เครื่องฝึกเดิน I-Walk สำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ฟื้นฟูสมรรถภาพการเดินได้ดีกว่ากายภาพบำบัดทั่วไปอย่างไร

โรคหลอดเลือดสมอง (stroke) เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตและความบกพร่องต่าง ๆ รวมถึงความสามารถทางการเคลื่อนไหว ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองประมาณ 30% ไม่สามารถเดินได้อย่างอิสระ ระดับความสามารถในการเดินของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองโดยใช้ความเร็วในการเดินเป็นตัววัด แบ่งได้เป็น

  • ผู้ป่วยที่เดินได้ช้ากว่า 0.4 เมตร/วินาที เป็นผู้ที่สามารถเดินได้เพียงในบ้าน (household ambulation)
  • ผู้ป่วยที่มีความเร็วในการเดิน 0.4-0.8 เมตร/วินาที เป็นผู้ที่สามารถเดินในชุมชนได้ แต่ยังมีการจำกัดในบางกิจกรรม (limited community ambulation) เช่น การเดินข้ามถนน การเดินพร้อมกับผู้อื่น เป็นต้น
  • ผู้ที่เดินได้เร็วกว่า 0.8 เมตร/วินาที เป็นผู้ที่สามารถทำกิจกรรมในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ (full community ambulation)

การเดินในชุมชน (community ambulation) เป็นความสามารถที่จำเป็นและสำคัญสำหรับผู้ป่วยในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ความเร็วในการเดิน (gait speed) เป็นตัวชี้วัดสำคัญของการเดินในชุมชน ความเร็วในการเดินที่ดีบ่งชี้ถึงการทำงานที่มีประสิทธิภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี งานวิจัยก่อนหน้าจำนวนมาก พบว่า ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มีความบกพร่องในการเคลื่อนไหวจะเดินได้ช้ากว่าและมีระยะทางในการเดินสั้นกว่าเมื่อเทียบกับคนสุขภาพดี นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะเรื้อรัง (chronic stroke) มากกว่าหรือเท่ากับ 6 เดือน ประมาณ 50% ที่อาศัยอยู่ในชุมชนมีภาวะอ่อนแรงครึ่งซีก (hemiparesis) ไม่ผ่านการทดสอบสมรรถภาพการเดินและสามารถเดินได้ระยะทางเพียงครึ่งเดียวจากที่คาดการณ์ไว้

วิธีการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการเคลื่อนไหวมีมากมาย ตัวอย่างเช่น การฝึกเดินบนพื้นราบ (overground gait training) หรือกายภาพบำบัดทั่วไป (conventional physical therapy) การฝึกเดินขึ้นลงบันได (staircase gait training) และการฝึกเดินโดยใช้อุปกรณ์ช่วย (device-assisted gait training) เป็นต้น การฝึกเดินบนพื้นราบเป็นกระบวนการฝึกวิธีหนึ่งที่ใช้บ่อยที่สุดกับผู้ป่วยหลังเป็นโรคหลอดเลือดสมอง กล่าวได้ว่าเป็นรูปแบบการฝึกเดินที่นักกายภาพบำบัดแนะนำ ร่วมกับการออกกำลังกายที่เกี่ยวข้องโดยไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือที่มีเทคโนโลยีสูง ในขณะที่การฝึกเดินขึ้นลงบันไดใช้เพื่อเพิ่มความทนทานของหัวใจและหลอดเลือด (cardiovascular endurance) เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีสมดุลการทรงตัวที่ดี ส่วนผู้ป่วยที่มีการทรงตัวไม่ดีจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ช่วย เช่น เข็มขัดพยุงน้ำหนักบางส่วน

การศึกษาก่อนหน้าจำนวนมากแสดงให้เห็นว่า ผลของการฝึกเดินบนพื้นราบต่อการควบคุมการเคลื่อนไหว (motor function) ดีกว่าการฝึกเดินบนสายพานเลื่อน (treadmill training) ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะเรื้อรัง และอุปกรณ์ช่วยในการเดินสามารถช่วยฟื้นฟูการควบคุมการเคลื่อนไหวได้ นอกจากนี้ การฝึกฝนเพื่อเพิ่มความสามารถในการฟื้นตัวและปรับโครงสร้างของสมอง (neuroplasticity) ในผู้ป่วยภาวะอ่อนแรงครึ่งซีกหลังจากเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ประกอบด้วยหลักการ 5 ข้อ ได้แก่ ความเฉพาะเจาะจง (specificity) การทำซ้ำ (repetition) ความเข้มข้น (intensity) เวลา (time) และความเด่นชัด (salience) ดังนั้นกระบวนการฝึกที่เหมาะสมที่สุดควรมีคุณสมบัติเหล่านี้

จากปัญหาความบกพร่องในการเดินของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง จึงนำมาสู่การศึกษาวิจัยเรื่อง “Gait Improvement in Chronic Stroke Survivors by Using an Innovative Gait Training Machine: A Randomized Controlled Trial” โดย พัชรี คุณค้ำชู ภูวรินทร์ นามแดง และ สมฤดี หาญมานพ จากภาควิชากายภาพบำบัด คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผศ.ดร.บรรยงค์ รุ่งเรืองด้วยบุญ จากศูนย์ความเป็นเลิศทางวิชาการด้านการออกแบบและพัฒนาต้นแบบทางวิศวกรรมอย่างสร้างสรรค์ ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผศ.ดร.กุลธิดา กล้ารอด ผศ.ดร.ศิริรัตน์ เกียรติกูลานุสรณ์ และ ผศ.นงนุช ล่วงพ้น จากสาขาวิชากายภาพบำบัด คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของนวัตกรรมเครื่องฝึกเดิน หรือ เครื่องไอ-วอล์ก (I-Walk) ต่อการควบคุมการเคลื่อนไหวและสมรรถภาพการเดินของผู้ป่วยที่อาศัยอยู่ในชุมชนซึ่งมีภาวะอ่อนแรงครึ่งซีกหลังจากเกิดโรคหลอดเลือดสมอง

ด้วยประเด็นการพัฒนานวัตกรรมเพื่อช่วยในการฟื้นฟูสมรรถภาพการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยและส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น งานวิจัยดังกล่าวจึงสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน จำนวน 2 เป้าหมาย คือ เป้าหมายที่ 3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี และเป้าหมายที่ 9 โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม และอุตสาหกรรม
เครื่อง I-Walk (ไอ-วอล์ก) ได้รับการออกแบบให้เป็นเครื่องมือเฉพาะสำหรับช่วยเดินและควบคุมรูปแบบการเดิน โดยสามารถปรับจำนวนก้าวเดินซ้ำได้ (0-120 ก้าว/นาที) แผ่นเกลียวสปริง (recoil spring plate) ที่ติดตั้งอยู่บริเวณฝ่าเท้าได้รับการออกแบบให้ต้านแรงจากพื้น ซึ่งช่วยในการเคลื่อนไหวของข้อเท้า (talocrural joint) คุณสมบัติของห่วงโซ่จลนศาสตร์แบบปิด (closed kinematic chain) ช่วยให้สะโพกและข้อเข่าเคลื่อนไหวไปด้วยกัน อุปกรณ์รองรับน้ำหนักสามารถปรับได้ตามน้ำหนักของผู้ใช้ แสดงดังภาพที่ 1

ภาพที่ 1 เครื่องช่วยฝึกเดินไอ-วอล์ก (I-Walk) ที่ใช้ในโปรแกรมการฟื้นฟูสมรรถภาพการเดิน

รูปแบบการศึกษาครั้งนี้เป็นการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุม (randomized controlled trial) กลุ่มตัวอย่างจำนวนทั้งสิ้น 30 คน เป็นผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองอายุระหว่าง 40-70 ปี เข้าร่วมโปรแกรมการฝึกเดินเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพการเคลื่อนไหวเป็นเวลา 8 สัปดาห์ โดยแบ่งกลุ่มผู้ป่วยด้วยวิธีการสุ่มเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มควบคุม (control group) จำนวน 15 คน และกลุ่มที่ใช้เครื่อง I-Walk ในการฝึกเดิน จำนวน 15 คน

สำหรับโปรแกรมการฝึกเดินในงานวิจัยนี้ ผู้ป่วยทุกคนจะได้รับการฝึกการเคลื่อนไหวรยางค์ส่วนบนและมือ (upper limb and hand movement) และการฝึกลุกขึ้นยืน (sit-to-stand training) เป็นเวลา 30 นาที แล้วตามด้วยการฝึกเดิน โดยกลุ่ม I-Walk จะได้รับการฝึกเดินด้วยเครื่องฝึกเดิน I-Walk กำหนดการเดินซ้ำ (gait repetition) 50 ก้าว/นาที เป็นเวลา 30 นาที ส่วนกลุ่มควบคุมจะได้รับการฝึกเดินบนพื้นราบหรือกายภาพบำบัดทั่วไป เป็นเวลา 30 นาทีเช่นเดียวกัน ความถี่ในการฝึก 3 วัน/สัปดาห์ เป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 8 สัปดาห์

สำหรับการประเมินสมรรถภาพการเดินของผู้ป่วยจะใช้การทดสอบดังต่อไปนี้

  • การทดสอบระยะทางในการเดิน 6 นาที (6-minute walk test หรือ 6MWT) เพื่อประเมินระยะทางในการเดิน (walking distances) และความทนทานของหัวใจและหลอดเลือด (cardiovascular endurance) โดยการนับระยะทางเดินบนพื้นเรียบแข็งที่บุคคลเดินได้ในระยะเวลา 6 นาที
  • การทดสอบความเร็วในการเดินระยะทาง 10 เมตร (10-meter walk test หรือ 10MWT) เพื่อประเมินความเร็วในการเดิน (gait speed) โดยใช้โถงทางเดินในร่ม พื้นเรียบ ทางตรงยาว 20 เมตร ระยะ 5 เมตรแรกและระยะ 5 เมตรสุดท้าย ถือเป็นการเร่งและชะลอความเร็วในการเดิน จึงทำการบันทึกเวลาระหว่างระยะ 10 เมตรตรงกลาง ความเร็วในการเดินคำนวณจากระยะทางหารด้วยเวลา (m/s)
  • การทดสอบความสามารถในการทรงตัว (Timed Up and Go test หรือ TUG) เพื่อประเมินความสามารถในการเคลื่อนไหว (functional mobility) และสมดุลการทรงตัว (dynamic balance) ขณะเดิน การทดสอบจะบันทึกเวลาที่ผู้เข้าร่วมใช้ในการทำการทดสอบอย่างต่อเนื่องจนเสร็จสิ้น ได้แก่ การลุกยืนขึ้นจากเก้าอี้ เดินไปข้างหน้า 3 เมตร หมุนตัวกลับ และเดินกลับมานั่งลงบนเก้าอี้
  • แบบประเมิน Fugl–Meyer Assessment (FMA) เพื่อประเมินการทำงานของรยางค์ส่วนล่าง (lower limb functions) โดยทำการวัดที่ค่าตั้งต้นเดิม (baseline) สัปดาห์ที่ 2, 4, 6 และหลังสิ้นสุดการทดลอง

ผลการศึกษาพบประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้

  • ผู้เข้าร่วมการวิจัยทั้งสองกลุ่มมีการเปลี่ยนแปลงความเร็วในการเดินอย่างมีนัยสำคัญ โดยเริ่มมีความเร็วในการเดินเพิ่มขึ้นช่วงสัปดาห์ที่ 4 และที่สำคัญคือ กลุ่มที่ฝึกด้วยเครื่อง I-Walk มีค่าเฉลี่ยความเร็วในการเดินสูงกว่ากลุ่มควบคุมในช่วงสัปดาห์ที่ 6 และ 8 อย่างมีนัยสำคัญ อาจกล่าวได้ว่า การฝึกเดินด้วยเครื่อง I-Walk ช่วยเพิ่มความเร็วในการเดินได้มากกว่าการฝึกกายภาพบำบัดทั่วไป
  • หลังการฝึกด้วยเครื่อง I-Walk ความเร็วในการเดินของผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอยู่ในช่วง 0.48 ถึง 0.81 เมตร/วินาที ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเดินได้ในชุมชนได้แต่ยังมีการจำกัดในบางกิจกรรม จนถึงสามารถเดินในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เครื่องฝึกเดิน I-Walk ช่วยเอื้อต่อการทำงานการเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่ (locomotor function) ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะเรื้อรัง การฝึกการเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่และการทำซ้ำที่เพิ่มขึ้นช่วยสอนให้ผู้ป่วยเรียนรู้และควบคุมการเคลื่อนไหวใหม่
  • จำนวนการทำซ้ำและรูปแบบการเดินที่เหมาะสมอาจเป็นจุดสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในการศึกษาครั้งนี้ เนื่องจากผู้เข้าร่วมวิจัยกลุ่ม I-Walk ทุกคนจำเป็นต้องเดินให้ได้ 1,500 ก้าวต่อครั้งการฝึก (50 ก้าว/นาที) โดยมีจังหวะการเคลื่อนไหวที่ราบรื่นและเหมาะสมระหว่างการฝึกเดิน ซึ่งการทำซ้ำในกลุ่มกายภาพบำบัดทั่วไปอาจไม่เพียงพอในการควบคุมการเคลื่อนไหวให้แม่นยำ
  • อย่างไรก็ตาม ความสำคัญของการฝึกกายภาพบำบัดทั่วไป คือ การกระตุ้นประสาทรับสัมผัส (sensory stimulation) โดยนักกายภาพบำบัด การตอบสนองของผู้ป่วยและพิสัยการเคลื่อนไหว (range of motion) จากการกายภาพบำบัดทั่วไปนั้นได้รับการฟื้นฟูอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการบำบัดด้วยเครื่องมือ
  • เครื่องฝึกเดิน I-Walk ช่วยให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองสามารถฝึกเดินด้วยตนเองในชุมชนได้ อุปกรณ์นี้ช่วยปรับปรุงโปรแกรมการฟื้นฟูสมรรถภาพและส่งเสริมความคืบหน้าในโปรแกรมการฝึกแก่นักกายภาพบำบัด นอกจากนี้ ยังสามารถกระตุ้นความมั่นใจของผู้ป่วยในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมชุมชนและปรังปรุงคุณภาพชีวิต

อย่างไรก็ตาม เครื่องฝึกเดิน I-Walk นี้มีข้อจำกัดบางประการที่ควรพิจารณา ได้แก่

  • อุปกรณ์นี้ไม่ได้ให้ประสบการณ์เกี่ยวกับความสามารถในการปรับตัวกับการเดินอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเดินในชุมชน
  • อาจเป็นเพียงวิธีการเริ่มต้นสำหรับการฝึกเดินอย่างเหมาะสมเท่านั้น จำเป็นต้องมีการฝึกเดินบนพื้นราบกับนักกายภาพบำบัดต่อไป

กล่าวโดยสรุป เครื่องฝึกเดิน I-Walk ช่วยเพิ่มความเร็วในการเดินของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะเรื้องรังได้ แต่ลดพิสัยการเคลื่อนไหวลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการฝึกกายภาพบำบัดทั่วไป เครื่อง I-Walk สามารถเพิ่มขีดความสามารถสูงสุดของผู้ป่วยสำหรับการเดินในชุมชนได้ อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์นี้เหมาะสำหรับเป็นแนวทางการฝึกขั้นแรกเท่านั้น กายภาพบำบัดทั่วไปในการฟื้นฟูสมรรถภาพการเดินอาจมีศักยภาพสูงกว่าการฝึกด้วยเครื่อง I-Walk และเพื่อปรับปรุงความบกพร่องของรยางค์ส่วนล่าง จำเป็นต้องพิจารณาถึงความเข้มข้นและระยะเวลาการฝึกที่นานขึ้นเพื่อนำไปใช้ให้เป็นผลสำเร็จกับผู้ป่วยในชุมชนต่อไป

งานวิจัยดังกล่าวจัดอยู่ในกลุ่มการวิจัยระดับแนวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ธีมสุขภาพและสุขภาวะที่ดีของคนทุกช่วงวัย

งานวิจัยดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
– (3.4) ลดการตายก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อให้ลดลงหนึ่งในสามผ่านทางการป้องกันและการรักษาโรคและสนับสนุนสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีภายในปี 2573
– (3.c) เพิ่มการใช้เงินที่เกี่ยวกับสุขภาพและการสรรหาการพัฒนา การฝึกฝนและการเก็บรักษากำลังคนด้านสุขภาพในประเทศกำลังพัฒนาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศพัฒนาน้อยที่สุดและรัฐกำลังพัฒนาที่เป็นเกาะขนาดเล็ก
#SDG9 โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม และอุตสาหกรรม
– (9.5) เพิ่มพูนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของภาคอุตสาหกรรมในทุกประเทศ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงภายในปี 2573 ให้มีการส่งเสริมนวัตกรรมและให้เพิ่มจำนวนผู้ทำงานวิจัยและพัฒนา ต่อประชากร 1 ล้านคน และเพิ่มค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาในภาครัฐและภาคเอกชน

รายการอ้างอิง
Kooncumchoo, P., Namdaeng, P., Hanmanop, S., Rungroungdouyboon, B., Klarod, K., Kiatkulanusorn, S., & Luangpon, N. (2021). Gait Improvement in Chronic Stroke Survivors by Using an Innovative Gait Training Machine: A Randomized Controlled Trial. International journal of environmental research and public health, 19(1), 224. https://doi.org/10.3390/ijerph19010224

ชื่อผู้วิจัย – สังกัด
พัชรี คุณค้ำชู1,2, ภูวรินทร์ นามแดง1, สมฤดี หาญมานพ1, บรรยงค์ รุ่งเรืองด้วยบุญ2,3, กุลธิดา กล้ารอด4, ศิริรัตน์ เกียรติกูลานุสรณ์4, และ นงนุช ล่วงพ้น4
1 ภาควิชากายภาพบำบัด คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
2 ศูนย์ความเป็นเลิศทางวิชาการด้านการออกแบบและพัฒนาต้นแบบทางวิศวกรรมอย่างสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
3 ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
4 สาขาวิชากายภาพบำบัด คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา

Research Brief แนะนำงานวิจัยเชิงลึกของนักวิจัยธรรมศาสตร์ที่สนับสนุนการขับเคลื่อน SDGs โดยกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านวิจัยแบบบูรณาการระดับแนวหน้า เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (TU-SDG Research Network)

Author

  • Kanokphorn Boonlert

    Manager of Knowledge Communications | "The good life is a process, not a state of being. It is a direction not a destination." − Carl R. Rogers

ผู้เขียน

  • Kanokphorn Boonlert

    Manager of Knowledge Communications | "The good life is a process, not a state of being. It is a direction not a destination." − Carl R. Rogers

    View all posts

RELATED

การบูรณาการโซ่อุปทานสีเขียวและนวัตกรรมสีเขียวต่อการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมและด้านต้นทุน ผ่านการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง

แนวคิดเกี่ยวกับการบูรณาการโซ่อุปทานสีเขียว (green supply chain integration หรือ GSCI) มาจากการจัดการโซ่อุปทานสีเขียว (green supply chain management ห…

ภาคพลังงานไทยจะร่วมจำกัดอุณหภูมิโลกให้ต่ำกว่า 1.5 องศาเซลเซียสได้หรือไม่ อะไรคือปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญ

ภาวะโลกร้อนเป็นปัญหาท้าทายของโลกมาอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในสาเหตุสำคัญ คือ กิจกรรมที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อาทิ การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล การทำฟ…

ความพยายามลดโลกร้อนของไทยเป็นอย่างไร ส่องแนวทางการลดก๊าซเรือนกระจก ตามหมุดหมายของ ‘ความตกลงปารีส’

ความตกลงปารีส (Paris Agreement) เกิดจากจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยมีเป้าหมายที่ท้าทาย คือ การรักษาอุณหภูมิโลกให้ต่ำกว่า …

สำรวจการนำ ‘เศรษฐกิจหมุนเวียน’ มาใช้ ในอุตสาหกรรมเหล็กของไทย พร้อมค้นหาปัจจัยหนุนเสริมและอุปสรรค

ปัจจุบัน โลกได้เผชิญกับวิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมและการขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของประชากรโลก ซึ่งหนึ่งในวิธีการแก้ปัญหาที่เป็นที่…

ค้นหา