ขับเคลื่อนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นกลไกลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้อย่างไร ชวนค้นหาคำตอบจากงานวิจัยของ ‘ผศ.ดร.ทรงชัย ทองปาน’

ชวนอ่านงานวิจัย “การขับเคลื่อนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นกลไกลดความเหลื่อมล้ำทางด้านการศึกษา” โดย ผศ.ดร.ทรงชัย ทองปาน คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายใต้การสนับสนุนของสถาบันพระปกเกล้า และสำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TU-RAC) 

ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นปัญหาสำคัญของสังคมไทย โดยข้อมูลจากสถาบันพระปกเกล้าระบุว่าเฉพาะปีการศึกษา 2559 มีเด็กและเยาวชนวัยเรียน อายุระหว่าง 3 – 17 ปี ซึ่งอยู่ในระบบการศึกษาแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์และการเข้าถึงโอกาสมากถึง 3 ล้านคน นับว่าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษา มากไปกว่านั้นหากพิจารณาปัจจัยเชิงพื้นที่จะพบว่าเด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกลยังต้องเผชิญกับการศึกษาที่ไม่มีคุณภาพ การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม จึงเป็นโจทย์สำคัญของภาครัฐ และหนึ่งในการขยับขับเคลื่อนที่เกิดขึ้นคือ “นโยบายสำคัญสำหรับการพัฒนา ประเทศในช่วงระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580)” ภายใต้ ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ซึ่งมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึงและเสมอภาค โดยเฉพาะบทบาทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้สามารถเป็นผู้นำหลักในการลดความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่ 

หนึ่งในมิติความเหลื่อมล้ำที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความเหมาะสมที่จะเป็นกลไกสำคัญ นั่นคือ ความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา เนื่องจากเป็นองค์ที่มีความรับผิดชอบต่อประชาชนในท้องถิ่น มีอำนาจและความรับผิดชอบในการจัดบริการสาธารณะซึ่งครอบคลุมถึงการจัดการศึกษา อีกทั้งยังเป็นองค์กรทางการเมืองที่ใกล้ชิดกับปัญหาและความต้องการของชุมชนท้องถิ่นมากที่สุด

เพื่อให้ศึกษาและค้นคว้าแนวทางขับเคลื่อนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นกลไกสำคัญของการดำเนินภารกิจสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ผศ.ดร.ทรงชัย จึงดำเนินการวิจัยข้างต้น โดยมีวัตถุประสงค์โดยสรุป 3 ประการ คือ 

  1. เพื่อศึกษาสภาพปัญหาทางด้านความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการ
  2. เพื่อขับเคลื่อนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินโครงการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
  3. เพื่อเสนอแนวทางในการเสริมสร้างให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นกลไกในการลดความเหลื่อมทางด้านการศึกษา 

จึงนับว่าเป็นงานวิจัยที่มีความเกี่ยวข้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 3 เป้าหมาย ได้แก่ เป้าหมายที่ 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ เป้าหมายที่ 10 ลดความเหลื่อมล้ำ และเป้าหมายที่ 16 ความสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันเข้มแข็ง

ผศ.ดร.ทรงชัย ดำเนินการศึกษาด้วยวิธีวิจัยเชิงปฏิบัติ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

  • กลุ่มเป้าหมาย คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยคัดเลือกด้วยวิธีการรับสมัครองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สนใจเข้าร่วมโครงการผ่านงานสัมมนาเปิดตัวโครงการ ปรากฏว่ามีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสมัครเข้าร่วมโครงการจำนวน 11 แห่ง แบ่งเป็น องค์การบริหารส่วนตำบล 2 แห่ง เทศบาล 8 แห่ง และองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง 
  • วิธีการศึกษา เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการโดยออกแบบกระบวนการดำเนินงานให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการสามารถพัฒนาโครงการเพื่อเป็นกลไกในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในพื้นที่ของตนผ่านการวิเคราะห์สังเคราะห์ข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจปัญหาและหาทางออกที่ตรงกับสภาพปัญหา เครื่องมือการศึกษา จึงครอบคลุมทั้งการวิจัยเอกสารที่เกี่ยวข้องเชิงประเด็น การจัดสัมมนาเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ รวมถึงการลงพื้นที่ประชุมระดมสมองเพื่อกำหนดปัญหาและทางออก
  • ขั้นตอนการดำเนินการศึกษา ประกอบด้วย 6 ขั้นตอน ได้แก่ การทบทวนเอกสาร การจัดทำคู่มือปฏิบัติงานในโครงการ การศึกษาข้อมูลทั่วไป การประชุมชี้แจงทำความเข้าใจแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำร่อง การขับเคลื่อนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการนำเสนอโครงการและบทเรียน

ผลการศึกษาที่สำคัญจากงานวิจัยข้างต้นแบ่งเป็น 3 ประเด็น ได้แก่ 

1) สภาพปัญหาทางด้านความเหลื่อมล้ำทาง การศึกษาในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เข้าร่วมโครงการ มีดังนี้
– ปัญหาด้านการเข้าถึงการศึกษา อาทิ ปัญหาการออกจากโรงเรียนกลางคัน เด็กอยู่นอกระบบการศึกษา ปัญหาเด็กพิการ การอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ และบางคนอาจเผชิญปัญหาซ้ำซ้อน
– ปัญหาด้านคุณภาพการศึกษา อาทิ ปัญหาครูมีจำนวนไม่เพียงพอต่อการดูแลเด็ก ครูจบการศึกษาไม่ตรงกับวิชาที่สอน โรงเรียนมีคุณภาพการศึกษาต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ

2) ผลการขับเคลื่อนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินโครงการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ปรากฏว่ามีการดำเนินการใน 5 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ (1) กลุ่มโครงการที่เกี่ยวข้องกับกองทุนเพื่อการศึกษาของเด็กและเยาวชน จำนวน 4 โครงการ (2) กลุ่มโครงการที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเด็กพิเศษ และเด็กด้อยโอกาสทางการศึกษา จำนวน 3 โครงการ (3) กลุ่มโครงการที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงการศึกษาของเด็ก จำนวน 1 โครงการ (4) กลุ่มโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพของครูผู้สอน จำนวน 3 โครงการ และ (5) กลุ่มโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาจำนวน 1 โครงการ

3) แนวทางในการเสริมสร้างให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นกลไกในการลดความเหลื่อมทางด้าน การศึกษา แบ่งเป็น ระยะ ดังนี้
– ระยะเริ่มต้นโครงการ ประกอบด้วย การคัดเลือกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมโครงการ  และการเตรียมความพร้อมให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการ โดยครอบคลุมถึงการจัดอบรมเชิงลึกเกี่ยวกับความเสมอภาคทางการศึกษา การสนับสนุนงบประมาณ และการจัดทำคู่มือดำเนินการ
– ระยะขับเคลื่อนโครงการ ประกอบด้วย การเสาะหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในพื้นที่ ซึ่งครอบคลุมถึงการวิเคราะห์ปัญหา การสะท้อนข้อมูลที่ศึกษาให้แก่ชุมชนได้รับทราบ และการปักหมุดและชี้เป้าประเด็นสำคัญเพื่อนำมาสู่การริเริ่มโครงการ 
– ระยะขยายผล ประกอบด้วย การขยายจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกลุ่มเดิม และการขยายผลกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกลุ่มอื่น ๆ

นอกจากนี้ ผศ.ดร.ทรงชัย ยังได้เสนอแนะแนวทางการขับเคลื่อนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นกลไกลดความเหลื่อมล้ำทางด้านการศึกษาว่าจำเป็นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่าง ๆ ที่จะเข้ามาเป็นเครือข่าย โดยเป็นการทำงานในแนวราบด้วยองค์กรภาคีการทำงานด้านการศึกษาในพื้นที่ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนและครอบครัวที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา และควรให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง เข้ามารับรู้การดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เกิดความตระหนักถึงปัญหา และเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา ขณะที่ภาครัฐก็ควรสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีบทบาทในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมผ่านนโยบายและการสนับสนุนงบประมาณต่าง ๆ

กล่าวโดยสรุป งานวิจัยของ ผศ.ดร.ทรงชัย ได้ศึกษา ค้นพบ และเสนอแนวทางการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาผ่านหนุนเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นกลไกสำคัญ จึงนับว่าเป็นงานศึกษาที่มีประโยชน์ต่อการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นให้สามารถเรียนรู้ ตระหนัก และจัดการปัญหาได้ด้วยตนเอง อีกทั้งยังเป็นประโยชน์แก่การลดความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของสังคมไทยในปัจจุบัน

งานวิจัยดังกล่าวจัดอยู่ในกลุ่มการวิจัยเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนการนำ SDGs ไปปฏิบัติในพื้นที่ ธีมการลดความเหลื่อมล้ำและการสร้างความเป็นธรรมในสังคม

งานวิจัยดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG4 การศึกษาที่มีคุณภาพ
– (4.1) สร้างหลักประกันว่าเด็กชายและเด็กหญิงทุกคนสำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาที่มีคุณภาพ เท่าเทียม โดยไม่มีค่าใช้จ่าย นำไปสู่ผลลัพธ์ทางการเรียนที่มีประสิทธิผล ภายในปี 2573
– (4.2) สร้างหลักประกันว่าเด็กชายและเด็กหญิงทุกคนเข้าถึงการพัฒนา การดูแล และการจัดการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษา สำหรับเด็กปฐมวัย ที่มีคุณภาพ เพื่อให้เด็กเหล่านั้นมีความพร้อมสำหรับการศึกษาระดับประถมศึกษา ภายในปี 2573
– (4.3) สร้างหลักประกันให้ชายและหญิงทุกคนเข้าถึงการศึกษาด้านเทคนิค อาชีวศึกษา อุดมศึกษา รวมถึงมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพในราคาที่สามารถจ่ายได้ ภายในปี 2573
– (4.5) ขจัดความเหลี่อมล้ำทางเพศด้านการศึกษา และสร้างหลักประกันว่ากลุ่มที่เปราะบางซึ่งรวมถึงผู้พิการ ชนพื้นเมือง และเด็ก เข้าถึงการศึกษาและการฝึกอาชีพทุกระดับอย่างเท่าเทียม ภายในปี 2573
– (4.6) สร้างหลักประกันว่าเยาวชนทุกคนและสัดส่วนของผู้ใหญ่ในทั้งชายและหญิง สามารถอ่านออกเขียนได้และคำนวณได้ ภายในปี 2573
– (4.c) เพิ่มจำนวนครูที่มีคุณวุฒิ รวมถึงการดำเนินการผ่านทางความร่วมมือระหว่างประเทศในการฝึกอบรมครูในประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศพัฒนาน้อยที่สุด และรัฐกำลังพัฒนาที่เป็นเกาะขนาดเล็ก ภายในปี 2573
#SDG10 ลดความเหลื่อมล้ำ
– (10.2) ให้อำนาจและส่งเสริมความครอบคลุมด้านสังคม เศรษฐกิจและการเมืองสำหรับทุกคน โดยไม่คำนึงถึงอายุ เพศ ความบกพร่องทางร่างกาย เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ แหล่งกำเนิด ศาสนา หรือสถานะทางเศรษฐกิจหรือสถานะอื่น ๆ ภายในปี 2573
– (10.3) สร้างหลักประกันว่าจะมีโอกาสที่เท่าเทียมและลดความไม่เสมอภาคของผลลัพธ์ รวมถึงการขจัดกฎหมาย นโยบาย และแนวทางปฏิบัติที่เลือกปฏิบัติ และส่งเสริมการออกกฎหมาย นโยบาย และการปฏิบัติที่เหมาะสมในเรื่องนี้|
#SDG16 ความสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันเข้มแข็ง
– (16.7) สร้างหลักประกันว่าจะมีกระบวนการตัดสินใจที่มีความรับผิดชอบ ครอบคลุม มีส่วนร่วม และมีความเป็นตัวแทนที่ดี ในทุกระดับการตัดสินใจ

Research recommends แนะนำงานวิจัยของนักวิจัยธรรมศาสตร์ที่สนับสนุนการขับเคลื่อน SDGs กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านวิจัยแบบบูรณาการระดับแนวหน้า เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (TU-SDG Research Network)

Last Updated on เมษายน 11, 2023

Author

  • Knowledge Communication | สนใจประเด็นสันติภาพ ความมั่นคงมนุษย์ ใช้ชีวิตโดยเชื่อในสมดุลมากกว่าความสมบูรณ์เเบบ

ผู้เขียน

  • Knowledge Communication | สนใจประเด็นสันติภาพ ความมั่นคงมนุษย์ ใช้ชีวิตโดยเชื่อในสมดุลมากกว่าความสมบูรณ์เเบบ

    View all posts

RELATED

เพื่อเตรียมรับมือ ‘โรคไข้หวัดใหญ่’ อย่างมีประสิทธิภาพ มีมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคอย่างไร ชวนค้นหาคำตอบจากงานวิจัยของ ‘รศ. ดร.สิริมา มงคลสัมฤทธิ์ และคณะ’

ชวนอ่านงานวิจัย “ประเมินผลมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่ ของสถานบริการสาธารณสุข ระดับประเทศ ปี 2558” โดย รศ. ดร.สิริมา มงคลสัมฤทธิ์…

เสริมสร้างความเข้มแข็งของ “ชุมชนคุ้มครองเด็ก” แนวทางการมีส่วนร่วม พัฒนา ปกป้อง และช่วยเหลือเป็นอย่างไร ชวนค้นหาคำตอบงานวิจัยของ ‘ผศ. ดร.วสันต์ เหลืองประภัสร์’

ชวนอ่านงานวิจัย “ที่ปรึกษาเพื่อจัดทำแนวทางศึกษารูปแบบการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนคุ้มครองเด็ก”โดย ผศ. ดร.วสันต์ เหลืองประภัสร์ คณะรัฐศาสตร์ มหาว…

การดำเนินการว่าด้วย ‘สิ่งแวดล้อม’ การบินพลเรือน มีกรอบหรือกฎหมายใดบ้างที่เกี่ยวข้อง ชวนค้นหาคำตอบจากงานวิจัยของ ‘ผศ.ดร.จันทจิรา เอี่ยมมยุรา’

ชวนอ่านงานวิจัย “โครงการจัดทำกรอบการดำเนินการด้าน GLOBAL MARKET- BASED MEASURE (GMBM) และกรอบแนวคิดเกี่ยวกับกฎหมายไทยว่าด้วยสิ่งแวดล้อมการบินพลเรือน”…

เปลี่ยนขยะพลาสติกเป็นคาร์บอนในเหล็ก การผลิตเหล็กจากกล่องอาหารทดแทนการใช้ถ่านหินได้หรือไม่? ชวนหาคำตอบจากงานวิจัยของ ‘รศ.ดร.สมยศ คงคารัตน์’

ชวนอ่านงานวิจัย “การใช้ประโยชน์ขยะพอลิเมอร์กล่องบรรจุอาหารที่เกิดขึ้นจากธุรกิจส่งอาหารในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อการผลิตเหล็กกล้าแบบยั่งยืน : …

ค้นหา