลก

การจัดอันดับประเทศที่ความสุขระดับโลกครั้งนี้ ใช้ข้อมูลระหว่างปี ค.ศ. 2023 – 2025 สำหรับการประเมิน โดยสำรวจทั้งหมด 147 ประเทศ พบว่า 5 ประเทศที่มีคะเเนนความสุขสูงสุด ได้เเก่ อันดับ 1 ฟินแลนด์ ได้คะเเนนเฉลี่ย 7.76 ส่งผลให้ยังคงยึดหัวเเถวได้เป็นปีที่ 9 ติดต่อกัน ตามมาด้วยอันดับ 2 ไอซ์แลนด์ ได้คะเเนนเฉลี่ย 7.54 เพิ่มจากปีก่อนหน้า 0.3 คะเเนน ขณะที่อันดับที่ 3 – 5 ตกเป็นของเดนมาร์ก (คะเเนนเฉลี่ย 7.54) คอสตาริกา (คะเเนนเฉลี่ย 7.44) เเละสวีเดน (คะเเนนเฉลี่ย 7.25) ตามลำดับ

ส่วน 5 อันดับประเทศที่มีคะแนนความสุขรั้งท้าย ได้แก่ประเทศอัฟกานิสถานรั้งท้ายอันดับที่ 147 ได้คะเเนนเฉลี่ยเพียง 1.45 คะเเนน ส่วนอีก 4 ประเทศ ได้เเก่ เซียร์ราลีโอน (คะเเนนเฉลี่ย 3.25) มาลาวี (คะเเนนเฉลี่ย 3.28) ซิมบับเว (คะเเนนเฉลี่ย 3.35) เเละ บอตสวานา (คะเเนนเฉลี่ย 3.46)

รายงานระบุว่าช่องว่างคะเเนนระหว่างประเทศคะเเนนเฉลี่ยสูงกับประเทศคะเเนนเฉลี่ยต่ำยังคงเป็นช่องว่างที่ถางห่างมากกว่า 6 คะเเนน ดังเห็นได้ว่าช่องว่างคะเเนนระหว่างฟินเเลนด์ซึ่งได้คะเเนนสูงสุดกับอัฟกานิสถานซึ่งรั้งท้ายสุด นั้นอยู่ที่ 6.31 คะเเนน 

รายงานเปิดเผยด้วยว่า 21 ประเทศที่ได้คะเเนนเพิ่มขึ้น 1 คะเเนนหรือมากกว่าในรอบการประเมินครั้งนี้ ส่วนใหญ่อยู่ในภูมิภาคยุโรปกลางเเละยุโรปตะวันออก เช่น ลิทัวเนีย (เพิ่มขึ้น 1.29 คะเเนน) เซอร์เบีย (เพิ่มขึ้น 1.88 คะเเนน) เเละบัลเเกเรีย (เพิ่มขึ้น 1.72 คะเเนน) สะท้อนถึงความเด่นชัดของระดับความสุขในภูมิภาคนี้ที่มีต่อเนื่องยาวนานกว่าทศวรรษ ส่วน 8 ประเทศที่ได้คะเเนนลดลง 1 คะเเนนหรือมากกว่า ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ที่มีความขัดเเย้งที่สำคัญ เช่น เวเนซุเอลา (ลดลง 1.28 คะเเนน)  เลบานอน (ลดลง 1.3 คะเเนน) เเละอัฟกานิสถาน (ลดลง 2.59 คะเเนน) ส่วนอิสราเอล เเม้ยังคงอยู่ใน Top 10 ประเทศที่มีความสุขมากที่สุด เเต่คะเเนนเฉลี่ยของการประเมินรอบนี้ ลดลง 0.11 คะเเนน เช่นเดียวกับคะเเนนของสหรัฐอเมริกา ที่ลดลง 0.27 คะเเนน ขณะที่จีนเเละรัสเซีย เเม้อันดับยังไม่ขยับขึ้นใน Top 50 เเต่ปีนี้คะเเนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1.1 เเละ 0.37 คะเเนน ตามลำดับ 

ทั้งนี้ หากพิจารณาอันดับอารมณ์เชิงบวก พบว่าประเทศที่มีคะเเนนอารมณ์เชิงบวกสูงสุด 10 อันดับเเรก ประกอบด้วย ประเทศจากละตินอเมริกากว่า 6 ประเทศ ได้เเก่ กัวเตมาลา ปารากวัย เม็กซิโก เอลซัลวาดอร์ ปานามา เเละเอกวาดอร์  อีก 4 ประเทศ ได้เเก่ ไอซ์เเลนด์ เซเนกัล อินโดนีเซีย ส่วนประเทศที่มีความสุขลดน้อยถอยลงมากที่สุด 10 อันดับเเรก ประกอบด้วย 2 ประเทศจากตะวันออกกลาง เเละ 6 ประเทศจากเเอฟริกา เเละอาร์เมเนีย 

นอกจากนี้ อีกประเด็นที่น่าสนใจคือปัจจุบันประเทศอุตสาหกรรมตะวันตก (Western Industrial Countries) มีความสุขลดน้อยลงหากเทียบกับช่วงปี ค.ศ. 2005 – 2010 โดยกว่า 15 ประเทศจากกลุ่มนี้มีคะเเนนความสุขที่ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ ส่วนประเทศที่มีความสุขเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญมีเพียง 4 ประเทศเท่านั้น 


02 – ข้อค้นพบประเด็น ‘ความสุขกับสื่อสังคมออนไลน์’

รายงานความสุขโลกปีนี้เพ่งความสนใจไปที่ประเด็น ‘ความสุขกับสื่อสังคมออนไลน์’ (social media) เป็นสำคัญ โดยใช้กระบวนการวิเคราะห์ 2 ลักษณะ คือการสัมภาษณ์สอบถามผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (วัยรุ่น ผู้ปกครอง ครู เเละผู้ปฏิบัติงานบริษัทด้านสื่อออนไลน์) ต่อประเด็น ‘สื่อออนไลน์กับสุขภาวะของวัยรุ่น’ เเละใช้การพิจารณาหลักฐานทางวิชาการประกอบการศึกษาค้นคว้า 

รายงานอ้างอิงข้อมูลที่น่าสนใจจาก International Student Assesmet (PISA) ซึ่งศึกษาวัยรุ่นอายุ 15 ปี ใน 47 ประเทศ พบว่าความพึงพอใจในชีวิต (life satisfication) สัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ โดยคนที่ใช้สื่ออนไลน์มากกว่า 7 ชั่วโมงต่อวัน มีสุขภาวะความเป็นอยู่ที่ดีน้อยกว่าคนที่ใช้สื่อออนไลน์น้อยกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน 

ข้อค้นพบอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เช่น


03 – ภาพรวมอันดับความสุขของ ‘อาเซียน’ และ ‘ประเทศไทย’

| อันดับความสุขของประเทศในอาเซียน

ภาพรวมดัชนีความสุขของประเทศสมาชิกอาเซียนจากการประเมินข้อมูลช่วงปี ค.ศ. 2023 – 2025 มีทิศทางใกล้เคียงกับการประเมินรอบก่อนหน้า โดยเมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน พบว่า ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 3 โดยอันดับ 1 คือ ประเทศสิงคโปร์ (อันดับ 34) ซึ่งได้อันดับเท่าเดิมจากปีที่แล้ว  ตามมาด้วยเวียดนามในอันดับ 45 และไทยในอันดับ 52 ส่วนอันดับถัดมา ได้แก่  ฟิลิปปินส์ (อันดับ 56) มาเลเซีย (อันดับ 71) อินโดนีเซีย (อันดับ 87)  ลาว (อันดับ 92)  กัมพูชา (อันดับ 121) และเมียนมา  (อันดับ 129) 

ขณะที่บรูไนดารุซซาลามและติมอร์-เลสเตไม่ได้ร่วมการจัดอันดับดัชนีความสุข อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบกับปี 2568 พบว่ามี 4 ประเทศ ที่มีอันดับก้าวหน้าขึ้นในปีนี้ ได้แก่ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ลาว และกัมพูชา ขณะที่สิงคโปร์อยู่ในอันดับเดิม และอีก 4 ประเทศมีอันดับถดถอยลง ได้แก่ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเมียนมา

อาเซียนมีประเทศสมาชิกทั้งหมด 11 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา ไทย บรูไนดารุซซาลาม เมียนมา ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ลาว เวียดนาม สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เเละติมอร์-เลสเต

นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาดัชนีความสุขของเอเชียตะวันออกประเทศอื่น ๆ เช่น ประเทศไต้หวัน (อันดับ 26) ได้รับการจัดอันดับว่ามีความสุขสูงสุดในเอเชียตะวันออก ตามมาด้วยญี่ปุ่น (อันดับ 61) ฮ่องกง (อันดับ 90)  ซึ่งคะแนนต่ำกว่าหลายประเทศในเอเชีย ส่วนหนึ่งมาจากปัญหารายได้เฉลี่ยของประชากรสะท้อนคุณภาพชีวิต จีน (อันดับ 65)  เเละเกาหลีใต้ (อันดับ 67) 


| ‘ความก้าวหน้า’ และ ‘ความท้าทาย’ ของประเทศไทยในอันดับความสุขโลก 2026

คะเเนนความสุขประจำปี 2569 ประเทศไทย มีคะแนนความสุขเฉลี่ย (3 ปี) 6.296 คะแนน  อยู่ในอันดับที่ 52 ของโลก ซึ่งแม้จะไม่ใช่อันดับสูงสุดในประวัติศาสตร์ของไทย (อันดับ 32) แต่ยังคงสะท้อนให้เห็นถึงจุดแข็งในหลายด้าน 

เมื่อพิจารณาคะแนนปัจจัยสำคัญ 6 ประการ โดยใช้ข้อมูลระหว่างปี ค.ศ. 2023 – 2025   พบว่า GDP ต่อหัวมีคะแนนสูงสุดที่ 1.632 คะแนน รองลงมาคือการสนับสนุนทางสังคม 1.424 คะแนน เสรีภาพในการเลือกดำเนินชีวิต 1.087 คะแนน อายุขัยคาดเฉลี่ยที่มีสุขภาพดี 0.694 คะแนน และความเอื้ออาทร 0.195 คะแนน ขณะที่มุมมองต่อการทุจริตมีคะแนนต่ำสุดเพียง 0.029 คะแนน นอกจากนี้คะแนน Dystopia + Residual ซึ่งเป็นส่วนที่ 6 ปัจจัยหลักอธิบายไม่ได้ อยู่ที่ 1.234 คะแนน

เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2568 พบว่าคะแนนลดลง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการสนับสนุนทางสังคมลดลงมากที่สุด 0.126 คะแนน รองลงมาคือความเอื้ออาทรลดลง 0.025 คะแนน และมุมมองต่อการทุจริตลดลง 0.011 คะแนน

ด้านที่โดดเด่นในระดับโลกคือเสรีภาพในการเลือกดำเนินชีวิต ซึ่งไทยอยู่ในอันดับ 8 ของโลก ด้วยค่า ร้อยละ 94.5 สะท้อนว่าคนไทยรู้สึกมีอิสระในการตัดสินใจในชีวิต รองลงมาคืออายุขัยคาดเฉลี่ยที่มีสุขภาพดีอยู่ในอันดับ 37 โดยมีอายุอยู่ที่ 65.8 ปี และการสนับสนุนทางสังคมอันดับ 56 ร้อยละ 85.9 สะท้อนความเข้มแข็งของเครือข่ายครอบครัวและชุมชน

อย่างไรก็ดี จุดอ่อนสำคัญที่ยังคงเป็นความท้าทายของประเทศไทยคือมุมมองต่อการทุจริต ซึ่งอยู่ในอันดับ 127 ของโลก สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนยังคงมีความกังวลต่อความโปร่งใสในภาครัฐ และเป็นประเด็นที่ต้องได้รับการพัฒนาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง นอกจากนี้ GDP ต่อหัวของไทยอยู่ในอันดับ 58 ของโลก มูลค่า 22,181 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 728,591 บาท บ่งชี้ว่าแม้เศรษฐกิจไทยจะมีความก้าวหน้า แต่ยังมีช่องว่างในการยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตทางเศรษฐกิจของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น

ภาพรวมดัชนีความสุขของประเทศไทยในปีนี้  สะท้อนให้เห็นว่าไทยมีจุดแข็งด้านเสรีภาพในการดำเนินชีวิตและความเข้มแข็งของสังคม แต่ยังคงเผชิญความท้าทายด้านความโปร่งใสและการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะต้องได้รับการแก้ไขเพื่อผลักดันคุณภาพชีวิตและความสุขของคนไทยให้ก้าวหน้ามากขึ้น

แนวโน้มเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อความสุขของผู้คนทั่วโลก ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และความไว้วางใจในระบบ พร้อมช่วยสะท้อนข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อความสุขในแต่ละประเทศทั่วโลก

เเพรวพรรณ ศิริเลิศ เเละ อติรุจ ดือเระ – เรียบเรียง
วิจย์ณี เสนแดง – ภาพประกอบ


เข้าถึงรายงาน รายงานความสุขโลกประจำปี 2026 ได้ที่ World Happiness Report 2026

● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
World Happiness Report 2024 ไทยขยับขึ้นอันดับที่ 58 ‘ประเทศที่มีความสุขที่สุด’ – ฟินแลนด์ครองที่หนึ่ง เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน
ไทยขยับขึ้นอันดับที่ 60 จากการจัดอันดับของ World Happiness Report 2023 ฟินแลนด์ยังคงครองที่ 1 ‘ประเทศที่มีความสุขที่สุด’ 6 ปีซ้อน
ไทยได้อันดับ 61 จาก World Happiness Report 2022 ฟินแลนด์ครองที่หนึ่งประเทศที่มีความสุขที่สุด 5 ปีซ้อน
Global Gender Gap Report 2023 ชี้อีก 131 ปี กว่าโลกจะมีความเท่าเทียมทางเพศ – ส่วนไทยติดอันดับที่ 74 ในการประเมินดัชนี
SDG Updates: ‘พิษ-แพร่-พัง’ หายนะจากสงครามต่อการล่มสลายของระบบสุขภาพ 

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG1 ขจัดความยากจน
#SDG3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
–  (3.4) ลดการตายก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อให้ลดลงหนึ่งในสาม ผ่านทางการป้องกันและการรักษาโรค และสนับสนุนสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดี ภายในปี พ.ศ. 2573
#SDG8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
– (8.1) ทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจต่อหัวประชากรมีความยั่งยืนตามบริบทของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของประเทศพัฒนาน้อยที่สุด มีการขยายตัวอย่างน้อยร้อยละ 7 ต่อปี
#SDG10 ลดความเหลื่อมล้ำ
– (10.2) ให้อำนาจและส่งเสริมความครอบคลุมด้านสังคม เศรษฐกิจและการเมืองสำหรับทุกคน โดยไม่คำนึงถึงอายุ เพศ ความบกพร่องทางร่างกาย เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ แหล่งกำเนิด ศาสนา หรือสถานะทางเศรษฐกิจหรือสถานะอื่น ๆ ภายในปี 2573
#SDG16 สังคมสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง
– (16.5)  ลดการทุจริตในตำแหน่งหน้าที่และการรับสินบนทุกรูปแบบ
– (16.7) สร้างหลักประกันว่าจะมีกระบวนการตัดสินใจที่มีความรับผิดชอบ มีส่วนร่วม และมีความเป็นตัวแทนที่ดีในทุกระดับการตัดสินใจ

Author

Exit mobile version