SDG Move

SDG Updates |  เศรษฐกิจแพลตฟอร์ม ภายใต้โครงสร้างกฎหมายที่ไม่เอื้อ: แรงงาน ‘ไรเดอร์’ ในระบบที่บีบคั้นความอยู่รอด

แพรวพรรณ ศิริเลิศ

อีกหนึ่งฟันเฟืองที่ไม่เคยหยุดหมุน ไม่ว่าเทศกาลไหน ‘ไรด์เดอร์’ หนึ่งในแรงงานบนเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม ระบบเศรษฐกิจที่เติบโตสูงสุดตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ทั้งเคยเป็นเส้นเลือดฝอยสำคัญที่ช่วยพยุงผู้คนจำนวนมากให้มีรายได้ยามที่โรคระบาดงานหายไปจากมือ ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปภาพที่เห็นกลับย้อนแย้ง แรงงานกลุ่มนี้ยังคงถูกมองข้ามและถูกปฏิบัติต่างชั้นจากแรงงานในระบบทั่วไป ด้วยสิทธิที่ควรได้รับกลับถูกลิดรอน ค่าแรงถูกบีบลง และผลประโยชน์ที่ควรเป็นของพวกเขากลับไหลเข้าสู่กระเป๋าของบริษัทเจ้าของแพลตฟอร์มมากเสียกว่าคนทำงาน

SDG Updates ฉบับนี้ ชวนผู้อ่านสำรวจเเละปลดเปลือยมายาคติของคำว่า ‘อิสระ’ และตั้งคำถามกับคำลวงหวานอย่าง ‘พาร์ตเนอร์’ ว่าแท้จริงแล้วหมายความว่าอะไร ใครได้หรือเสียประโยชน์ และแรงงานเหล่านี้ควรได้รับการคุ้มครองอย่างไร หาคำตอบไปพร้อมกันในบทความนี้ 


01 – นิยามของเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม และมายาคติแห่ง “อิสระ” 

ทุกคนคงคุ้นหูกันดีกับคำว่า “เศรษฐกิจแพลตฟอร์ม” (Platform Economy) ซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยเชื่อมโยงผู้ซื้อกับผู้ขาย หรือนายจ้างกับแรงงานเข้าหากัน ในอดีตหน้าที่นี้เกิดขึ้นในตลาดที่มีพื้นที่ทางกายภาพชัดเจน แต่วันนี้แพลตฟอร์มดิจิทัลได้เข้ามาทำหน้าที่จับคู่ (matching) แทน [1] โดยไม่ได้เป็นทั้งนายจ้างหรือผู้ขาย แต่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่ดำเนินการผ่านกลไกดิจิทัล กล่าวคือแพลตฟอร์มทำหน้าที่เสมือนนายหน้าที่เชื่อมโยงการซื้อขายสินค้าและบริการให้เกิดขึ้นได้ทันท่วงทีและรวดเร็วยิ่งขึ้น [2] นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังมีอำนาจในตลาดสามารถกำหนดราคาได้แบบยืดหยุ่น (dynamic pricing) เป็นกลยุทธ์การกำหนดราคาผันแปรแทนที่การใช้ราคาแบบคงที่ ซึ่งกำหนดโดยใช้อัลกอริทึม ปัญญาประดิษฐ์ และระบบ machine learning คำนวณราคาสินค้าและค่าบริการแบบเวลาจริง ทำให้แพลตฟอร์มสามารถปรับค่าตอบแทนของแรงงานได้ฝ่ายเดียวโดยที่แรงงานไม่มีอำนาจต่อรองใด ๆ [3] เหนืออัลกอริทึม  

ด้วยโอกาสในการสร้างรายได้ผ่านระบบที่รองรับอย่างเปิดกว้างและความสะดวกที่มอบให้ผู้บริโภค จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจแพลตฟอร์มเติบโตอย่างรวดเร็วและเป็นที่นิยมในยุคนี้ ซึ่งหนึ่งในรูปแบบงานที่เกิดขึ้นจากระบบนี้คืองานแบบกิ๊ก (Gig Work) หรืองานที่ผูกโยงคนกับสถานที่ทางกายภาพ ทั้งการขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร บริการที่พัก หรืองานทำความสะอาด โดยแรงงานทักษะต่ำและรายได้น้อยจำนวนมากได้หลั่งไหลเข้าสู่ตลาดงานนี้เพิ่มขึ้น [4] ทำให้ปัจจุบันมีคนทำงานในเศรษฐกิจแพลตฟอร์มมากกว่า 150 ล้านคนทั่วโลก แต่ส่วนใหญ่กลับทำงานโดยไม่มีสัญญาจ้าง ไม่มีประกันสังคม และไม่สามารถรวมตัวจัดตั้งสหภาพแรงงานได้ เพราะแรงงานกลุ่มนี้ รวมถึงไรด์เดอร์นั้น ไม่ได้มีสถานะเป็นลูกจ้างของแพลตฟอร์ม แต่ถูกนิยามให้เป็นผู้รับจ้างทำของ (contractor) หรือหุ้นส่วน (partner) อย่างไม่เป็นทางการ[5] 

เช่นนั้นหมายความว่าพวกเขาจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน การทำงานจึงดูเหมือนจะอิสระเลือกเวลาเองได้ เป็นเจ้านายตัวเอง แต่ความจริงที่ซ่อนอยู่คือต้นทุนที่ต้องแบกรับทุกอย่างเพียงลำพัง ที่มีความยิบย่อยมากมาย ตั้งแต่ค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุง รวมถึงความเสื่อมโทรมของร่างกาย สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำชัดเจนว่าอิสระในโลกแพลตฟอร์มไม่ใช่สิทธิที่แรงงานได้รับ หากแต่คือความเสี่ยงที่ถูกผลักออกจากระบบมาให้แรงงานรับไว้แทน ทั้งการคุ้มครองและการสร้างความเป็นธรรมกลับยังคงเป็นโจทย์ที่รอคำตอบ บทความนี้จึงมุ่งให้ความสนใจกับแรงงานกลุ่มดังกล่าว โดยเฉพาะ “ไรด์เดอร์” เป็นสำคัญ


02 – “ใต้อำนาจของอัลกอริทึม” เจ้านายไร้ตัวตนในเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม

ในประเทศไทยเศรษฐกิจแพลตฟอร์มได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น ข้อมูลจากสมาคมไรเดอร์แห่งประเทศไทยระบุว่าปัจจุบันมีไรด์เดอร์ในกลุ่มธุรกิจ Food Delivery ไม่น้อยกว่า 3 – 4 แสนคน ทั้งที่ประกอบเป็นอาชีพหลักและแบบพาร์ตไทม์ [6] แม้วัฏจักรนี้จะหมุนเคลื่อนเศรษฐกิจมานานหลายปี แต่สิทธิของแรงงานที่ถูกเรียกว่า ‘พาร์ตเนอร์’ กลับยังคงอยู่นอกกรอบความคุ้มครองหลายประการ ทั้งยังมีปัญหาสำคัญอย่างโครงสร้างค่าตอบแทนที่ผูกกับกลไกตลาดและการกำหนดราคาผ่านอัลกอริทึมของแพลตฟอร์ม โดยค่าตอบแทนที่ไรด์เดอร์ได้มักผันผวนตามราคาสินค้าหรือค่าบริการ ส่งผลให้รายได้ของแรงงานผันผวนตามที่แพลตฟอร์มกำหนดโดยแรงงานไม่มีอำนาจต่อรองใด ๆ ในช่วงที่ราคาสูงอาจไม่มีปัญหา แต่เมื่อราคาลดต่ำลงตามกลไกตลาด ค่าตอบแทนของไรด์เดอร์ก็อาจต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ และไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต[7] ของพวกเขา

สถานการณ์ดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าแพลตฟอร์มสามารถกำหนดเงื่อนไขการจ้างและค่าตอบแทนผ่านระบบอัลกอริทึมได้โดยไม่ยึดโยงกับกฎหมายคุ้มครองแรงงาน นั่นเท่ากับว่าหากสังคมยอมรับระบบการคำนวณค่าจ้างแบบใหม่ที่การตัดสินใจของบริษัทมีอำนาจเด็ดขาดเหนือชีวิตของคนทำงาน แรงงานเหล่านี้ย่อมไม่ได้รับความเป็นธรรมในการทำงาน ซึ่งสอดคล้องกับรายงาน Fairwork ประเทศไทย ปี 2568 ที่ได้ประเมินแพลตฟอร์มจัดส่งอาหาร 4 ราย ได้แก่ Grab, LINE MAN, ShopeeFood และ Robinhood โดยผลการประเมินความเป็นธรรมในการทำงานทั้ง 5 ด้าน[8] พบว่า 

ด้านประเด็นสำคัญระดับปัญหา
ค่าตอบแทน– แรงงานส่วนใหญ่ทำงานเกิน 10 ชม./วัน และเกินเพดาน 48 ชม./สัปดาห์
– รายได้ต่อชั่วโมงต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำอย่างมีนัยสำคัญ
– ไม่พบแพลตฟอร์มใดผ่านเกณฑ์
🔴 วิกฤต
สภาพการทำงาน– บางแพลตฟอร์มมีประกันภัยให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ขณะที่บางรายผูกความคุ้มครองกับผลงาน
– โครงสร้างค่าตอบแทนจูงใจให้ทำงานเกินเวลาและขับเร็ว
– ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของแรงงาน
🟠 มีปัญหา
สัญญาจ้าง– บางแพลตฟอร์มมีข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ชัดเจน เข้าใจง่าย และเข้าถึงได้
– ทุกแพลตฟอร์มยังมีเงื่อนไขยกเว้นความรับผิดต่อสภาพการทำงาน
🟠 มีปัญหา
การบริหารจัดการ– บางแพลตฟอร์มตอบสนองต่อข้อร้องเรียนได้รวดเร็ว แต่กระบวนการอุทธรณ์มักล่าช้าและไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
– บางกรณีต้องรอหลายวันกว่าจะติดต่อเจ้าหน้าที่ได้
– มีการระงับรับงานระหว่างตรวจสอบ ทำให้แรงงานต้องสำรองจ่ายเองเพื่อรักษารายได้
🔴 วิกฤต
การมีส่วนร่วม– ไม่พบการสนับสนุนหรือการยอมรับการรวมกลุ่มของแรงงานในทุกรูปแบบ🔴 วิกฤต

ตารางที่ 1 : สังเคราะห์ประเด็นสำคัญจากรายงานผลประเมิน Fairwork ประเทศไทย ปี 2568 โดยผู้เขียน
หมายเหตุ: 🔴 วิกฤต — ไม่มีแพลตฟอร์มใดผ่านเกณฑ์; 🟠 มีปัญหา — ผ่านบางส่วน/มีเงื่อนไข
ที่มา: รายงาน Fairwork ประเทศไทย ปี 2568 โดย ISSIE Chula ร่วมกับ Oxford Internet Institute

จากผลประเมินทั้ง 5 ด้านของรายงาน Fairwork ประเทศไทย ปี 2568 สะท้อนให้เห็นว่าไม่มีแพลตฟอร์มใดผ่านการประเมินความเป็นธรรมด้านค่าตอบแทนและสภาพการทำงาน แสดงให้เห็นว่าไม่ใช่ข้อบกพร่องของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง หากแต่คือปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังรากอยู่ในตัวระบบของเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม และเมื่อพิจารณาในรายละเอียด จะเห็นว่าปัญหาสำคัญอยู่ที่โมเดลค่าตอบแทนแบบจ่ายต่อชิ้น (piece-rate) ที่ผสานเข้ากับระบบอัลกอริทึม ซึ่งให้รางวัลกับ “ความรวดเร็ว” มากกว่า “ความปลอดภัย” ส่งผลให้แรงงานจำนวนมากมุ่งทำเงินแข่งกับเวลาอดทนท่ามกลางสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย และฝืนขีดจำกัดของร่างกาย เพียงเพื่อรักษาระดับรายได้ขั้นต่ำให้เพียงพอต่อการดำรงชีวิตในแต่ละวัน

นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังกุมอำนาจในทุกมิติ ทั้งการกำหนดราคา การจัดสรรงาน และระบบให้คะแนนหรือลดคะแนน แต่เมื่อเกิดปัญหา ไม่ว่าจะเป็นลูกค้ายกเลิกออเดอร์ ไม่จ่ายเงิน หรือบัญชีถูกระงับโดยไม่มีคำอธิบาย ความเสี่ยงและความสูญเสียเหล่านี้จึงตกอยู่ที่ไรด์เดอร์เพียงฝ่ายเดียว แม้จะมีกระบวนการอุทธรณ์อยู่บ้าง แต่ในทางปฏิบัติแทบไม่เคยนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมเลยก็ตาม


03 – สูญญากาศทางกฎหมาย: เมื่อรัฐช้า แพลตฟอร์มจึงเร็วกว่า

จากความไม่เป็นธรรมที่สะสมมาอย่างยาวนาน ส่วนหนึ่งมีรากมาจากกฎหมายแรงงานไทยที่ยังติดอยู่กับกรอบแบบเก่าที่ตีความความสัมพันธ์การทำงานแบบนายจ้าง – ลูกจ้างเท่านั้น ขณะที่รูปแบบการทำงานในเศรษฐกิจแพลตฟอร์มนั้นแตกต่างออกไป ส่งผลให้ไรด์เดอร์จำนวนมากอยู่นอกขอบเขตการคุ้มครองของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ที่คุ้มครองเฉพาะ “ลูกจ้าง” ซึ่งกำหนดมาตรฐานพื้นฐานด้านค่าจ้าง ชั่วโมงการทำงาน วันหยุด วันลา และค่าชดเชย [9] ส่งผลให้ในทางปฏิบัติ ไรด์เดอร์จึงถูกจัดอยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 ในฐานะ “ผู้รับจ้างทำของ” ทำให้แพลตฟอร์มไม่มีภาระผูกพันตามกฎหมายแรงงานต่อแรงงานกลุ่มนี้ [10] ดังนั้น ไรด์เดอร์จึงเป็นผู้รับจ้างอิสระโดยปริยาย และตกอยู่นอกกรอบการคุ้มครองโดยอัตโนมัติ ขาดสิทธิในการเข้าถึงประกันสังคม ลาป่วย และหลักประกันรายได้ใด ๆ รองรับ [11]

ด้วยเหตุดังกล่าว ตลอดเวลาที่ผ่านมากลุ่มไรเดอร์ในหลายแพลตฟอร์ม จึงได้ออกมาเคลื่อนไหวและประท้วงเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมในการทำงานอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลการประท้วงของไรเดอร์ระหว่างปี 2562 – 2566 พบว่าจากการประท้วงทั้งหมด 113 ครั้ง เป็นการเรียกร้องประเด็นค่ารอบและค่าตอบแทนมากที่สุดถึง 93 ครั้งส่วนใหญ่มาจากประเด็นค่ารอบที่ลดลง [12] ยกตัวอย่างล่าสุด สหภาพไรเดอร์ยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐปรับค่ารอบเป็นรายชั่วโมงและจัดสรรน้ำมันอย่างเพียงพอ หลังราคาน้ำมันพุ่งสูงจนรายได้ลดจากราว 500 บาท เหลือเพียง 200 บาท ขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้น [13] สะท้อนชัดว่าอิสระในเศรษฐกิจแพลตฟอร์มแท้จริงคือความเสี่ยงที่ถูกผลักให้แรงงานแบกรับไร้สิ่งใดรองรับ 

ที่มาของภาพ : ไทยรัฐออนไลน์

| ความพยายามปิดช่องว่างที่ยังไม่ทันมาตรฐานสากล

ภาครัฐพยายามตอบสนองต่อปัญหานี้ ผ่านการผลักดันร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระ  โดยมีกระทรวงแรงงานเป็นหน่วยงานหลัก ซึ่งกำหนดให้แรงงานแพลตฟอร์มมีสถานะเป็น “แรงงานกึ่งอิสระ” และแยกกลไกการคุ้มครองออกจากพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 [14] แต่ร่างกฎหมายดังกล่าวยังขาดข้อกำหนดสำคัญอย่างเรื่องเวลาทำงาน วันหยุด วันลา อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ และค่าชดเชย ทำให้การคุ้มครองที่ได้ยังต่ำกว่ามาตรฐานที่แรงงานในระบบได้รับอยู่มาก[15] ซึ่งปัจจุบันร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวยังคงอยู่ระหว่างรอการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ขณะที่ด้านการมีส่วนร่วม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 เป็นกฎหมายเพียงฉบับเดียวในประเทศไทยที่รับรองสิทธิการรวมตัวเป็นสหภาพแรงงาน สหพันธ์แรงงาน และสภาองค์การลูกจ้าง แต่กฎหมายฉบับนี้ ยังจำกัดสิทธิการรวมตัวไว้เฉพาะเฉพาะแรงงานในภาคอุตสาหกรรมเท่านั้น [16] ส่งผลให้แรงงานแพลตฟอร์มไม่สามารถจัดตั้งสหภาพและเจรจาต่อรองได้อย่างเป็นทางการสอดคล้องกับผลการประเมินของ Fairwork ที่ระบุว่าแรงงานนอกระบบมีข้อจำกัดในการรวมตัวและเจรจาต่อรอง แม้จะมีการรวมกลุ่มแบบไม่เป็นทางการ แต่ก็ไม่มีกลไกทางกฎหมายบังคับให้แพลตฟอร์มต้องรับฟัง 

ช่องว่างดังกล่าวสะท้อนความไม่สอดคล้องระหว่างกฎหมายแรงงานไทยกับรูปแบบการจ้างงานยุคดิจิทัล เพราะกฎหมายแรงงานไทยถูกออกแบบมาสำหรับโลกการทำงานเพียงในศตวรรษที่ 20 แตกต่างจาก กรอบมาตรฐานสากลขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ที่นิยามว่าแรงงานแพลตฟอร์ม และไรด์เดอร์เข้าข่ายผู้รับจ้างที่พึ่งพาอีกฝ่าย (dependent contractors) กล่าวคือเพื่อรองรับแรงงานที่อยู่ในพื้นที่สีเทาระหว่างลูกจ้างกับผู้รับจ้างอิสระด้วยความสัมพันธ์แบบหลายฝ่ายระหว่างผู้รับจ้าง แพลตฟอร์ม และผู้ใช้บริการ ไม่ใช่แรงงานอิสระที่ไม่มีนายจ้างอย่างแท้จริง[17] แต่การตีความของไทยยังคงสวนทางกับมาตรฐานดังกล่าว ทำให้การคุ้มครองยังห่างไกลจากมาตรฐานที่แรงงานควรได้รับ 

จนถึงปัจจุบัน แม้ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระยังอยู่ระหว่างการพิจารณา แต่กระแสคัดค้านจากสหภาพคนทำงานและเครือข่ายแรงงาน ได้เคลื่อนไหวคัดค้านร่างกฎหมายฉบับนี้ พร้อมเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานออกประกาศกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เพื่อรับรองสถานะคนทำงานแพลตฟอร์มให้เป็นลูกจ้างเหมือนแรงงานประเภทอื่น [18] แทนการออกกฎหมายแยกต่างที่ยังคงปิดกั้นไรเดอร์จากการคุ้มครองขั้นพื้นฐาน เพราะตราบใดที่ไรเดอร์ยังไม่ได้รับการรับรองสถานะเป็นลูกจ้าง สิทธิในการรวมกลุ่มก็ยังคงถูกปิดล็อก เหล่าแรงงานแพลตฟอร์มก็ยังไร้อำนาจต่อรอง ขณะที่แพลตฟอร์มไม่มีพันธะทางกฎหมายใดต้องรับฟัง นำไปสู่สุญญากาศทางกฎหมายที่เปิดช่องให้แพลตฟอร์มมีอำนาจเหนือรัฐและแรงงาน


04 – จากภาระที่ไม่ถูกนับ สู่ทิศทางนโยบายแรงงานแพลตฟอร์ม

ปัญหาไรเดอร์ไม่ใช่แค่เรื่องของค่ารอบหรือน้ำมันแพง แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าระบบในประเทศที่คนส่วนใหญ่เป็นแรงงานนอกระบบยังมีปัญหาที่ไม่ถูกสะสาง ซึ่งตัวเลขจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่าในปี 2568 ไทยมีจำนวนแรงงานนอกระบบมากกว่าแรงงานในระบบประมาณ 1.9 แสนคนของตัวเลขผู้มีงานทำ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 52.4 ของกำลังแรงงานทั้งหมด[19] กล่าวคือแรงงานไทยมากกว่าครึ่งหนึ่งยังอยู่นอกกรอบการคุ้มครอง ไม่มีหลักประกันพื้นฐาน สิทธิลาป่วย และค่าชดเชยเมื่อสิ้นสุดการทำงาน คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าไรเดอร์ “เลือก” อิสระการทำงานบนความเสี่ยงหรือไม่ แต่เศรษฐกิจแพลตฟอร์มกำลังทำให้สังคมมองไม่เห็นว่าความสะดวกสบายของผู้บริโภคในราคาถูกนั้น มีต้นทุนซ่อนอยู่ที่ยังไม่ถูกนับ และยังไม่เคยตอบให้ชัดว่าใครเป็นผู้แบกรับต้นทุนนั้น

ดังนั้น ภาครัฐไม่อาจเป็นฝ่ายตั้งรับได้อีกต่อไป แต่ต้องเริ่มกำหนดทิศทางเพื่อแก้ปัญหา ตัวอย่างบทเรียนของสหภาพยุโรปที่เพิ่งประกาศใช้ Directive (EU) 2024/2831 ว่าด้วยการปรับปรุงเงื่อนไขการทำงานในแพลตฟอร์มเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 กฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงสภาพการทำงานและกำกับดูแลการใช้อัลกอริทึมของแพลตฟอร์มแรงงานดิจิทัล นับเป็นกฎหมายฉบับแรกของสหภาพยุโรปที่กำกับดูแลการจัดการด้วยระบบอัลกอริทึมในที่ทำงาน และกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำเพื่อปรับปรุงสภาพการทำงานของแรงงานแพลตฟอร์มหลายล้านคน[20]  

ขณะที่ประเทศไทย ถ้าจะแก้ปัญหาดังกล่าว ควรมุ่งผลักดันนโยบาย 3 ด้านสำคัญ ได้เเก่ หนึ่ง ควรมีการกำหนดค่าตอบแทนขั้นต่ำเพื่อป้องกันการกดราคา ซึ่งค่ารอบต่อออเดอร์ที่ปรับลดตามดุลพินิจของแพลตฟอร์มฝ่ายเดียวโดยไม่มีพื้นฐานกำกับดูแล จำเป็นต้องมีกลไกรัฐกำหนดอัตราขั้นต่ำคล้ายกับแนวทางที่สเปนใช้ในการออกกฎหมายคุ้มครองไรเดอร์ (Riders’Law) เมื่อปี 2564 ซึ่งกำหนดให้มีข้อสันนิษฐานว่าผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเป็นลูกจ้าง เมื่อแพลตฟอร์มใช้อัลกอริทึมกำกับการทำงาน [21] การจัดสรรงานหรือกำหนดเงื่อนไขการทำงาน ภายใต้สถานะดังกล่าวแรงงานจึงสามารถเข้าถึงสิทธิในการเจรจาต่อรองร่วมด้านค่าตอบแทนผ่านกลไกแรงงานสัมพันธ์ได้ตามปกติ สอง การทำให้อัลกอริทึมโปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อลดความไม่สมดุลของอำนาจ ภาครัฐควรกำหนดให้แพลตฟอร์มเปิดเผยหลักเกณฑ์การทำงานของระบบ มีกระบวนการตรวจสอบโดยมนุษย์ก่อนการระงับบัญชี และให้แรงงานมีสิทธิอุทธรณ์คำตัดสินของอัลกอริทึมที่มีผลจริงในทางปฏิบัติ[22] และสาม ร่าง พ.ร.บ. แรงงานอิสระที่กำลังพิจารณาอยู่ควรถูกผลักดันให้มีสาระครอบคลุมมากกว่าแค่นิยามสถานะใหม่ แต่ต้องสร้างสิทธิที่บังคับใช้ได้จริงใน 3 มิติ ได้แก่ สิทธิในการรวมตัวและเจรจาต่อรอง[23] โดยมีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เป็นหน่วยงานหลัก หลักประกันทางสังคมที่ออกแบบเฉพาะสำหรับแรงงานแพลตฟอร์ม โดยมีสำนักงานประกันสังคม (สปส.) รับผิดชอบ[24] และรายได้ขั้นต่ำที่คำนึงถึงต้นทุนที่แรงงานต้องแบกรับเอง เช่น ค่าน้ำมันและค่าเสื่อมราคายานพาหนะ โดยมีคณะกรรมการค่าจ้าง ภายใต้กระทรวงแรงงานเป็นผู้กำหนด การมีนิยามใหม่โดยไม่มีสิทธิที่บังคับใช้ได้จริงนั้น ไม่ต่างจากการเปลี่ยนชื่อเรียกโดยที่โครงสร้างอำนาจยังคงเดิม[25] 


05 – บทสรุป

ความผันผวนทางเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนของงานประจำได้ผลักให้ผู้คนจำนวนมากหันเข้าสู่เศรษฐกิจแพลตฟอร์มในฐานะแหล่งรายได้หลักและทางเลือก อย่างไรก็ตาม เมื่อจำนวนแรงงานเพิ่มขึ้นเร็วกว่าโอกาสในการทำงาน การแข่งขันจึงรุนแรงขึ้นและกดทับรายได้ลง ในขณะที่แพลตฟอร์มกลับเติบโตต่อเนื่อง ความไม่สมดุลของอำนาจต่อรองยิ่งมากขึ้น แรงงานไม่สามารถมีส่วนร่วมกำหนดเงื่อนไขการทำงานของตนเองได้ ส่งผลให้ทั้งค่าตอบแทน ความปลอดภัย และหลักประกันถูกลดทอนลงไปพร้อมกัน อีกทั้งระบบคุ้มครองทางสังคมที่ยังไม่ครอบคลุมยิ่งทำให้แรงงานกลุ่มนี้ตกอยู่นอกระบบโดยปริยาย

ดังนั้น ผู้บริโภคไม่อาจเป็นเพียงผู้รับประโยชน์เงียบ ๆ อีกต่อไป เพราะความสะดวกในราคาถูกมีต้นทุนที่ถูกซ่อนไว้ในชีวิตของแรงงาน การมีส่วนร่วมเลือกแพลตฟอร์มที่ปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม และสนับสนุนนโยบายที่คุ้มครองแรงงาน จึงเป็นแรงกดดันผ่านกลไกตลาดที่ทุกคนมีส่วนร่วมได้ สุดท้ายแล้วประเด็นปัญหาแรงงานเศรษฐกิจแพลตฟอร์มไม่จำกัดแค่ไรเดอร์เท่านั้น เพราะเศรษฐกิจแพลตฟอร์มยังครอบคลุมแรงงานอีกหลายรูปแบบ ทั้งผู้ให้บริการทำความสะอาด งานซ่อมบำรุง พี่เลี้ยง ฟรีแลนซ์ดิจิทัล และอีกมากมายที่ล้วนอยู่ในสภาวะคลุมเครือทางกฎหมายไม่ต่างกัน นี่จึงไม่ใช่เรื่องน่าสงสารที่อ่านแล้วเลื่อนผ่าน หากแต่เป็นคำถามเชิงโครงสร้างว่าภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยว รวมถึงผู้บริโภคอย่างเราจะออกแบบระบบเศรษฐกิจอย่างไรให้ทุกคนอยู่ได้ในยุคที่แพลตฟอร์มดิจิทัลกำลังเป็นโครงสร้างพื้นฐานของชีวิต ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจะเป็นโอกาสให้เกิด “งานที่มีคุณค่า” ตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของผู้คนต่อชีวิตการทำงาน หรือเป็นแค่เครื่องมือให้ผลประโยชน์แก่คนบางกลุ่มเท่านั้น

อติรุจ ดือเระ – พิสูจน์อักษร
วิจย์ณี เสนแดง – ภาพประกอบ


● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
SDG Insights | หากค่าครองชีพนั้นสอดคล้องกับรายได้ จะช่วยขจัดความยากจนได้หรือไม่ 
โลกกำลังจะมีอนุสัญญาปกป้องไรเดอร์ ILO หวังเป็นก้าวสำคัญช่วยคุ้มครองความปลอดภัยเเละลดภาระของแรงงานแพลตฟอร์ม 
– ILO ชี้นโยบายคุ้มครองทางสังคมไทย ยังไม่ครอบคลุมถึง แรงงานทำ ‘งานบ้าน’ 
– (ร่าง) ระเบียบปรับเงื่อนไขทำงานของบริษัทแพลตฟอร์ม จะทำให้ gig workers ใน EU เป็น “พนักงาน” ที่มีสิทธิแรงงาน
– พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ ประกาศเพิ่มบทบัญญัติ มาตรา 23/1 สนับสนุนสิทธิลูกจ้างในการทำงาน Work from Home
– แรงงาน “gig workers” ฝากเอเชีย เดินหน้าเรียกร้องให้รัฐคุ้มครองสิทธิแรงงานตามกฎหมายเฉกเช่นแรงงานในระบบ
– รัฐบาลไทยเร่งผลักดันกฎหมายคุ้มครองแรงงานนอกระบบกว่า 20 ล้านคน

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG1 ขจัดความยากจน
– (1.3) ดำเนินการให้ทุกคนมีระบบและมาตรการการคุ้มครองทางสังคมในระดับประเทศที่เหมาะสม รวมถึงการคุมครองทางสังคมขั้นพื้นฐานและบรรลุการครอบคลุมถึงกลุ่มที่ยากจนและเปราะบาง ภายในปี 2573
#SDG3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
– (3.8) บรรลุการมีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า รวมถึงการป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน การเข้าถึงการบริการสาธารณสุขจำเป็นที่มีคุณภาพ และเข้าถึงยาและวัคซีนจำเป็นที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ ในราคาที่สามารถซื้อหาได้
#SDG8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
– (8.3) ส่งเสริมนโยบายที่มุ่งเน้นการพัฒนาที่สนับสนุนกิจกรรมที่มีผลิตภาพ การสร้างงานที่มีคุณค่า ความเป็นผู้ประกอบการ ความสร้างสรรค์และนวัตกรรม และให้การสนับสนุนการรวมตัวและการเติบโตของวิสาหกิจรายย่อย ขนาดเล็ก และขนาดกลาง ผ่านการเข้าถึงบริการทางการเงิน
– (8.5) บรรลุการจ้างงานเต็มที่และมีผลิตภาพ และการมีงานที่มีคุณค่าสำหรับหญิงและชายทุกคน รวมถึงเยาวชนและผู้มีภาวะทุพพลภาพ และให้มีการจ่ายที่เท่าเทียมสำหรับงานที่มีคุณค่าเท่าเทียมกัน ภายในปี 2573
– (8.8) ปกป้องสิทธิแรงงานและส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและมั่นคงสำหรับผู้ทำงานทุกคน รวมถึงผู้ทำงานต่างด้าว โดยเฉพาะหญิงต่างด้าว และผู้ที่ทำงานเสี่ยงอันตราย
#SDG10 ลดความเหลื่อมล้ำ
– (10.2) เสริมสร้างศักยภาพและส่งเสริมความครอบคลุมทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองสำหรับทุกคน โดยไม่คำนึงถึงอายุ เพศ ความพิการ เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ แหล่งกำเนิด ศาสนา สถานะทางเศรษฐกิจ หรืออื่น ๆ ภายในปี พ.ศ. 2573
– (10.3) สร้างหลักประกันว่าจะมีโอกาสที่เท่าเทียมและลดความไม่เสมอภาคของผลลัพธ์ รวมถึงการขจัดกฎหมาย นโยบาย และแนวทางปฏิบัติที่เลือกปฏิบัติ และส่งเสริมการออกกฎหมาย นโยบาย และการปฏิบัติที่เหมาะสมในเรื่องนี้
– (10.4) นำนโยบาย โดยเฉพาะนโยบายการคลัง ค่าจ้าง และการคุ้มครองทางสังคมมาใช้ และให้บรรลุความเสมอภาคยิ่งขึ้นอย่างก้าวหน้า
#SDG16 ความสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง
– (16.3) ส่งเสริมหลักนิติธรรมทั้งในระดับชาติและระหว่างประเทศ และสร้างหลักประกันว่าทุกคนสามารถเข้าถึงความยุติธรรมอย่างเท่าเทียม
– (16.6) พัฒนาสถาบันที่มีประสิทธิผล มีความรับผิดชอบ และโปร่งใสในทุกระดับ
– (16.7) สร้างหลักประกันว่าจะมีกระบวนการตัดสินใจที่มีความรับผิดชอบ ครอบคลุม มีส่วนร่วม และมีความเป็นตัวแทนที่ดี ในทุกระดับการตัดสินใจ
– (16.b) ส่งเสริมและบังคับใช้กฎหมายและนโยบายที่ไม่เลือกปฏิบัติเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
#SDG17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
– (17.17) สนับสนุนและส่งเสริมหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาครัฐ-ภาคเอกชน และประชาสังคม สร้างบนประสบการณ์และกลยุทธ์ด้านทรัพยากรของหุ้นส่วน


เอกสารอ้างอิง
[1] [4] The101.world. (2563). เศรษฐกิจแพลตฟอร์มกับความท้าทายของเศรษฐกิจไทย (1): สู่โลกของเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม. สืบค้นจาก https://www.the101.world/platform-econ-challenge-thai/
[2] สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย. (2563). เศรษฐกิจแพลตฟอร์ม กับมาตรฐานแรงงาน. สืบค้นจาก https://tdri.or.th/2020/09/social-security-for-digital-platform-workers/
[3] [7] Just Economy and Labor Institute. (2567). ถอดรหัสอำนาจตลาดของแพลตฟอร์ม vs. อำนาจต่อรองของไรเดอร์. สืบค้นจาก https://justeconomylabor.org/ถอดรหัสอำนาจตลาดของแพล/
[5] ประชาไท. (2568). ILO เตรียมร่างอนุสัญญาคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม. สืบค้นจาก https://prachatai.com/journal/2025/06/113448 
[6] กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์. (2565). แรงงานตกหล่น: สารพัดปัญหาแรงงานไรเดอร์ 3-4 แสนคน. สืบค้นจาก https://voicetv.co.th/read/oQnb5Slj1
[8] Fairwork . (2569). Fairwork Thailand Ratings 2025: Setting a Base for Decent Work in Thailand’s Platform Economy. สืบค้นจาก https://fair.work/wp-content/uploads/sites/17/2026/04/Fairwork-Thailand-Report-2025-TH-FINAL_PAGES-290326.pdf
[9] กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน. (2541). พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541. สืบค้นจาก https://legal.labour.go.th
[10] สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. (ม.ป.ป.). ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 (สัญญาจ้างทำของ). สืบค้นจาก https://www.krisdika.go.th
[11] Phanida Chaiyacram, & Kasidech Sutthivanich. (2567). แรงงานแพลตฟอร์มกับกฎหมายคุ้มครองแรงงานของไทย. วารสารนิติสาร มศว, 1(1).
[12] Rocket Media Lab. (2566). ไรเดอร์ไทยรายได้ลดลง: ใครได้ ใครเสียในเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม. สืบค้นจาก https://rocketmedialab.co/rider-delivery-decline/
[13] Thai PBS. (2568). ไรเดอร์ร้องรัฐแก้ปัญหาราคาน้ำมัน-รายได้ลดลง. สืบค้นจาก https://www.thaipbs.or.th/news/content/503715
[14] ประชาไท. (2568). แรงงานแพลตฟอร์มกับข้อถกเถียงด้านสิทธิแรงงาน. สืบค้นจาก https://prachatai.com/journal/2025/05/113056
[15] [24] Way Magazine. (ม.ป.ป.). ข้อสังเกตต่อร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานอิสระ. สืบค้นจาก https://waymagazine.org/critique-of-new-independent-worker-law
[16] ประชาไท. (2562). จริงซำได๋ที่บอกกัน หรือเพียงหลอกฝันแล้วจากลา” : แรงงานสัมพันธ์ (พัง) ฉบับ ครม. 5 กุมภา 62. สืบค้นจาก https://prachatai.com/journal/2019/02/81152
[17] International Labour Organization. (2021). The role of digital labour platforms in transforming the world of work. สืบค้นจาก https://www.ilo.org/media/258031/download
[18] iLaw. (ม.ป.ป.). สหภาพคนทำงานรวมพลหน้าภูมิใจไทย ค้านร่างพ.ร.บ.แรงงานอิสระฯ เรียกร้องใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงานกับแรงงานแพลตฟอร์ม. สืบค้นจาก https://www.ilaw.or.th/articles/52736
[19] สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2568). การสำรวจแรงงานนอกระบบ. สืบค้นจาก https://www.nso.go.th/nsoweb/storage/survey_detail/2026/20251126091907_74347.pdf
[20]  Council of the European Union. (2024). Platform workers: Council confirms agreement on new rules to improve their working conditions. สืบค้นจาก https://www.consilium.europa.eu
[21] International Labour Organization. (2021). World Employment and Social Outlook 2021: The role of digital labour platforms in transforming the world of work. สืบค้นจาก https://www.ilo.org/media/240276/download
[22] Human Rights Watch. (2025). The Gig Trap: Algorithmic, wage and labor exploitation in platform work in the United States. สืบค้นจาก https://www.hrw.org/report/2025/05/12/the-gig-trap
[23] TCIJ. (2566). วิเคราะห์ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานอิสระ กับผลกระทบต่อแรงงานแพลตฟอร์ม. สืบค้นจาก https://www.tcijthai.com/news/2023/2/article/12811
[25] ไทยรัฐออนไลน์. (2569). ไรเดอร์ แบกต้นทุนน้ำมันแพง ถูกกดวิ่งงานพ่วง ค่าครองชีพไม่พอกิน. สืบค้นจาก https://www.thairath.co.th/scoop/theissue/2925298

Authors

  • Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

  • นักออกแบบนิเทศศิลป์

Exit mobile version