SDG Move ร่วมวิเคราะห์นโยบายเลือกตั้ง 69: ชี้ “พรรคประชาชน” คว้าแต้มความยั่งยืนสูงสุด – “ภูมิใจไทย” สอบตกด้านสิ่งแวดล้อมและธรรมาภิบาล

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ผศ. ชล บุนนาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs Move) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ร่วมวิเคราะห์นโยบายพรรคการเมืองในการเลือกตั้งปี 2569 ผ่าน “รายการพิเศษ ฟังเสียงประชาชน ฝ่าวิกฤตประเทศไทย” ทางไทยพีบีเอส โดยใช้กรอบเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ทั้ง 17 ข้อ เป็นเกณฑ์ชี้วัดความพร้อมของว่าที่รัฐบาลใหม่ในการนำพาประเทศไปไกลกว่าแค่ตัวเลขจีดีพี

จากการวิเคราะห์นโยบายของ 5 พรรคใหญ่ พบว่าให้น้ำหนักกับความใส่ใจต่อมิติความยั่งยืนที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ดังนี้

  1. พรรคประชาชน: ครองอันดับ 1 มีนโยบายที่ตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืนครอบคลุมที่สุด โดยเฉพาะการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานและมิติทางสังคม
  2. พรรคประชาธิปัตย์: ตามมาในอันดับที่ 2
  3. พรรคเพื่อไทย: รั้งอันดับที่ 3
  4. พรรคภูมิใจไทย: แม้จะเป็นพรรคที่มีคะแนนนำในการจัดตั้งรัฐบาล แต่กลับได้คะแนน SDG รั้งท้ายในลำดับที่ 4 จาก 5 พรรคใหญ่

วิกฤตที่ซ่อนอยู่ในความล้มเหลวเชิงโครงสร้าง

ในการเสวนา ผศ. ชล ยังได้เน้นย้ำถึงข้อมูลวิกฤตที่สะท้อนผ่านตัวเลข เช่น เด็กไทยอายุต่ำกว่า 5 ปี เผชิญภาวะแคระแกร็นและเตี้ยในอัตราที่สูงกว่ามาตรฐาน WHO ซึ่งเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าระบบนิเวศการกระจายรายได้และโภชนาการของประเทศกำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤต

“ความท้าทายของไทยไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขภาพรวม เพราะเราครองอันดับ 1 ของอาเซียนจาก SDG Index อยู่แล้ว แต่ปัญหาที่แท้จริงคือเรื่องเชิงโครงสร้างทั้งคอร์รัปชันในระบบราชการ และการเกษตรที่กระทบต่อระบบอาหารและสิ่งแวดล้อม ซึ่งประเด็นเหล่านี้ยังไม่ปรากฏชัดในนโยบายของพรรคที่กำลังจะเป็นแกนนำรัฐบาล” — ผศ. ชล บุนนาค

เจาะจุดแข็ง-จุดอ่อน นโยบายว่าที่รัฐบาลใหม่

ในรายการเสียงเปลี่ยนเมือง เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 หลังจากผ่านการเลือกตั้งใหญ่เพียงหนึ่งวัน ผศ. ชล วิเคราะห์จุดแข็ง-จุดอ่อนของพรรคภูมิใจไทยซึ่งคาดว่าจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลว่ามีนโยบายที่เน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น พลังงาน และการแก้ความยากจน แต่มีช่องว่างขนาดใหญ่ ในประเด็นสำคัญ อาทิ

  • ธรรมาภิบาลและสิ่งแวดล้อม: ขาดนโยบายปราบปรามคอร์รัปชันและการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน โดยเฉพาะประเด็นมลพิษ PM2.5 และการจัดการกากอุตสาหกรรม
  • โครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge): ถูกประเมินเป็น “คะแนนลบ” ในมิติ SDG 14 และ 15 เนื่องจากต้องแลกมาด้วยความสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและทรัพยากรทางบกและทะเล
  • การตั้งรับปรับตัว (Resilience): แม้จะมีกองทุนประกันภัยพิบัติ แต่ยังขาดแผนงานระยะยาวในการสร้างความสามารถให้ประชาชนรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

บทสรุปและข้อเสนอแนะ

ผลการศึกษาของ SDG Move ชี้ให้เห็นว่า ทุกพรรคการเมืองให้ความสำคัญกับ SDG 8 (การเติบโตทางเศรษฐกิจ) เป็นหลัก แต่การพัฒนาที่ยั่งยืนที่แท้จริงต้องอาศัยเจตจำนงทางการเมืองที่กล้าหาญในการรื้อถอนโครงสร้างอำนาจนิยมและเผชิญหน้ากับกลุ่มทุนผูกขาด เพื่อเปลี่ยนให้ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงวาทกรรมทางการเมือง แต่เป็นคุณภาพชีวิตที่สัมผัสได้จริงของทุกคน

สามารถติดตามผลการวิเคราะห์ฉบับเต็ม “SDG Policy Focus: เลือกตั้ง 69” ได้ที่ลิงก์ด้านล่าง

Last Updated on กุมภาพันธ์ 22, 2026

Author

ผู้เขียน

RELATED

SDG Updates | ทีมนักวิจัย SDG Move ร่วมประชุมสัมมนาเสริมสร้างความรู้ในการส่งเสริมการผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2563 คณะวิจัยโครงการวิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move) เข้าร่วมการประชุมสัมมนาเสริมสร้างความรู้ในการส่ง…

รองผอ. SDG Move ร่วมงานแถลงข่าวการประกวด ‘UniTi Talks’ ปี 2 ค้นหานักสื่อสารวิทยาศาสตร์เยาวชนเพื่อรับมือวิกฤติ Climate Change

22 สิงหาคม 2567 – ดร.ณัฐวิคม พันธุวงศ์ภักดี รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move) ในฐานะตัวแทนภาคีเครือข่าย ได้รับ…

ทีมสื่อสารความรู้ SDG Move ร่วมงานเปิดตัวรายงาน ​”Asia and the Pacific SDG Progress Report 2026″

18 กุมภาพันธ์ 2569 – ศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move) นำโดยทีมงานฝ่ายสื่อสารองค์ความรู้ได้เข้าร่วมงานเปิดตัวรายงาน Asia and…

SDG Move ร่วมแบ่งปันแนวคิด “นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน” ในการประชุมวิชาการราชพฤกษ์วิชาการ ครั้งที่ 3

เมื่อวันพุธที่ 15 มกราคม 2568 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ชล บุนนาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move) ได้รับเกียรติเป็นวิท…

ค้นหา