Site icon SDG Move

รายงานการพัฒนาที่ยั่งยืนฉบับล่าสุดเผย โควิด-19 ทำความก้าวหน้าการบรรลุ SDGs ‘ถดถอย’ และเรียกร้องให้เพิ่มพื้นที่ทางการคลังในประเทศกำลังพัฒนา

นิวยอร์ก 14 มิถุนายน 2021 – เปิดตัว รายงานการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Report: SDR) ซึ่งรวมถึง ดัชนี SDG และแดชบอร์ด (SDG Index and Dashboards) ประจำปี 2021 เพื่อติดตามความคืบหน้าของเป้าหมายระดับโลกในปี 2030 (Global Goals for 2030) นี่เป็นครั้งแรกที่รายงานประจำปีแสดงความก้าวหน้าในการดำเนินงานที่ ‘ถดถอย’ นับตั้งแต่ผู้นำประเทศสมาชิกสหประชาชาติทั้ง 193 ประเทศได้รับรองเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติครั้งประวัติศาสตร์เมื่อปี 2015  รายงานฉบับนี้จะชี้ให้เห็นผลกระทบระยะสั้นของโควิด-19 ต่อ SDGs และอธิบายว่า SDGs จะช่วยวางกรอบการฟื้นฟูได้อย่างไร ทีมผู้เขียนรายงานนำโดยศาสตราจารย์เจฟฟรีย์ แซคส์ (Prof. Jeffrey Sachs) ประธาน Sustainable Development Solutions Network (SDSN) ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Cambridge University

“นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่มีการรับรองเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเมื่อปี 2015 ที่โลกถอยหลังในการขับเคลื่อน SDGs การระบาดใหญ่ของโควิด-19 ไม่เพียงก่อให้เกิดภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพระดับโลกเท่านั้น แต่ยังสร้างวิกฤติการพัฒนาที่ยั่งยืนอีกด้วย เพื่อฟื้นคืนความก้าวหน้าของ SDGs จำเป็นต้องมีการเพิ่มพื้นที่การคลังสำหรับประเทศกำลังพัฒนาให้มากพอ ผ่านการปฏิรูปภาษีโลกและการขยายการจัดหาเงินทุนโดยธนาคารเพื่อการพัฒนาระดับพหุภาคีต่าง ๆ รายจ่ายทางการคลังควรถูกใช้เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงระดับรากฐานเพื่อการบรรลุ SDGs ใน 6 เป้าหมายหลัก ได้แก่ การศึกษาที่มีคุณภาพสำหรับทุกคน การดูแลสุขภาพถ้วนหน้า พลังงานและอุตสาหกรรมสะอาด เกษตรกรรมและการใช้ที่ดินอย่างยั่งยืน โครงสร้างพื้นฐานในเมืองที่ยั่งยืน และการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างทั่วถึง”

– เจฟฟรีย์ ดี. แซคส์ ประธาน SDSN และผู้เขียนหลัก

Key Messages


ดัชนี SDG ลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการรับรอง SDGs โดยประชาคมระหว่างประเทศเมื่อปี 2015

การระบาดใหญ่ของโควิด-19 ทำให้การพัฒนาที่ยั่งยืนเดินถอยหลังในทุกพื้นที่ ผลการดำเนินงานตาม SDGs ทั่วโลกที่ลดลงเป็นผลมาจากอัตราความยากจนและการว่างงานที่เพิ่มขึ้น ระดับที่ลดลงนี้อาจถูกประเมินต่ำกว่าความเป็นจริงเนื่องจากความล่าช้าทางด้านเวลาของข้อมูลสถิติระหว่างประเทศ การมีนโยบายที่ดีและความร่วมมือระดับโลกที่เข้มแข็งจะสามารถฟื้นฟูและเร่งความก้าวหน้าของ SDGs ในทศวรรษหน้าได้ รายงานยังได้นำเสนอกรอบการทำงานโดยละเอียดว่าทำอย่างไรให้ประเทศต่าง ๆ สามารถ “ก้าวไปข้างหน้า (build forward)” โดยใช้ SDGs

ฟินแลนด์ครองอันดับหนึ่งดัชนี SDG ประจำปี 2021 ตามมาด้วยสองประเทศในกลุ่มนอร์ดิก ได้แก่ สวีเดน และ เดนมาร์ก ที่น่าสนใจคือ ฟินแลนด์ยังได้ลำดับสูงสุดในฐานะประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกตามข้อมูลการสำรวจของ Gallup World Poll และรายงานความสุขโลก ประจำปี 2021 (World Happiness Report) ที่เผยแพร่เมื่อมีนาคมที่ผ่านมา แต่กระนั้นฟินแลนด์และประเทศกลุ่มนอร์ดิกก็ยังต้องเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญต่อการดำเนินงานด้าน SDGs หลายประการ และไม่สามารถรักษาความสำเร็จเพื่อการบรรลุเป้าหมายฯ ทั้งหมดให้ทันได้ภายในปี 2030

ความจำเป็นเร่งด่วนในการเพิ่มพื้นที่ทางการคลังในประเทศกำลังพัฒนา

ประเทศกำลังพัฒนาที่มีรายได้ต่ำ (Low-income developing countries: LIDCs) ขาดพื้นที่ทางการคลังเพื่อจัดหาเงินทุนให้การตอบสนองภาวะฉุกเฉินและแผนการฟื้นฟูโดยการลงทุนเป็นหลักที่สอดคล้องกับ SDGs โควิด-19 ได้ทำให้เห็นขีดจำกัดความสามารถของประเทศกำลังพัฒนาที่มีรายได้ต่ำในการหาแหล่งเงินทุนจากตลาด ในขณะที่รัฐบาลประเทศรายได้สูงมีการกู้ยืมเงินจำนวนมากเพื่อรับมือการแพร่ระบาด แต่ประเทศกำลังพัฒนาที่มีรายได้ต่ำไม่สามารถทำเช่นนั้นได้เนื่องจากมีระดับความน่าเชื่อถือทางการเงินที่ต่ำกว่า ผลกระทบที่สำคัญระยะสั้นจากความแตกต่างของพื้นที่ทางการคลังระหว่างประเทศรายได้สูงและประเทศรายได้ต่ำ คือ ประเทศร่ำรวยมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวจากโรคระบาดได้เร็วกว่าประเทศที่ยากจน

รายงานระบุสี่วิธีเพิ่มพื้นที่ทางการเงินของประเทศกำลังพัฒนาที่มีรายได้ต่ำ ดังนี้

  1. การจัดการการเงินระดับโลกที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มสภาพคล่องสำหรับประเทศกำลังพัฒนาที่มีรายได้ต่ำ
  2. การจัดเก็บภาษีที่ดีขึ้นผ่านการปฏิรูปภาษีโลกหลายระดับ
  3. มีตัวกลางทางการเงินโดยธนาคารเพื่อการพัฒนาระดับพหุภาคี (Multilateral Development Banks) เพิ่มขึ้น เพื่อสนับสนุนการระดมทุนเพื่อการพัฒนาระยะยาว
  4. การผ่อนปรนหนี้

ทศวรรษแห่งการดำเนินการอย่างจริงจัง (Decade of Action) เพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนจำเป็นต้องมีระบบพหุภาคีที่เข้มแข็ง

ความท้าทายระดับโลกที่ไม่เพียงแต่สถานการณ์โรคระบาดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและวิกฤติความหลากหลายทางชีวภาพ จำเป็นต้องอาศัยระบบพหุภาคีที่เข้มแข็งในการจัดการ จึงต้องมีการสนับสนุนระบบพหุภาคีในเวลานี้ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าที่เป็นมา ความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งอยู่ภายใต้ SDG 17 (ส่งเสริมความร่วมมือเพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน) สามารถเร่งแนวทางการรับมือที่น่าพอใจต่อการระบาดใหญ่และการฟื้นตัวที่ยั่งยืน ครอบคลุมและยืดหยุ่นได้ การศึกษาบทเรียนจากการระบาดใหญ่ครั้งนี้เป็นกุญแจสำคัญในการเสริมความสามารถของประชาคมระหว่างประเทศในการเตรียมพร้อม ตอบสนอง และฟื้นตัวจากความเสี่ยงครั้งใหญ่อื่น ๆ ในอนาคต

การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นความรับผิดชอบระดับโลก กลยุทธ์ภายในประเทศเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าวจะต้องหลีกเลี่ยงการสร้างผลกระทบทางลบ หรือ ‘การส่งผ่านผลกระทบ (spillovers)’ ไปยังประเทศอื่น ๆ รายงานแสดงให้เห็นว่าประเทศรายได้สูงและกลุ่มประเทศในองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) มีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดการส่งผ่านผลกระทบทางลบที่ใหญ่ที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบทางลบผ่านห่วงโซ่อุปทานที่ไม่ยั่งยืน การถูกกัดกร่อนฐานภาษีและการโอนกำไรไปต่างประเทศ (Base Erosion and Profit Shifting: BEPS) ซึ่งต้องมีการทำความเข้าใจการส่งผ่านผลกระทบ มีการวัดผล และมีการจัดการอย่างรอบคอบ

ข้อค้นพบอื่น ๆ จากรายงานการพัฒนาที่ยั่งยืน ประจำปี 2021


สรุปสาระสำคัญเกี่ยวกับสถานะและอันดับใน SDG Index ของประเทศไทย

Key Messages

ตั้งแต่ปี 2015 รายงานการพัฒนาที่ยั่งยืนประจำปีได้ให้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันที่สุดเพื่อติดตามและจัดอันดับผลการดำเนินงาน SDGs ของประเทศสมาชิกสหประชาชาติทั้งหมด ในฐานะเครื่องมือติดตามอย่างไม่เป็นทางการที่จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Cambridge University ซึ่งเป็นส่วนหนุนเสริมความพยายามในการติดตามการดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างเป็นทางการโดยรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ และองค์การสหประชาชาติ

ดาวน์โหลด รายงานการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Report: SDR) ประจำปี 2021 ได้ที่ https://www.sdgindex.org และในรูปแบบ Data visualization: https://dashboards.sdgindex.org

ติดต่อ
Dr. Christian Kroll | christian.kroll@bertelsmann-stiftung.de | +491736601646
ผู้เขียนร่วม
Guillaume Lafortune | guillaume.lafortune@unsdsn.org | +33 6 60 27 57 50
ผู้อำนวยการ SDSN Paris และผู้เขียนร่วม


เกี่ยวกับ SDSN

Sustainable Development Solutions Network (SDSN) คือ เครือข่ายวิชาการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับโลกที่ได้ระดมความเชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์และทางเทคนิคจากทั้งภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน เพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหาในทางปฏิบัติเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ และระดับโลก SDSN ได้ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2012 ภายใต้การสนับสนุนของเลขาธิการสหประชาชาติ ปัจจุบัน SDSN กำลังสร้างเครือข่ายสถาบันการศึกษาระดับชาติและระดับภูมิภาค เครือข่ายเชิงประเด็นที่เน้นการแก้ปัญหา และตั้ง SDG Academy ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยออนไลน์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

เครือข่ายวิชาการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย (SDSN Thailand) ตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อมีนาคม 2020 โดยมี 4 องค์กรภาคีขับเคลื่อน ได้แก่ ศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move) ในนามคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (สทย.) ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และมูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP) ปัจจุบันมีสมาชิกทางการในประเทศไทยเป็นมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย 12 แห่ง

ติดต่อ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ชล บุนนาค | chol.b@sdgmove.com
ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move) และเครือข่ายวิชาการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย (SDSN Thailand)
เว็บไซต์ : www.sdgmove.com

ดาวน์โหลด Press Release รายงานการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Report: SDR) ประจำปี 2021 ได้ที่ เอกสารเผยแพร่
และติดตามสรุปและบทวิเคราะห์พร้อมกับทั่วโลกได้ที่ เครือข่ายวิชาการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย – SDSN Thailand และ SDG Move

Author

Exit mobile version