เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ผศ. ชล บุนนาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs Move) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ร่วมวิเคราะห์นโยบายพรรคการเมืองในการเลือกตั้งปี 2569 ผ่าน “รายการพิเศษ ฟังเสียงประชาชน ฝ่าวิกฤตประเทศไทย” ทางไทยพีบีเอส โดยใช้กรอบเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ทั้ง 17 ข้อ เป็นเกณฑ์ชี้วัดความพร้อมของว่าที่รัฐบาลใหม่ในการนำพาประเทศไปไกลกว่าแค่ตัวเลขจีดีพี
จากการวิเคราะห์นโยบายของ 5 พรรคใหญ่ พบว่าให้น้ำหนักกับความใส่ใจต่อมิติความยั่งยืนที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ดังนี้
- พรรคประชาชน: ครองอันดับ 1 มีนโยบายที่ตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืนครอบคลุมที่สุด โดยเฉพาะการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานและมิติทางสังคม
- พรรคประชาธิปัตย์: ตามมาในอันดับที่ 2
- พรรคเพื่อไทย: รั้งอันดับที่ 3
- พรรคภูมิใจไทย: แม้จะเป็นพรรคที่มีคะแนนนำในการจัดตั้งรัฐบาล แต่กลับได้คะแนน SDG รั้งท้ายในลำดับที่ 4 จาก 5 พรรคใหญ่
วิกฤตที่ซ่อนอยู่ในความล้มเหลวเชิงโครงสร้าง
ในการเสวนา ผศ. ชล ยังได้เน้นย้ำถึงข้อมูลวิกฤตที่สะท้อนผ่านตัวเลข เช่น เด็กไทยอายุต่ำกว่า 5 ปี เผชิญภาวะแคระแกร็นและเตี้ยในอัตราที่สูงกว่ามาตรฐาน WHO ซึ่งเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าระบบนิเวศการกระจายรายได้และโภชนาการของประเทศกำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤต
“ความท้าทายของไทยไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขภาพรวม เพราะเราครองอันดับ 1 ของอาเซียนจาก SDG Index อยู่แล้ว แต่ปัญหาที่แท้จริงคือเรื่องเชิงโครงสร้างทั้งคอร์รัปชันในระบบราชการ และการเกษตรที่กระทบต่อระบบอาหารและสิ่งแวดล้อม ซึ่งประเด็นเหล่านี้ยังไม่ปรากฏชัดในนโยบายของพรรคที่กำลังจะเป็นแกนนำรัฐบาล” — ผศ. ชล บุนนาค
เจาะจุดแข็ง-จุดอ่อน นโยบายว่าที่รัฐบาลใหม่
ในรายการเสียงเปลี่ยนเมือง เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 หลังจากผ่านการเลือกตั้งใหญ่เพียงหนึ่งวัน ผศ. ชล วิเคราะห์จุดแข็ง-จุดอ่อนของพรรคภูมิใจไทยซึ่งคาดว่าจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลว่ามีนโยบายที่เน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น พลังงาน และการแก้ความยากจน แต่มีช่องว่างขนาดใหญ่ ในประเด็นสำคัญ อาทิ
- ธรรมาภิบาลและสิ่งแวดล้อม: ขาดนโยบายปราบปรามคอร์รัปชันและการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน โดยเฉพาะประเด็นมลพิษ PM2.5 และการจัดการกากอุตสาหกรรม
- โครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge): ถูกประเมินเป็น “คะแนนลบ” ในมิติ SDG 14 และ 15 เนื่องจากต้องแลกมาด้วยความสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและทรัพยากรทางบกและทะเล
- การตั้งรับปรับตัว (Resilience): แม้จะมีกองทุนประกันภัยพิบัติ แต่ยังขาดแผนงานระยะยาวในการสร้างความสามารถให้ประชาชนรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ
บทสรุปและข้อเสนอแนะ
ผลการศึกษาของ SDG Move ชี้ให้เห็นว่า ทุกพรรคการเมืองให้ความสำคัญกับ SDG 8 (การเติบโตทางเศรษฐกิจ) เป็นหลัก แต่การพัฒนาที่ยั่งยืนที่แท้จริงต้องอาศัยเจตจำนงทางการเมืองที่กล้าหาญในการรื้อถอนโครงสร้างอำนาจนิยมและเผชิญหน้ากับกลุ่มทุนผูกขาด เพื่อเปลี่ยนให้ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงวาทกรรมทางการเมือง แต่เป็นคุณภาพชีวิตที่สัมผัสได้จริงของทุกคน
สามารถติดตามผลการวิเคราะห์ฉบับเต็ม “SDG Policy Focus: เลือกตั้ง 69” ได้ที่ลิงก์ด้านล่าง
Last Updated on กุมภาพันธ์ 22, 2026








