เสริมสร้างความเข้มแข็งของ “ชุมชนคุ้มครองเด็ก” แนวทางการมีส่วนร่วม พัฒนา ปกป้อง และช่วยเหลือเป็นอย่างไร ชวนค้นหาคำตอบงานวิจัยของ ‘ผศ. ดร.วสันต์ เหลืองประภัสร์’

ชวนอ่านงานวิจัย “ที่ปรึกษาเพื่อจัดทำแนวทางศึกษารูปแบบการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนคุ้มครองเด็ก”โดย ผศ. ดร.วสันต์ เหลืองประภัสร์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผยแพร่ผ่านสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TU-RAC)  ภายใต้การสนับสนุนจากกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 

เป้าหมายหลักของงานวิจัยฉบับนี้ มุ่งเน้นการสร้างกลไกการให้บริการการคุ้มครองเด็ก โดยเฉพาะในชุมชนให้มีประสิทธิภาพ ทั้งการติดตาม การรายงาน จนถึงการช่วยเหลือเด็กที่อยู่ในสภาวะเสี่ยงหรือตกเป็นเหยื่อของการใช้ความรุนแรงจากการกระทำที่มิชอบ การแสวงหาประโยชน์ การละเลยทอดทิ้ง และปัญหาอื่น ๆ ภายใต้แนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนา ปกป้อง คุ้มครอง และช่วยเหลือเด็กในชุมชนของตนเอง เกิดเป็นแนวทางเป็นรูปธรรมและยั่งยืน 

งานวิจัยข้างต้นศึกษา ตั้งอยู่บนวัตถุประสงค์ คือ ประการแรก เพื่อศึกษาหาแนวทางหรือรูปแบบการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนคุ้มครองเด็ก  ประการที่สอง เพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาและคุ้มครองเด็กในชุมชนแบบยั่งยืน และประการที่สาม เพื่อพัฒนาองค์ความรู้หรือจัดทำองค์ความรู้ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนคุ้มครองเด็ก จึงนับว่าเป็นงานวิจัยที่มีความเกี่ยวข้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 4 เป้าหมาย ได้แก่ เป้าหมายที่ 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ เป้าหมายที่ 5 ความเท่าเทียมระหว่างเพศ เป้าหมายที่  10 ลดความเหลื่อมล้ำ และเป้าหมายที่ 16 ความสงบสุข ยุติธรรมและสถาบันเข้มแข็ง

เพื่อศึกษาการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนา ปกป้อง คุ้มครอง และช่วยเหลือเด็กในชุมชนอย่างครอบคลุมทุกระดับ จึงได้มีการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สถานศึกษา องค์กรพัฒนาเอกชน สถานีตำรวจภูธร ศูนย์พัฒนาครอบครัวในตำบล คณะกรรมการคุ้มครองเด็กระดับตำบล ผู้นำชุมชน อาสาสมัคร และผู้ปฏิบัติงานคุ้มครองเด็กในชุมชน ในพื้นที่ที่มีการดำเนินระบบการเฝ้าระวังและช่วยเหลือเด็ก (CPMS : Child Protection Monitoring System) พื้นที่ที่มีความเข้มแข็ง ซึ่งมีศูนย์พัฒนาครอบครัวดีเด่น/ศูนย์พัฒนาครอบครัวดี พื้นที่ที่มีการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กโดยชุมชน (Child life) จำนวน 36 พื้นที่ รวมไปถึงผู้แทนกรมกิจการเด็กและเยาวชน บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัด ทีมสหวิชาชีพ และองค์การพัฒนาเอกชนที่เกี่ยวข้อง ภายใต้พื้นที่การศึกษาที่ครอบคลุม 12 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ พะเยา ลำปาง กาญจนบุรี จันทบุรี นครปฐม อุดรธานี ร้อยเอ็ด สุรินทร์ ชุมพร พังงา และสตูล 

จากการดำเนินงานวิจัย ผศ.ดร.วสันต์ และคณะผู้วิจัยได้เข้าร่วมสังเกตการณ์การดำเนินงานตามแผนการดำเนินงานด้านการพัฒนาและคุ้มครองเด็กในชุมชน จำนวน 26 พื้นที่ จากเป้าหมายทั้ง 36 พื้นที่ ใน 12 จังหวัด ทั่วทุกภูมิภาค ในการศึกษาถึงข้อจำกัดในการขับเคลื่อนกิจกรรม รวมทั้งปัจจัยความสำเร็จในพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จ

งานวิจัยข้างต้น นำไปสู่การสร้างแนวปฏิบัติของการดำเนินกิจกรรมในพื้นที่อื่น ๆ ในอนาคต ดังนี้ 

  1. แนวปฏิบัติในการชี้แจงทำความเข้าใจแก่องค์กรภาคีในพื้นที่เป้าหมาย ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกผู้ประสานงานระดับจังหวัด โดยมีคุณสมบัติที่เอื้อต่อกระบวนการทำงาน สามารถให้คำปรึกษาทางเลือก สะท้อนถึงจุดอ่อน จุดแข็งของทางเลือกต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนกิจกรรมให้บรรลุเป้าหมาย 
  2. แนวปฏิบัติในการจัดกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพคณะทำงานพัฒนาและคุ้มครองเด็กในชุมชน เน้นสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานคุ้มครองเด็กในชุมชนให้กับคณะทำงานพัฒนาและคุ้มครองเด็กในชุมชน ทั้งความรู้ในเชิงวิชาการ และทักษะต่าง ๆ ที่จำเป็น 
  3. แนวปฏิบัติในการจัดกิจกรรมการบริการสำหรับเด็กในพื้นที่ คณะทำงานพัฒนาและคุ้มครองเด็กในชุมชน จะมีบทบาทหลักในการขับเคลื่อนกิจกรรม โดยมีผู้ประสานงานพื้นที่ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำ เป็นพี่เลี้ยง เพื่อออกแบบกิจกรรมสนองตอบต่อสถานการณ์ปัญหาที่แตกต่างกันออกไป
  4. แนวปฏิบัติในการจัดกิจกรรมระดมทรัพยากรและผลักดันเข้าสู่แผนพัฒนาท้องถิ่น มีความคาดหวังต่อผลลัพธ์ (Output) ที่ได้จากการทำกิจกรรมหลายประการด้วยกัน ได้แก่ (1) แหล่งทุนหรือช่องทางในการแสวงหาทรัพยากร (2) ลักษณะของทรัพยากรที่จะนำมาใช้ในการขับเคลื่อนกิจกรรมต่อไป 

ทั้งนี้ การดำเนินงานวิจัยได้อาศัย รูปแบบการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนคุ้มครองเด็ก ระบบการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนคุ้มครองเด็ก ประกอบด้วย กลไกการประสานความร่วมมือในแนวระนาบระหว่างตัวแสดงที่เกี่ยวข้องใน 3 ระดับ ได้แก่ กลไกการประสานความร่วมมือในระดับตำบล จังหวัด และส่วนกลาง โดยการทำงานกลไกแต่ละระดับนั้น มีจุดมุ่งหมายเฉพาะในมิติที่แตกต่างกัน ซึ่งในอนาคตหวังว่าระบบการขับเคลื่อนโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนคุ้มครองเด็ก จะสามารถต่อยอดให้ครอบคลุมไปสู่การปฏิบัติในทุกพื้นที่ 

ท้ายที่สุด เมื่อค้นหาคำตอบได้ครบทุกขั้นตอน ผศ. ดร.วสันต์ ได้มีการประชุมเพื่อประเมินผล นำมาถอดบทเรียนและทบทวนแผนการดำเนินงานที่ผ่านมาทั้งหมด เพื่อเชื่อมโยงกับข้อมูลแนวโน้มสถานการณ์และกลุ่มเสี่ยงหรือประเด็นปัญหาในพื้นที่ พร้อมนำผลวิเคราะห์ มาตั้งเป็นฐานในการกำหนดแผนงานและออกแบบกิจกรรมสำหรับผลักดันเข้าสู่กระบวนการจัดสรรงบประมาณของหน่วยงานและองค์กรภาคี ตลอดจนระดมทรัพยากรจากแหล่งต่าง ๆ สำหรับปูทางในการขับเคลื่อนต่อไป

งานวิจัยดังกล่าวจัดอยู่ในกลุ่มการวิจัยเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย SDGs ในระดับชาติและภูมิภาค (policy) ธีมการลดความเหลื่อมล้ำและการสร้างความเป็นธรรมในสังคม

งานวิจัยดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG4 การศึกษาที่มีคุณภาพ
– (4.7) สร้างหลักประกันว่าผู้เรียนทุกคนได้รับความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมไปถึง การศึกษาสำหรับการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการมีวิถีชีวิตที่ยั่งยืน สิทธิมนุษยชน ความเสมอภาคระหว่างเพศ การส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งความสงบสุขและไม่ใช้ความรุนแรง การเป็นพลเมืองของโลก และความชื่นชมในความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการที่วัฒนธรรมมีส่วนช่วยให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายในปี 2573
#SDG5 ความเท่าเทียมระหว่างเพศ
– (5.1) ยุติการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบที่มีต่อผู้หญิงและเด็กหญิงในทุกที่
– (5.2) ขจัดความรุนแรงทุกรูปแบบที่มีต่อผู้หญิงและเด็กหญิงทั้งในที่สาธารณะและที่รโหฐาน รวมถึงการค้ามนุษย์ การกระทำทางเพศ และการแสวงประโยชน์ในรูปแบบอื่น
#SDG10 ลดความเหลื่อมล้ำ
– (10.3) สร้างหลักประกันว่าจะมีโอกาสที่เท่าเทียมและลดความไม่เสมอภาคของผลลัพธ์ รวมถึงการขจัดกฎหมาย นโยบาย และแนวทางปฏิบัติที่เลือกปฏิบัติ และส่งเสริมการออกกฎหมาย นโยบาย และการปฏิบัติที่เหมาะสมในเรื่องนี้
#SDG16 ความสงบสุข ยุติธรรมและสถาบันเข้มแข็ง
– (16.1) ลดความรุนแรงทุกรูปแบบและอัตราการตายที่เกี่ยวข้องในทุกแห่งให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
– (16.2) ยุติการข่มเหง การแสวงหาประโยชน์อย่างไม่ถูกต้อง การค้ามนุษย์ และความรุนแรงและการทรมานทุกรูปแบบที่มีต่อเด็ก
– (16.a) เสริมความแข็งแกร่งของสถาบันระดับชาติที่เกี่ยวข้อง โดยรวมถึงการกระทำผ่านทางความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อสร้างขีดความสามารถในทุกระดับ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา เพื่อจะป้องกันความรุนแรงและต่อสู้กับการก่อการร้ายและอาชญากรรม

Research recommends แนะนำงานวิจัยของนักวิจัยธรรมศาสตร์ที่สนับสนุนการขับเคลื่อน SDGs กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านวิจัยแบบบูรณาการระดับแนวหน้า เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (TU-SDG Research Network)

Author

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

ผู้เขียน

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

    View all posts

RELATED

นวัตกรรมการดูแลคนพิการช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีสิ่งใดที่น่าสนใจบ้าง? ชวนหาคำตอบจากงานวิจัยของ ‘ผศ.รณรงค์ จันใด’

ชวนอ่านงานวิจัย “บริการทางวิชาการศึกษาและรวบรวมองค์ความรู้ และนวัตกรรมการดูแลคนพิการในสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)” โดย ผศ.รณรงค์ …

เปลี่ยนขยะพลาสติกเป็นคาร์บอนในเหล็ก การผลิตเหล็กจากกล่องอาหารทดแทนการใช้ถ่านหินได้หรือไม่? ชวนหาคำตอบจากงานวิจัยของ ‘รศ.ดร.สมยศ คงคารัตน์’

ชวนอ่านงานวิจัย “การใช้ประโยชน์ขยะพอลิเมอร์กล่องบรรจุอาหารที่เกิดขึ้นจากธุรกิจส่งอาหารในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อการผลิตเหล็กกล้าแบบยั่งยืน : …

เพื่อเตรียมรับมือ ‘โรคไข้หวัดใหญ่’ อย่างมีประสิทธิภาพ มีมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคอย่างไร ชวนค้นหาคำตอบจากงานวิจัยของ ‘รศ. ดร.สิริมา มงคลสัมฤทธิ์ และคณะ’

ชวนอ่านงานวิจัย “ประเมินผลมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่ ของสถานบริการสาธารณสุข ระดับประเทศ ปี 2558” โดย รศ. ดร.สิริมา มงคลสัมฤทธิ์…

พัฒนา “พื้นที่ห้องปฏิบัติการชุมชน” เพื่อรองรับสังคมสูงวัยอย่างไรให้สำเร็จ ชวนหาคำตอบจากงานวิจัยของ ‘ผศ. รณรงค์ จันใด’

ชวนอ่านงานวิจัย “การสังเคราะห์กลไกและรูปแบบพื้นที่ห้องปฏิบัติการชุมชนเพื่อสังคมผู้สูงอายุ” โดย ผศ. รณรงค์ จันใด คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธร…

ค้นหา