สถานการณ์การหกล้มของผู้สูงอายุในอาเซียนเเละมาตรการป้องกันเป็นอย่างไร ชวนสำรวจผ่านการทบทวนงานวิจัยที่หลากหลาย

การหกล้มในหมู่ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในชุมชนเป็นปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นทั่วโลก รวมถึงประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่นับวันยิ่งมีความกังวลมากขึ้น เนื่องจากจำนวนประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง East-West Center คาดการณ์ว่าในปี 2593 สัดส่วนผู้สูงอายุจะมากกว่าภูมิภาคเอเชียใต้ อเมริกาเหนือ และยุโรป

อย่างไรก็ดี พบว่างานวิจัยที่ศึกษาและเผยแพร่เกี่ยวกับการหกล้มของผู้สูงอายุในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังมีข้อจำกัดและเข้าถึงได้ยาก ส่งผลให้การค้นคว้าและนำไปต่อยอดสู่การสร้างสรรค์แนวทางและมาตรการป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุในภูมิภาคจึงเป็นความท้าทายที่ต้องการการจัดการและศึกษาวิจัยมาตอบโจทย์ 

เพื่อสำรวจ รวบรวม ทบทวนและวิเคราะห์งานวิจัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งศึกษาประเด็นดังกล่าว รศ. ดร.ไพลวรรณ สัทธานนท์ คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะผู้วิจัย จึงได้ดำเนินงานวิจัย “Falls amongst older people in Southeast Asia: a scoping review” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจและระบุถึงงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการหกล้มของผู้สูงอายุในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเพื่อศึกษาแนวทางการปฏิบัติต่อกรณีหกล้มในผู้สูงอายุพร้อมทั้งถกสนทนาถึงทิศทางในอนาคตเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ

ด้วยประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการค้นคว้าวิจัยและสร้างสรรค์แนวทางป้องกันความเสี่ยงด้านสุขภาพของผู้สูงอายุ ทำให้งานวิจัยดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 1 เป้าหมาย ได้แก่ เป้าหมายที่ 3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี 

การดำเนินการวิจัยของ รศ. ดร.ไพลวรรณ และคณะ ใช้วิธีการศึกษาแบบการทบทวนวรรณกรรมอย่างมีขอบเขต (scoping review) โดยมีรายละเอียดสำคัญ ได้แก่

  • คำถามของการวิจัยกำหนดโดยพิจารณาประเด็นประชากรและมาตรการที่ใช้ป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ
  • การสืบค้นวรรณกรรมหรืองานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการหกล้มของผู้สูงอายุในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ดำเนินอย่างเป็นระบบผ่านเว็บไซต์ฐานข้อมูล อาทิ  CINAHL, Web of Sciences, Scopus, Thai-Journal Citation Index, MyCite 
  • การคัดเลือกงานวิจัย เจาะจงเฉพาะงานศึกษาที่รายงานเกี่ยวกับการหกล้มในผู้สูงอายุที่มีลักษณะเป็นพื้นฐานเท่านั้น โดยคัดงานวิจัยที่ซ้ำออกแล้ว จึงคัดกรองตามลำดับชื่อเรื่อง บทคัดย่อ และเนื้อหา ขณะเดียวกันก็เลือกเฉพาะงานวิจัยที่ตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น
  • การวิเคราะห์ข้อมูลและผลการวิจัย เลือกพิจารณาประเด็นสำคัญผ่านเเนวทาง ได้แก่ 1) การศึกษาเชิงสังเกต (observational studies) 2) การวิจัยเชิงสังเคราะห์ (interventional studies) 3) การวิจัยเชิงประเมินผล (evaluation and assessments) และ 4) การศึกษาที่กำลังดำเนินการ (on-going studies)

งานวิจัยดังกล่าวมีข้อค้นพบโดยสรุปที่น่าสนใจ ได้แก่

  • ข้อสรุปโดยภาพรวม พบว่างานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการหกล้มในผู้สูงอายุในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีทั้งสิ้น 900 เรื่อง เเต่ที่คัดเลือกมาศึกษาทบทวนในงานวิจัยของ รศ. ดร.ไพลวรรณ และคณะ มีเพียง 43 เรื่อง งานวิจัยที่คัดเลือกครอบคลุมอยู่ในหลายสาขาวิชา อาทิ การแพทย์ และสังคมศาสตร์
  • ผลการศึกษางานวิจัยของประเทศไทย พบว่าเป็นประเทศที่มีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับประเด็นข้างต้นมากที่สุด จำนวน 18 เรื่อง โดยแบ่งเป็นงานวิจัยเชิงสังเคราะห์จำนวน 5 เรื่อง งานวิจัยเชิงสังเกตจำนวน 13 เรื่อง ด้านเนื้อหาของงานวิจัยที่ค้นพบมีความครอบคลุมประเด็นสำคัญหลายประเด็น อาทิ การศึกษาและประเมินความเสี่ยงจากการหกล้มในผู้สูงอายุ การทบทวนยาที่ใช้สำหรับการรักษา การเสริมสร้างสร้างกล้ามเนื้อและการออกกำลังกายเพื่อการทรงตัว รวมถึงการขจัดอันตรายภายในบ้าน
  • ผลการศึกษางานวิจัยของประเทศมาเลเซีย พบว่ามีการศึกษาจำนวน 10 เรื่องที่ดำเนินการในประเทศมาเลเซีย โดยแบ่งเป็นงานวิจัยเชิงสังเคราะห์จำนวน 1 เรื่อง และงานวิจัยเชิงสังเกตจำนวน 9 เรื่อง ด้านเนื้อหาของงานวิจัยที่ค้นพบ อาทิ การประเมินปัจจัยเสี่ยง การศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างคุณภาพของสิ่งแวดล้อมกับการป้องกันการหกล้ม รวมถึงการศึกษาผลกระทบจากอันตรายภายในบ้าน ซึ่งระบุว่าคุณภาพสิ่งแวดล้อมไม่ได้เป็นปัจจัยสำคัญของการหกล้มในผู้สูงอายุ
  • ผลการศึกษางานวิจัยของประเทศสิงคโปร์ พบว่ามีการศึกษาจำนวน 5 เรื่องที่ดำเนินการในประเทศสิงคโปร์ โดยแบ่งเป็นงานวิจัยเชิงสังเคราะห์จำนวน 1 เรื่อง และงานวิจัยเชิงสังเกตจำนวน 4 เรื่อง ด้านเนื้อหาของงานวิจัยที่ค้นพบ อาทิ การศึกษาปัจจัยเสี่ยง การศึกษาปัจจัยที่ช่วยในการป้องกัน รวมถึงการประเมินเปรียบเทียบระหว่างการใช้และไม่ใช้มาตรการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ
  • งานวิจัยของประเทศเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย พบว่ามีจำนวน 2 เรื่อง 1 เรื่อง และ 1 เรื่อง ตามลำดับ โดยเนื้อหามุ่งพิจารณาปัจจัยเสี่ยงเป็นสำคัญ ขณะเดียวกันไม่พบงานศึกษาวิจัยเรื่องข้างต้นในประเทศเมียนมา ลาว กัมพูชา และบรูไน

นอกจากนี้  รศ. ดร.ไพลวรรณ และคณะ ยังได้เสนอแนะว่าควรนำมาตรการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุด้วยการออกกำลังกายมาประยุกต์ใช้กับผู้สูงอายุในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากเป็นวิธีการสำคัญที่ช่วยป้องกันการหกล้มได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่วิธีการอื่น ๆ อาทิ การเสริมวิตามินดี อาจนำมาใช้อย่างระมัดระวังเนื่องจากยังไม่มีข้อมูลยืนยันจากการศึกษาที่ชัดเจน และหากพิจารณาเชิงพื้นที่เฉพาะบริบทประเทศไทยก็อาจมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงความต้องการด้านสาธารณสุขขั้นพื้นฐานเป็นเบื้องต้น โดยเฉพาะการบริโภคอาหารที่ดีและการสามารถเข้าถึงไฟฟ้าได้ เนื่องจากการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในบ้านนับว่าเป็นมาตรการป้องกันที่มีประสิทธิภาพเช่นกัน

กล่าวโดยสรุป แม้ว่างานวิจัย “Falls amongst older people in Southeast Asia: a scoping review” ไม่ได้ประเมินคุณภาพของงานวิจัยที่สำรวจ ทว่าการทบทวนงานวิจัยทั้งหลายที่รวบรวมจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ฉายภาพสถานการณ์และการดำเนินการทั้งปัจจุบันและอดีตที่ผ่านมาเกี่ยวกับการหกล้มในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะปัจจัยเสี่ยงและมาตรการป้องกัน มากกว่านั้นยังช่วยสะท้อนถึงสิ่งที่ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จำเป็นต้องคิดค้น ปรับใช้ และดำเนินการ ทั้งด้านการวิจัย การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการสนับสนุนเงินทุน หากในอนาคตมีงานวิจัยที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ความต้องการของผู้สูงอายุในภูมิภาคได้ย่อมส่งผลดีแก่การสร้างสรรค์แนวทางและมาตรการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ

งานวิจัยดังกล่าวจัดอยู่ในกลุ่มการวิจัยเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนการนำ SDGs ไปปฏิบัติในพื้นที่ ธีมสุขภาพและสุขภาวะที่ดีของคนทุกช่วงวัย

งานวิจัยดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
– (3.b) สนับสนุนการวิจัยและการพัฒนาวัคซีนและยาสำหรับโรคติดต่อและไม่ติดต่อที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศกำลังพัฒนา ให้มีการเข้าถึงยาและวัคซีนจำเป็นในราคาที่สามารถซื้อหาได้ ตามปฏิญญาโดฮาความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้าและการสาธารณสุข ซึ่งเน้นย้ำสิทธิสำหรับประเทศกำลังพัฒนาที่จะใช้บทบัญญัติในความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้าอย่างเต็มที่ในเรื่องการผ่อนปรนเพื่อจะปกป้องสุขภาพสาธารณะและโดยเฉพาะการเข้าถึงยาโดยถ้วนหน้า
– (3.c) เพิ่มการใช้เงินสนับสนุนด้านสุขภาพ และการสรรหา การพัฒนา การฝึกฝน และการเก็บรักษากำลังคนด้านสุขภาพในประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศพัฒนาน้อยที่สุดและรัฐกำลังพัฒนาที่เป็นเกาะขนาดเล็ก
– (3.d) เสริมขีดความสามารถสำหรับทุกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกำลังพัฒนา ในเรื่องการแจ้งเตือนล่วงหน้า การลดความเสี่ยง และการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสุขภาพในระดับประเทศและระดับโลก

ข้อมูลงานวิจัย: M.H. Romli , M.P. Tan, L. Mackenzie,  M. Lovarini , P. Suttanon , L. Clemson. (2560). Falls amongst older people in Southeast Asia: a scoping revie. Public Health. 145. 96 – 112. https://doi.org/10.1016/j.puhe.2016.12.035
ชื่อผู้วิจัย -สังกัด: M.H. Romli 1,2, M.P. Tan 3, L. Mackenzie 1, M. Lovarini 1, P. Suttanon 4, L. Clemson 1
1 Discipline of Occupational Therapy, Faculty of Health Sciences, Cumberland Campus, University of Sydney, 75 East Street, Lidcombe, NSW 2141, Australia
2 Department of Nursing and Rehabilitation, Faculty of Medicine and Health Sciences, Universiti Putra Malaysia, 43400 Serdang, Selangor, Malaysia
3 Ageing and Age Associated Disorders Research Group, Faculty of Medicine, University of Malaya, 50603 Kuala Lumpur, Malaysia
4 Faculty of Allied Health Sciences, Thammasat University, 99 Moo 18 Paholyothin Road, Klong Luang, Rangsit, Prathumthani 12120, Thailand

Research Brief แนะนำงานวิจัยเชิงลึกของนักวิจัยธรรมศาสตร์ที่สนับสนุนการขับเคลื่อน SDGs โดยกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านวิจัยแบบบูรณาการระดับแนวหน้า เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (TU-SDG Research Network)

Author

  • Knowledge Communication | สนใจประเด็นสันติภาพ ความมั่นคงมนุษย์ ใช้ชีวิตโดยเชื่อในสมดุลมากกว่าความสมบูรณ์เเบบ

ผู้เขียน

  • Knowledge Communication | สนใจประเด็นสันติภาพ ความมั่นคงมนุษย์ ใช้ชีวิตโดยเชื่อในสมดุลมากกว่าความสมบูรณ์เเบบ

    View all posts

RELATED

เครื่องฝึกเดิน I-Walk สำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ฟื้นฟูสมรรถภาพการเดินได้ดีกว่ากายภาพบำบัดทั่วไปอย่างไร

โรคหลอดเลือดสมอง (stroke) เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตและความบกพร่องต่าง ๆ รวมถึงความสามารถทางการเคลื่อนไหว ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองประมาณ 30…

พัฒนาการออกแบบ ‘พื้นที่สีเขียว’ ในเมืองอย่างยั่งยืน เพื่อสุขภาพความเป็นอยู่ที่ดีของประชากร ผ่านการศึกษาแบบจำลองสิ่งแวดล้อม

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สังคมให้ความสำคัญกับ ‘พื้นที่สีเขียว’ (green space) และการอนุรักษ์ธรรมชาติมาอย่างยาวนาน เพราะการออกแบบเมืองให้มีพื้นที่สีเขี…

ภาคพลังงานไทยจะร่วมจำกัดอุณหภูมิโลกให้ต่ำกว่า 1.5 องศาเซลเซียสได้หรือไม่ อะไรคือปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญ

ภาวะโลกร้อนเป็นปัญหาท้าทายของโลกมาอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในสาเหตุสำคัญ คือ กิจกรรมที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อาทิ การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล การทำฟ…

เมื่อบางครั้ง ‘ผู้ดูแล’ ก็เหนื่อยล้า ทำความเข้าใจภาระหน้าที่การดูแลผู้ป่วยติดเตียง อะไรคือปัญหาและอุปสรรค

ภาระของผู้ทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วย (The informal family caregiver burden : IFCB) โดยเฉพาะในการดูแลผู้สูงอายุป่วยเรื้อรังติดเตียง (chronically ill bedridd…

ค้นหา