วันนี้ (9 มีนาคม 2569) The Conversation เปิดเผยว่าการโจมตีทางอากาศของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลต่อคลังน้ำมันของอิหร่านจำนวน 4 แห่งเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาส่งผลให้บางพื้นที่ของอิหร่านต้องเผชิญกับ ‘ฝนกรดสีดำ’ (Black Acid Rain) ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่น่ากังวลต่อทั้งสุขภาพมนุษย์และสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะในกรุงเตหะราน เมืองหลวงที่มีคนอาศัยอยู่มากกว่า 10 ล้านคน
ข้อสรุปที่น่าสนใจจากสถานการณ์ข้างต้น เช่น
- ภายหลังคลังน้ำมันถูกโจมตีไม่นาน ผู้อาศัยในอิหร่านหลายรายรายงานว่าตนเองมีอาการปวดหัว หายใจลำบาก และพบฝนที่ปนเปื้อนน้ำมันเกาะติดบนอาคารที่พักอาศัยและรถยนต์ ซึ่งมีความกังวลว่าสารดังกล่าวอาจฟุ้งกลับเข้าสู่อากาศได้อีกครั้งเมื่อถูกรบกวนโดยลมแรง
- สภากาชาดอิหร่าน เตือนว่าฝนที่ลงมามีสภาพเป็นกรดซึ่งอันตรายอย่างมากต่อผิวหนังและปอด
- กลุ่มประชากรเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้พิการ มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป และหากหญิงตั้งครรภ์สัมผัสกับมลพิษทางอากาศดังกล่าว อาจส่งผลให้ทารกแรกเกิดที่คลอดออกมามีน้ำหนักน้อยกว่าปกติ
- ในระยะยาว การสัมผัสกับสารประกอบในอากาศและในฝนสีดำนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง โดยเมื่อสูดดมอนุภาคขนาดเล็กมาก (PM2.5) เข้าไป อนุภาคเหล่านี้สามารถเข้าสู่กระแสเลือดได้ ซึ่งเชื่อมโยงกับผลกระทบต่อสุขภาพหลายอย่าง รวมถึงมะเร็ง ภาวะทางระบบประสาท เช่น ความบกพร่องทางสติปัญญา และโรคหัวใจและหลอดเลือดต่าง ๆ
- มีข้อกังวลถึงผลกระทบต่อแหล่งน้ำเนื่องจากหากกลุ่มอากาศที่ปนเปื้อนหนักเหล่านี้ถ่ายมลพิษลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติผ่านฝน อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำและแหล่งน้ำดื่มของผู้คนด้วย
- มีข้อแนะนำให้ผู้ที่สัมผัสกับควันและฝนสีดำในอิหร่านพยายามสวมหน้ากากหรือผ้าปิดหน้า หาที่หลบอยู่ในร่ม ปิดประตูและหน้าต่าง และพยายามกันอากาศภายนอกออก อย่างไรก็ดี มีรายงานจากคนในพื้นที่ว่าอุปกรณ์ที่จำเป็นหลายอย่าง เช่น หน้ากากอนามัย ยาพ่น ขาดแคลนและมีราคาที่เพิ่มสูงขึ้นมาก
The Guardian เปิดเผยข้อมูลจาก เนกิน (นามสมมติ) อดีตนักเคลื่อนไหวและนักโทษทางการเมือง ซึ่งระบุว่าสถานการณ์ ณ ปัจจุบันน่ากลัวมากจนยากจะอธิบาย ควันปกคลุมทั้งเมือง และตนเองหายใจไม่ออกอย่างรุนแรง ทั้งยังมีอาการแสบร้อนที่ดวงตาและลำคอ ซึ่งคนอีกจำนวนมากก็รู้สึกเช่นเดียวกัน
ด้าน ไทยรัฐออนไลน์ ระบุว่าสาเหตุของฝนดำในอิหร่านครั้งนี้เกิดจากเขม่าควันสงครามและการระเบิด โดยการโจมตีคลังน้ำมันและโรงกลั่นก่อให้เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิงฟอสซิลและส่งอนุภาคคาร์บอนละเอียดลอยขึ้นสู่ฟ้า จากนั้นสารประกอบซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และไนโตรเจนออกไซด์ จากการระเบิดจะทำปฏิกิริยากับละอองน้ำในอากาศ กลายเป็นกรดซัลฟิวริกและกรดไนตริก และเมื่อฝนตกลงมา หยดน้ำจะทำหน้าที่เป็น “ตัวกวาด” เอาฝุ่นละอองและเขม่าดำเหล่านั้นลงมาสู่พื้นดินพร้อมกัน
● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
– ‘สงครามคร่าชีวิตพลเรือนเพิ่มขึ้น 17,000 ราย – เด็กตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์เพิ่มกว่า 35%’ ชวนสำรวจผ่าน ‘รายงาน SDG 16’ ฉบับใหม่ของ UN
– เด็กหลักล้านคนในโลกตกเป็นทาสสมัยใหม่ โดยรูปแบบหนึ่งคือการค้ามนุษย์ที่มีสถานสงเคราะห์เด็กบังหน้า
– ผู้อพยพเด็กที่เดินทางโดยลำพังอย่างน้อย 18,000 คน หายตัวไปในยุโรปตั้งแต่ปี 2018 เสี่ยงตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์
– เลขาธิการ UN แถลงประเด็น SDGs ที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษในปี 2566 พร้อมเรียกร้องทั่วโลกยุติการก่อสงครามทำลายล้างธรรมชาติ
– การลักพาตัวเด็กจากเหตุสงครามเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ชวนอ่าน Guidance Note on Abduction – บันทึกแนวทางป้องกันเเละยุติการลักพาตัวเด็กฉบับใหม่ของ UN
– OHCHR ระบุปี 2565 เป็นปีที่ชาวปาเลสไตน์ถูกคร่าชีวิตในเขตเวสต์แบงก์มากที่สุดในรอบ 17 ปี พร้อมประณามอิสราเอลใช้กำลังเกินกว่าเหตุ
– SDG Updates: ‘พิษ-แพร่-พัง’ หายนะจากสงครามต่อการล่มสลายของระบบสุขภาพ
ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
– (3.3) ยุติการแพร่กระจายของเอดส์ วัณโรค มาลาเรีย และโรคเขตร้อนที่ถูกละเลย และต่อสู้กับโรคตับอักเสบ โรคติดต่อทางน้ำและโรคติดต่ออื่นๆ ภายในปี พ.ศ. 2573
– (3.9) ลดจำนวนการตายและการเจ็บป่วยจากสารเคมีอันตรายและจากมลพิษและการปนเปื้อนทางอากาศ น้ำ และดิน ให้ลดลงอย่างมาก ภายในปี พ.ศ. 2573
#SDG6 น้ำสะอาดและการสุขาภิบาล
– (6.1) บรรลุเป้าหมายการให้ทุกคนเข้าถึงน้ำดื่มที่ปลอดภัยและมีราคาที่สามารถซื้อหาได้ ภายในปี พ.ศ. 2573
– (6.3) ปรับปรุงคุณภาพน้ำ โดยการลดมลพิษ ขจัดการทิ้งขยะและลดการปล่อยสารเคมีอันตรายและวัตถุอันตราย ลดสัดส่วนน้ำเสียที่ไม่ผ่านการบำบัดลงครึ่งหนึ่ง และเพิ่มการนำกลับมาใช้ใหม่และการใช้ซ้ำที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืนทั่วโลก ภายในปี พ.ศ. 2573
#SDG12 การผลิตเเละการบริโภคที่ยั่งยืน
– (12.4) บรรลุเรื่องการจัดการสารเคมีและของเสียทุกชนิดตลอดวงจรชีวิตของสิ่งเหล่านั้นด้วยวิธีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศที่ตกลงกันแล้ว และลดการปลดปล่อยสิ่งเหล่านั้นออกสู่อากาศ น้ำ และดินอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อจะลดผลกระทบทางลบต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด ภายในปี พ.ศ. 2563
#SDG16 ความสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันเข้มแข็ง
– (16.1) ลดความรุนแรงทุกรูปแบบและอัตราการตายที่เกี่ยวข้องในทุกแห่งให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
แหล่งที่มา
– What is the ‘acid rain’ in the wake of US bombings in Iran? An atmospheric scientist explains (The Conversation)
– ‘Dark, like our future’: Iranians describe scenes of catastrophe after Tehran’s oil depots bombed (The Guardian)
– ทำความรู้จัก “ฝนกรดสีดำ” วิกฤตสิ่งแวดล้อมในอิหร่าน ผลพวงสงครามที่น่ากลัวกว่าที่คิด (ไทยรัฐออนไลน์)

