ชวนสำรวจแหล่งกำเนิดและแนวทางลดฝุ่นละอองในพื้นที่เขตควบคุมมลพิษ ต.หน้าพระลาน จ.สระบุรี จากงานวิจัยของ ‘ผศ.ดร.ธงชัย ขนาบแก้ว’

ชวนอ่านงานวิจัย “โครงการศึกษาเพื่อหาแหล่งกำเนิดฝุ่นละอองในพื้นที่เขตควบคุมมลพิษ ตำบลหน้าพระลาน จังหวัดสระบุรี และพื้นที่โดยรอบเขตควบคุมมลพิษในรัศมีไม่เกิน 10 กิโลเมตร” โดย ผศ.ดร.ธงชัย ขนาบแก้ว คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายใต้การสนับสนุนของกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TU-RAC) 

ปัญหามลพิษทางอากาศโดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก ได้แก่ PM10 และ PM2.5 เป็นปัญหาสำคัญในพื้นที่ตำบลหน้าพระลาน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี ซึ่งส่งผลกระทบตรงต่อสุขภาพของประชาชนและเป็นปัญหาที่สะสมต่อเนื่องมายาวนาน หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมควบคุมมลพิษ ได้ติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศถาวรในพื้นที่ตำบลหน้าพระลาน (24t) อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี เพื่อเฝ้าระวังและติดตามปริมาณความเข้มข้นของฝุ่นละออง รวมถึงมลพิษทางอากาศชนิดอื่น ๆ พร้อมทั้งจัดทำมาตรการร่วมกับหน่วยงานและสถานประกอบการในพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยังคงพบว่าสถานการณ์จำนวนวันที่ฝุ่นละออง โดยเฉพาะ PM10 มีค่าสูงเกินค่ามาตรฐานยังคงเกิดขึ้นติดต่อกัน โดยเฉพาะช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายน – เมษายน ของทุกปี

จากข้อมูลการศึกษาของพื้นที่ที่ผ่านมาพบว่า แหล่งกำเนิดฝุ่นละอองจากภาคอุตสาหกรรมและการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองจากกิจกรรมของของสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการทำเหมืองแร่และเหมืองหิน รวมถึงการคมนาคมขนส่ง เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ระดับความเข้มข้นที่ตรวจวัดได้มีค่าสูง การจัดการและควบคุมการปล่อยมลพิษ PM10 และ PM2.5 จากแหล่งกำเนิดเหล่านี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องพิจารณาดำเนินการเพื่อลดระดับความเข้มข้นของฝุ่นละอองลงมา และพัฒนาแนวทางและมาตรการเพื่อควบคุมและลดการปล่อย PM10 และ PM2.5 จากแหล่งกำเนิดที่สามารถควบคุมได้ในพื้นที่เขตควบคุมมลพิษตำบลหน้าพระลาน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี และพื้นที่โดยรอบ

เพื่อศึกษาประเมินแหล่งกำเนิด ความเข้มข้น และการแพร่กระจายของฝุ่นละองบริเวณพื้นที่ดังกล่าว พร้อมกับการค้นคว้าแนวทางลดปริมาณฝุ่นละออง ผศ.ดร.ธงชัย จึงดำเนินการวิจัยข้างต้น โดยมีวัตถุประสงค์โดยสรุป 3 ประการ คือ 

  1. เพื่อศึกษาขนาด องค์ประกอบทางเคมี ของฝุ่นละอองในพื้นที่ตำบลหน้าพระลานจากแหล่งกำเนิดต่าง ๆ
  2. เพื่อจำแนกหาสัดส่วนของ PM10 และ PM2.5 และแหล่งที่มาของฝุ่นละอองในพื้นที่ตำบลหน้าพระลาน
  3. เพื่อจัดทำมาตรการที่เหมาะสมในการควบคุมฝุ่นละอองขนาด PM10 และ PM2.5 ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศ

จึงนับว่าเป็นงานวิจัยที่มีความเกี่ยวข้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 3 เป้าหมาย ได้แก่ เป้าหมายที่ 3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี เป้าหมายที่ 11 เมืองและชุมชุนที่ยั่งยืน และเป้าหมายที่ 17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ผศ.ดร.ธงชัย ใช้วิธีดำเนินการศึกษา ดังรายละเอียดต่อไปนี้

  • ขอบเขตการศึกษา สำหรับการวิเคราะห์ PM10 และ PM2.5 และองค์ประกอบทางเคมี ได้แก่ ธาตุโลหะ ไอออน และสารประกอบคาร์บอน โดยดำเนินการตรวจวัดและเก็บตัวอย่างในพื้นที่ตำบลหน้าพระลาน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี และพื้นที่โดยรอบเขตควบคุมมลพิษในรัศมีไม่เกิน 10 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ผู้รับสัมผัสมลพิษ ทั้งบริเวณริมถนนและบรรยากาศทั่วไป และแหล่งกำเนิดที่สำคัญ ได้แก่ อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ อุตสาหกรรมการโม่หรือย่อยหิน การแต่งแร่ การทำเหมืองแร่ และการฟุ้งกระจายของฝุ่นถนนจากการจราจรขนส่ง
  • กรอบวิธีการดำเนินการ ข้อมูลองค์ประกอบทางเคมีที่ตรวจวัดและวิเคราะห์ได้ถูกนำมาวิเคราะห์ด้วยแบบจำลองผู้รับมลพิษ เพื่อแสดงให้เห็นว่าแหล่งกำเนิดฝุ่นละอองใดในพื้นที่เขตควบคุมมลพิษ ตำบลหน้าพระลาน จังหวัดสระบุรี และพื้นที่โดยรอบเขตควบคุมมลพิษในรัศมีไม่เกิน 10 กิโลเมตร มีสัดส่วนสำคัญที่ส่งผลต่อความเข้มข้นของ PM10 และ PM2.5 ในพื้นที่ระดับใด
  • การคัดเลือกพิกัดผู้รับมลพิษสำหรับฝุ่นละออง PM10 และ PM2.5 ได้กำหนดเกณฑ์การพิจารณา 2 ด้าน ได้แก่ 1) ประเภทของพื้นที่ (บริเวณริมถนนและบริเวณบรรยากาศทั่วไป) และ 2) ทิศทางลมตามแนวมรสุม ตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันตกเฉียงใต้ (เหนือลมและใต้ลม) โดยพิจารณาตำแหน่งตรวจวัด 4 ตำแหน่ง คือ 1) บริเวณสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ ตำบลหน้าพระลาน 2) บริเวณถนนคุ้งเขาเขียว 3) โรงเรียนบ้านคุ้งเขาเขียว และ 4) บริเวณหมู่บ้านใกล้ทางแยกถนนเขาวง 
  • การกำหนดนโยบายหรือมาตรการ เป็นผลจากการจำแนกสัดส่วนจากการศึกษาข้างต้น จากนั้นจะดำเนินการจำลองความเข้มข้นและการแพร่กระจายของ PM10 และ PM2.5 เพื่อประเมินนโยบายหรือมาตรการ และฉากทัศน์ ที่กำหนดตามความเหมาะสม ด้วยแบบจำลองทางด้านอากาศอีกครั้ง

ผลการศึกษาจากงานวิจัยข้างต้นมีประเด็นสำคัญ ดังนี้
1) ข้อมูลการประเมินสัดส่วนแหล่งกำเนิดฝุ่นละอองด้วยแบบจำลองผู้รับสัมผัสมลพิษด้วยแบบจำลอง PMF ด้วยข้อมูลในช่วงเวลาที่ดำเนินการศึกษา ระหว่างวันที่ 6-11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 และ 22-25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 ได้ข้อค้นพบ ดังนี้ 

  • ภาพรวมฝุ่นละอองในพื้นที่ตำบลหน้าพระลานมีค่าสูงในบริเวณถนนคุ้งเขาเขียวมากกว่าบริเวณถนนพหลโยธิน โดยมีสัดส่วนของฝุ่นละออง PM2.5/PM10 เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 0.34 แสดงให้เห็นว่าฝุ่นละอองส่วนใหญ่เป็นฝุ่นละอองหยาบ (coarse mode) ที่มาจากกระบวนการทางกล (mechanical crushing) ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะกิจกรรมในพื้นที่
  • พบแหล่งกำเนิด ฝุ่น PM10 จำนวน 3 แหล่งกำเนิดหลัก ๆ ได้แก่ แหล่งกำเนิดที่ 1 ฝุ่นฟุ้งกระจายจากถนน (road dust) พบสัดส่วนเฉลี่ยประมาณ 23% ของ แหล่งกำเนิดทั้งหมด แหล่งกำเนิดที่ 2 โรงโม่หิน เหมืองหิน ปูนขาว แต่งแร่ พบสัดส่วนเฉลี่ยประมาณ 37% ของแหล่งกำเนิดทั้งหมด แหล่งกำเนิดที่ 3 ฝุ่นจากยานพาหนะ (traffic emissions) รวมถึงฝุ่นถนนบางส่วน (road dust) พบสัดส่วนเฉลี่ยประมาณ 40%
  • พบแหล่งกำเนิด ฝุ่น PM2.5 จำนวน 3 แหล่งกำเนิดหลัก ๆ ได้แก่ แหล่งกำเนิดที่ 1 โรงโม่หิน เหมืองหิน ปูนขาว แต่งแร่ พบสัดส่วนเฉลี่ยนประมาณ 27% ของ แหล่งกำเนิดทั้งหมด แหล่งกำเนิดที่ 2 ฝุ่นจากยานพาหนะรวมถึงฝุ่นถนนบางส่วน พบสัดส่วนเฉลี่ยประมาณ 37% แหล่งกำเนิดที่ 3 ฝุ่นจากการเผาชีวมวล (biomass burning) พบสัดส่วนเฉลี่ยประมาณ 36% ของแหล่งกำเนิดทั้งหมด

2) การประเมินด้วยแบบจำลองการแพร่กระจายของมลพิษทางด้านอากาศโดยประเมินแยกส่วนตามข้อมูลการระบาย มลพิษในพื้นที่ที่ปรับปรุงจากฐานข้อมูลที่มีอยู่เดิมของกรมควบคุมมลพิษ พบว่า แหล่งกำเนิดหลักของ PM10 และ PM2.5 ในพื้นที่ ได้แก่ มลพิษจากท่อไอเสียและอุปกรณ์ อุตสาหกรรมเหมือง (โดยเฉพาะโรงโม่หินและโรงแต่งแร่ ซึ่ง มีปริมาณการระบายมลพิษที่สูงเมื่อเทียบกับกิจกรรมอื่น ๆ) และฝุ่นฟุ้งกระจายจากถนน

จะเห็นได้ว่าประเภทกิจกรรมหลักที่ส่งผลต่อปริมาณฝุ่นละอองในพื้นที่ที่ได้จาการประเมินด้วยแบบจำลองการแพร่กระจายสอดคล้องกับข้อมูลแหล่งกำเนิดที่ประเมินได้จากแบบจำลองผู้รับสัมผัสมลพิษ PMF ผศ.ดร.ธงชัย จึงเสนอแนะมาตรการหลักในการควบคุมป้องกันฝุ่นละออง PM10 และ PM2.5 ทั้งสิ้น 4 มาตรการ ได้แก่

  1. มาตรการลดฝุ่นละอองจากยานพาหนะ โดยมีมาตรการย่อย อาทิ การติดตั้งจุดตรวจจับควันดำของรถบรรทุกทั้งระบบหรือระบบตรวจจับควันดำด้วยเครื่องมืออัตโนมัติ และกำหนดเขตพื้นที่มลพิษต่ำ (Low Emission Zone: LEZ) เพื่อจำกัดจำนวนยานพาหนะ โดยเฉพาะยานพาหนะที่ปล่อยฝุ่นละอองสูงไม่ให้เข้าสู่พื้นที่ควบคุม
  2. มาตรการลดฝุ่นละอองจากอุตสาหกรรมเหมือง โดยมีมาตรการย่อย อาทิ จัดทำแนวกําแพงทึบ หรือแนวต้นไม้ทรงสูงหนาแน่น หรือติดตั้งตาข่ายดักฝุ่นละออง และการพัฒนาและส่งเสริมให้มีการนำระบบคาดการณ์ปัจจัยสภาพอากาศ (weather forecasting system) มาใช้ในการประเมิน ความสามารถในการรองรับฝุ่นละอองของบรรยากาศในรอบวัน
  3. มาตรการลดฝุ่นฟุ้งกระจายจากถนน โดยมีมาตรการย่อย อาทิ ทำความสะอาดถนนก่อนชั่วโมงเร่งด่วน เช่น 5.00-6.00 น. และ 15.00-16.00 น. และกำหนดให้มีการล้างล้อรถยนต์และรถบรรทุกหิน โดยใช้บ่อล้างล้อ หรือ ลานล้างล้อที่มีประสิทธิภาพ และบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ
  4. มาตรการลดฝุ่นฟุ้งกระจายจากการเผาชีวมวลภายนอกพื้นที่โครงการ โดยมีมาตรการย่อย อาทิ การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบของการเผา วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร และการสนับสนุนความเข้มแข็งของพื้นที่ผ่านผู้นำชุมชน และ หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น ในการเฝ้าระวังการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร รวมถึงการเผาชีวมวลอื่น ๆ

กล่าวโดยสรุป งานวิจัยของ ผศ.ดร.ธงชัย ได้ศึกษาค้นพบ และเสนอแนวทางการลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก โดยเฉพาะ PM10 และ PM2.5 จึงนับว่าเป็นงานศึกษาที่เป็นประโยชนตั้งต้นแก่การออกแบบและริเริ่มนโยบายทั้งระดับท้องถิ่นและรัฐบาลส่วนกลาง ซึ่งจะส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนผู้อาศัยในพื้นที่และบริเวณโดยรอบให้ปลอดภัยจากมลพิษทางอากาศได้มากที่สุด

งานวิจัยดังกล่าวจัดอยู่ในกลุ่มการวิจัยเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนการนำ SDGs ไปปฏิบัติในพื้นที่ ธีมการลดความเหลื่อมล้ำและการสร้างความเป็นธรรมในสังคม

งานวิจัยดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
– (3.9) ลดจำนวนการตายและการเจ็บป่วยจากสารเคมีอันตรายและจากมลพิษและการปนเปื้อนทางอากาศ น้ำ และดิน ให้ลดลงอย่างมาก ภายในปี 2573
#SDG11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
– (11.6) ลดผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อมต่อหัวประชากรในเขตเมือง รวมถึงการให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อการจัดการคุณภาพอากาศ การจัดการของเสียของเทศบาล และการจัดการของเสียอื่น ๆ ภายในปี 2573
– (11.a) สนับสนุนการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมระหว่างพื้นที่เมือง รอบเมือง และชนบท โดยการเสริมความแข็งแกร่งของการวางแผนการพัฒนาในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ
#SDG17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
– (17.14) ยกระดับความสอดคล้องเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

Research recommends แนะนำงานวิจัยของนักวิจัยธรรมศาสตร์ที่สนับสนุนการขับเคลื่อน SDGs กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านวิจัยแบบบูรณาการระดับแนวหน้า เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (TU-SDG Research Network)

Last Updated on เมษายน 11, 2023

Author

  • Knowledge Communication | สนใจประเด็นสันติภาพ ความมั่นคงมนุษย์ เเละสิ่งเเวดล้อมทางทะเล ใช้ชีวิตโดยเชื่อในสมดุลมากกว่าความสมบูรณ์เเบบ

ผู้เขียน

  • Knowledge Communication | สนใจประเด็นสันติภาพ ความมั่นคงมนุษย์ เเละสิ่งเเวดล้อมทางทะเล ใช้ชีวิตโดยเชื่อในสมดุลมากกว่าความสมบูรณ์เเบบ

    View all posts

RELATED

พื้นที่ต้นแบบ ‘ชุมชนริมคลองลาดพร้าว’ มีแนวทางพัฒนาระบบขนส่งทางน้ำและการท่องเที่ยวอย่างไร? ชวนหาคำตอบจากงานวิจัยของ ‘รศ.ดร.ภาวิณี เอี่ยมตระกูล’

ชวนอ่านงานวิจัย “การพัฒนาชุมชนเศรษฐกิจหมุนเวียนเชิงบูรณาการด้วยนวัตกรรมการเชื่อมต่อระบบขนส่งทางน้ำ” โดย รศ.ดร.ภาวิณี เอี่ยมตระกูล คณะสถาปัตยกรรมศาสตร…

ชาวบ้านในชุมชนมีความเห็นอย่างไรต่อนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ชวนสำรวจจากงานวิจัยของ ‘ผศ. ดร.ภุชงค์ เสนานุช’ เเละคณะ

ชวนอ่านงานวิจัย “การศึกษาความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” โดย ผศ. ดร.ภุชงค์ เสนานุช ผศ.รณรงค์ จันใด และ ดร…

เรียนรู้ ‘โมเดลพื้นที่อำเภอปากช่อง’ จะวางแผน ควบคุม ป้องกัน โรคติดเชื้อพยาธิใบไม้อย่างไร ชวนค้นหาคำตอบจากงานวิจัยของ ‘รศ. ดร.อมรรัตน์ เกิดแก้ว เคร็นซ์ และคณะ’

ชวนอ่านงานวิจัย “การศึกษาเพื่อการวางแผน การควบคุมและป้องกัน โรคติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับในโคเนื้อและโคนม โดยใช้โมเดลการศึกษาในพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัด…

‘โรงงานต้นแบบแปรรูปสมุนไพร’ เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดย่อม มีกระบวนการอย่างไร? ชวนหาคำตอบจากงานวิจัยของ ‘รศ.ดร.กิตติพงศ์ ไชยนอก’

ชวนอ่านงานวิจัย “กิจกรรมการส่งเสริม พัฒนา โรงงานต้นแบบแปรรูปสมุนไพร (Support Center Model) ภายใต้โครงการเพิ่มศักยภาพ SMEs สมุนไพรเพื่อยกระดับอุตสาหกร…

ค้นหา