Site icon SDG Move

SDG Index 2026 ไทยครองอันดับที่ 1 ของอาเซียนต่อเนื่องปีที่ 8 – โลกยังไม่บรรลุ SDGs พบ 5 เป้าหมายที่อยู่ในสถานะท้าทายมาก 

วันนี้ (23 มิถุนายน 2569) Sustainable Development Solutions Network (SDSN) ได้เผยแพร่ “รายงานการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Report) และ SDG Index ประจำปี 2569” ซึ่งเป็นฉบับที่ 11 หลังจากเริ่มจัดทำและเผยแพร่ครั้งแรกมาตั้งแต่ปี 2558 โดยถือได้ว่าเป็นการรายงานผลที่ให้ข้อมูลสถานการณ์ SDGs ที่เป็นปัจจุบันอย่างต่อเนื่องที่สุด และเป็นการจัดอันดับผลการดำเนินงานด้าน SDGs ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก

ในปีนี้ รายงานข้างต้นเผยแพร่ในธีม “Implementing Sustainable Development: 2030 and Beyond” หรือ “จากแผนสู่การปฏิบัติ: การขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนสู่ปี 2030 และทิศทางในอนาคต”  โดยมีเนื้อหาครอบคลุมข้อค้นพบเกี่ยวกับความก้าวหน้าและความถดถอยของการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ทั้งระดับโลกและระดับภูมิภาค

นอกจากนี้ ยังนำเสนอการสังเคราะห์ข้อมูลและข้อเสนอแนะจากคณะผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการดำเนินงานตามเป้าหมาย SDGs อย่างเข้มข้นยิ่งขึ้น ควบคู่กับการฟื้นฟูความร่วมมือระดับโลก ท่ามกลางช่วงเวลาที่โลกกำลังก้าวเข้าสู่โค้งสุดท้ายของวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนปี 2030 และเริ่มวางรากฐานสำหรับกรอบการพัฒนาหลัง ค.ศ. 2030


ภาพรวมสถานการณ์ SDGs ระดับโลก อย่างรวบรัดที่ปรากฏในจดหมายข่าว (press release) พบว่ามีประเด็นสำคัญ 6  ได้แก่ 

  1. ความมุ่งมั่นระดับโลกต่อ SDGs ยังคงแข็งแกร่ง ประเทศส่วนใหญ่ยังสนับสนุนมติของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยปี ค.ศ. 2025 ที่ผ่านมา 170 ประเทศจาก 193 ประเทศสมาชิกสนับสนุนมติเหล่านี้ มีเพียงอาร์เจนตินาและสหรัฐอเมริกาเท่านั้นที่ลงคะแนนคัดค้านมติที่เกี่ยวข้องกับกรอบการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง
  2. ความคืบหน้า SDGs ของเอเชียตะวันออกและเอเชียใต้โดดแด่นกว่าภูมิภาคอื่น ๆ โดยประเทศในเอเชียตะวันออกและเอเชียใต้ยังคงมีความคืบหน้าในการขับเคลื่อนบรรลุ SDGs ที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ ค.ศ. 2015 โดยเฉพาะประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่าง ‘อินเดีย’ มีอันดับที่ดีขึ้น 18 อันดับ และ ‘จีน’ อันดับดีขึ้น 14 อันดับ ส่วนระดับโลก ฟินแลนด์ ยังคงครองอันดับ 1 ในดัชนีปีนี้ ตามด้วยสวีเดนและเดนมาร์ก อย่างไรก็ดี ประเทศกลุ่มผู้นำเหล่านี้จะยังประสบความท้าทายอย่างมีนัยยะสำคัญในการดำเนินการ SDG 12 (การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน) SDG 13 (การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ) SDG 14 (ทรัพยากรทางทะเล) และ SDG 15 (ระบบนิเวศบนบก) ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากรูปแบบการบริโภคที่ไม่ยั่งยืนและผลกระทบเชิงลบที่ส่งผลต่อประเทศอื่น
  3. เป้าหมายที่เกี่ยวกับเมือง สิ่งแวดล้อม ระบบเกษตรอาหารที่ยั่งยืน และสันติภาพ ออกนอกลู่ทางที่จะบรรลุอย่างน่ากังวล โดยเฉพาะ SDG 11 (เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน) SDG 14 (ทรัพยากรทางทะเล)SDG 15 (ระบบนิเวศบนบก) และ SDG 16 (ความสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง) ขณะที่ตัวชี้วัดที่ยังห่างไกลการบรรลุเป้าหมาย ได้แก่ การเกษตรที่ยั่งยืน (SDG 2) อัตราโรคอ้วน (SDG 3) เสรีภาพสื่อและดัชนีคอร์รัปชัน (SDG 16) ในทางกลับกัน ตัวชี้วัดที่ก้าวหน้า ได้แก่ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (SDG 9) การลดการติดเชื้อ HIV (SDG 3) และการเข้าถึงไฟฟ้า (SDG 7)
  4. บาร์เบโดสครองอันดับหนึ่งด้านความมุ่งมั่นต่อระบบพหุภาคีนิยมตามแนวทางของ UN (UN-based multilateralism: UN-Mi) ขณะที่สหรัฐฯ รั้งท้าย ซึ่งสะท้อนผ่านการที่สหรัฐฯ ถอนตัวออกจากองค์กรระหว่างประเทศมากกว่า 60 แห่งในเดือนมกราคม ค.ศ. 2026 การลงคะแนนเสียงร่วมกับเสียงส่วนใหญ่ของนานาชาติเพียง 5% จากการลงมติในสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ที่มีการบันทึกไว้ใน ค.ศ. 2025 และการแสดงท่าทีคัดค้านอย่างเป็นทางการต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) วาระปี 2030 และความตกลงปารีสว่าด้วยสภาพภูมิอากาศ (Paris Climate Agreement)
  5. การเสริมสร้างความเข้มแข็งในการนำไปปฏิบัติ คือหัวใจสำคัญที่เป็นลำดับความสำคัญสูงสุดสำหรับยุคถัดไปของการพัฒนาที่ยั่งยืน ใน ค.ศ. 2026 เครือข่ายวิชาการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Solutions Network: SDSN) ได้ทำการสำรวจเครือข่ายของตนใน 64 ประเทศและสหภาพยุโรป เเละผู้ตอบแบบสอบถามอีกกว่ากว่า 1,000 รายจาก 127 ประเทศ เพื่อประเมินความพยายามของรัฐบาลและอุปสรรคต่าง ๆ ในการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ให้การสนับสนุนในการยึดมั่นกรอบการทำงาน SDGs ไว้ต่อไปภายหลังค.ศ. 2030 พร้อมทั้งระบุว่า การเงิน ธรรมาภิบาล และการใช้วิทยาศาสตร์และข้อมูล เป็นประเด็นที่จำเป็นต้องได้รับการเสริมสร้างความเข้มแข็งมากที่สุด ทั้งนี้ มุมมองต่อความก้าวหน้านั้นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในแต่ละภูมิภาค โดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียใต้มีการรายงานผลการประเมินการดำเนินงาน SDGs ทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่นในเชิงบวกมากกว่าภูมิภาคอื่น
  6. แปดเรื่องสำคัญสำหรับทศวรรษถัดไปของการพัฒนาที่ยั่งยืน ได้แก่
    • 1) ยุติสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ และปรับเปลี่ยนงบประมาณทางการทหารไปสู่การสร้างสันติภาพและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
    • 2) กำหนดกรอบเวลาที่ทะเยอทะยาน สำหรับการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG)
    • 3) จัดระเบียบการดำเนินงาน โดยมุ่งเน้นไปที่การพลิกโฉมครั้งใหญ่ 6 ประการ (Six Major Transformations)
    • 4) นำแผนการลงทุนระยะยาวมาใช้ เพื่อสนับสนุนการพลิกโฉมเหล่านั้น
    • 5) เสริมสร้างความร่วมมือและการลงทุน ทั้งในระดับภาคพื้นทวีป ภูมิภาค และท้องถิ่น
    • 6) นำระบบภาษีระดับโลกใหม่ ๆ มาใช้ เพื่อระดมทุนสำหรับสินค้าและบริการสาธารณะของโลก (Global Public Goods)
    • 7) พัฒนากรอบธรรมาภิบาลระดับโลก สำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีชีวภาพ และเทคโนโลยีเกิดใหม่อื่น ๆ
    • 8) จัดตั้งศูนย์ใหม่ของสหประชาชาติ (UN campuses) ในภูมิภาคเอเชีย แอฟริกา และลาตินอเมริกา

สำหรับรายงานปี 2569 นี้ เน้นย้ำถึงเส้นตายที่เหลือเวลาอีกไม่ถึง 4 ปีจนถึงกำหนดสิ้นสุดวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 แต่ความก้าวหน้าของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ยังคงล่าช้ากว่าเป้าหมายอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีการคาดการณ์ว่า มีเพียงประมาณ 16% ของเป้าหมายเท่านั้นที่จะสามารถบรรลุได้ภายในกรอบเวลาที่กำหนด แม้ว่าประเทศสมาชิกสหประชาชาติส่วนใหญ่ยังคงยึดมั่นต่อกรอบการดำเนินงานดังกล่าว แต่มีบางประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ได้เปลี่ยนจุดยืนไปในทิศทางที่ตั้งคำถามหรือคัดค้านแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึงสถาบันพหุภาคีที่เป็นรากฐานของความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างชัดเจน

ภาพรวมการบรรลุ SDGs ระดับโลกในปีนี้ เมื่อพิจารณารายเป้าหมาย พบว่าแม้เข้าสู่โค้งสุดท้ายของการดำเนินการเพื่อบรรลุ SDGs แล้ว แต่โลกก็ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายใดเป้าหมายหนึ่งได้เลย และที่น่ากังวลเพราะมีเป้าหมายที่อยู่ในสถานะท้าทายมาก (สถานะสีแดง) ถึง 5 เป้าหมาย ได้แก่ SDG3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี SDG11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน SDG14 ทรัพยากรทางทะเล SDG15 ระบบนิเวศบนบก และ SDG16 สังคมสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันเข้มแข็ง ลดลงมาจาก 6 เป้าหมายในปีที่แล้ว SDG2 ขจัดความหิวโหย ส่วนอีก 10 เป้าหมายกระจุกอยู่ที่สถานะท้าทาย (สถานะสีส้ม) โดยในจำนวนดังกล่าวมี 3 เป้าหมายที่มีแนวโน้มค่อนข้างก้าวหน้า ได้แก่ SDG5 ความเท่าเทียมทางเพศ SDG7 พลังงานสะอาดที่เข้าถึงได้ นอกจากนี้ ปีนี้ มีถึงสองเป้าหมายที่ขยับอยู่ในสถานะยังคงมีความท้าทายบางส่วน (สีเหลือง) ได้แก่ SDG4 การศึกษาที่มีคุณภาพ และ SDG9 โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม และอุตสาหกรรม  

ขณะที่การจัดอันดับ SDG Index ระดับโลก ปีนี้มีประเทศที่ถูกจัดอันดับทั้งสิ้น 169 ประเทศ เพิ่มเข้ามา 2 ประเทศจากปีที่แล้ว (2568)  โดยประเทศที่ติด Top 5 อันดับแรก ประกอบด้วย ฟินแลนด์ สวีเดน เดนมาร์ก นอร์เวย์ และเยอรมนี ตามลำดับ ขณะที่ประเทศที่ถูกจัดอยู่ใน 5 อันดับสุดท้าย ประกอบด้วย ซูดาน (อันดับ 165) โซมาเลีย (อันดับ 166) ชาร์ด (อันดับ 167) สาธารณรัฐแอฟริกากลาง (อันดับ 168) และซูดานใต้ (อันดับ 169) ซึ่งครองอันดับเดิมจากปีที่แล้ว

ส่วนประเทศไทย ปีนี้ได้รับการจัดอันดับอยู่ที่อันดับ 43 ของโลก คงอันดับเดิมจากปี 2568 ส่วนคะแนนรวมขยับขึ้นเป็น 75.4 คะแนน มากกว่าปี 2568 เพียง 0.1 คะแนน เเต่ยังถือว่าสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียใต้ ซึ่งอยู่ที่ 70.5 คะแนน

หากเปรียบเทียบกับประเทศในภูมิภาคอาเซียนด้วยกัน พบว่าประเทศไทยยังครองอันดับ 1 เป็นปีที่ 8 ติดต่อกัน (2562 – 2569) ตามมาด้วย เวียดนาม (อันดับ 58) สิงคโปร์ (อันดับ 59) อินโดนีเซีย (อันดับ 74)  มาเลเซีย (อันดับ 76)  ฟิลิปปินส์ (อันดับ 80) บรูไนดารุซซาลาม (อันดับ 87) กัมพูชา (อันดับ 108) เมียนมา (อันดับ 123) และลาว (อันดับ 122) ซึ่งเมื่อเทียบกับปี 2568 พบว่ามี 6 ประเทศที่มีอันดับก้าวหน้าขึ้น คือ เวียดนาม สิงคโปร์ อินโดนีเซีย  มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และบรูไนดารุซซาลามขณะที่อีก 3 ประเทศมีอันดับถดถอยลง ได้แก่  กัมพูชา  เมียนมา และลาว ส่วนไทยยังมีอันดับคงเดิม

นอกจากนี้ หากเทียบกับประเทศในเอเชีย พบว่าไทยรั้งอันดับที่ 3 เป็นรองญี่ปุ่น (อันดับ 20) และเกาหลีใต้ (อันดับ 34) เท่านั้น ทั้งนี้ไทยยังเป็นอันดับ 1 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียใต้ 


ทั้งนี้ หากพิจารณาสถานะรายเป้าหมายเทียบของไทยในปีนี้กับปี 2568 มีข้อค้นพบที่น่าสนใจ ดังนี้

SDG Move จะนำเสนอข้อมูลการวิเคราะห์สถานการณ์ของประเทศไทยตาม SDG Index เร็ว ๆ นี้

ดาวน์โหลด Press Release ฉบับเต็มในภาษาไทยที่https://www.sdgmove.com/wp-content/uploads/2026/06/จดหมายข่าว-SDR-2026.pdf 
สามารถดาวน์โหลด รายงาน SDR 2026 ฉบับเต็มได้ที่นี่  

แพรวพรรณ ศิริเลิศ เเละอติรุจ ดือเระ– เรียบเรียง
วิจย์ณี เสนแดง – ภาพประกอบ


● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
SDG Index 2025 ไทยขยับกลับสู่อันดับ 43 ของโลก ยังยืนหนึ่งในอาเซียน – พบ 6 เป้าหมายน่าห่วง ตกอยู่ในสถานะท้าทายมาก
SDG Index 2024 ไทยรั้งอันดับ 45 ของโลก ร่วงลงมาสองอันดับจากปีก่อน ส่วน SDG1 และ SDG4 อยู่ในสถานะบรรลุเป้าหมายแล้วคงเดิม 
SDG Updates | สำรวจรายงาน SDG Index 2024 โลกยังไม่บรรลุเป้าหมายใด – ไทยคะเเนนเท่าเดิมเเต่อันดับร่วง
– SDG Updates | SDG Index 2023 สถานการณ์โลก – อาเซียน – ไทยหลังผ่านมาครึ่งทาง 
– SDG Updates | เปิดรายงาน Sustainable Development Report 2022 และ SDG Index 2022
– Director’s Note: 13: สถานะ SDGs ประเทศไทย SDG Index vs รายงานความก้าวหน้าเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย พ.ศ. 2559-2563
– SDG Insights | Inside SDG Index : เจาะลึก SDG Index 2021 ของประเทศไทย
– SDG Updates | เปิดรายงาน Sustainable Development Report และ SDG Index 2021
– Director’s Note: 05 สิ่งที่ควรเข้าใจก่อนอ่าน Sustainable Development Report และSDG Index
– SDG Insights | สถานะประเทศไทยจาก SDG Index: 4 ปีผ่านไป อะไรดีขึ้นหรือแย่ลงบ้าง ?

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG1 ยุติความยากจน
#SDG2 ยุติความหิวโหย
#SDG3 สุขภาพเเละความเป็นอยู่ที่ดี
#SDG4 การศึกษาที่มีคุณภาพ
#SDG5 ความเท่าเทียมทางเพศ
#SDG6 น้ำสะอาดและการสุขาภิบาล
#SDG7 พลังงานสะอาดที่เข้าถึงได้
#SDG8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
#SDG9 โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม เเละอุตสาหกรรม
#SDG10 ลดความเหลื่อมล้ำ
#SDG11 เมืองเเละชุมชนที่ยั่งยืน
#SDG12 การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
#SDG13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
#SDG14 ทรัพยากรทางทะเล
#SDG15 ระบบนิเวศบนบก
#SDG16 สังคมสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันเข้มแข็ง
#SDG17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

แหล่งที่มา : Sustainable Development Report 2026 (SDSN)

Author

Exit mobile version