ประชากรในโลกจำนวนมากยังไม่มีเอกลักษณ์ทางกฎหมาย – จดทะเบียนแจ้งตายและแจ้งเกิด

ข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า การเสียชีวิตของประชากรในโลกเกือบ 40% ในปี 2563 ไม่ได้มีการจดทะเบียนการตาย ทว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวนมากจากโควิด-19 ทั้งทางตรงและทางอ้อมซึ่งอาจมีจำนวนมากกว่าที่มีข้อมูลบันทึก ขณะที่ข้อมูลของกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) พบว่า เด็กเกิดใหม่อายุต่ำกว่า 5 ปี 64 ล้านคนในเอเชียแปซิฟิกยังไม่ได้จดทะเบียนการเกิดหรือมีสูติบัตร สองประการนี้เป็นตัวอย่างสะท้อนถึงความสามารถในการนับจำนวนและบันทึกข้อมูลการเกิดและการตายในช่วงของโรคระบาด ที่หากทำได้ไม่แม่นยำและครอบคลุมพอ จะส่งผลต่อการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีจำกัดและกระทบต่อสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข การป้องกันโรคด้วยการฉีดวัควีน การคุ้มครองทางสังคม และบริการขั้นพื้นฐานอื่น ๆ อาทิ การศึกษา

ทั้งนี้ ที่ประชุมระดับรัฐมนตรีครั้งที่ 2 ในการทบทวนและติดตามความคืบหน้าของระบบ Civil Registration and Vital Statistics (CRVS) หรือ ‘ระบบทะเบียนราษฎร’ ปี 2558 – 2567 จัดโดยคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) ระหว่างวันที่ 16-19 พฤศจิกายน 2564 ได้ย้ำถึงความสำคัญของทะเบียนประชากรที่เป็นระบบและแม่นยำ เพื่อเป็นหลักประกันสิทธิในการเข้าถึงบริการทางสังคมของประชาชน โดยมีการนำเสนอความคืบหน้าในกรณีของประเทศแถบเอเชียแปซิฟิก ที่มีการเปลี่ยนจากการจดทะเบียนในรูปแบบกระดาษไปสู่การใช้ระบบดิจิทัลกันมากขึ้น หลาย ๆ ประเทศสามารถออกใบทะเบียนการเกิดและการตายได้โดยอัตโนมัติเมื่อมีการแจ้ง และส่งให้ผู้รับบริการได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย รวมถึงว่าสามารถบรรลุเป้าประสงค์ของการจัดเก็บสาเหตุการตายที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาล เพื่อให้มีข้อมูลสาเหตุการเสียชีวิตเป็นสถิติช่วยวิเคราะห์ประเด็นปัญหาทางสาธารณสุขของประเทศ

นอกจากนี้ ส่วนหนึ่งของปฏิญญารัฐมนตรี (Ministerial Declaration) หรือเอกสารผลลัพธ์ของการประชุมครั้งนี้ ยังระบุถึงการจัดให้มีการระบุชี้ตัวตน (identification) การประเมินความไม่เท่าเทียมและออกมาตรการที่จะขจัดอุปสรรคที่เกี่ยวกับหรือเกิดขึ้นกับระบบ CRVS ในกลุ่มประชากรที่เปราะบางด้วย เพื่อไม่ให้มีใครต้องถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เพราะปัจจุบันยังมีประชากรโลกอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้หญิง เด็ก ชนพื้นเมือง ผู้ลี้ภัย และคนไร้รัฐ ราว ๆ 1 พันล้านคน ที่ใช้ชีวิตอยู่โดยที่ไม่มีเอกลักษณ์ทางกฎหมาย (legal identity) ที่เป็นตัวกำหนดสิทธิการเข้าถึงบริการทางสังคม

ทั้งนี้ ระบบทะเบียนราษฎรที่เป็นระบบและแม่นยำเป็นปัจจัยสำคัญของการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยจะต้องพยายามให้สามารถบรรลุเป้าหมายการจดทะเบียนการเกิด การตาย และสาเหตุของการตายให้ได้ 75% ภายในปี 2568 และต้องมีการจดทะเบียนการเกิด 100% และการจดทะเบียนการตาย 80% ภายในปี 2573

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG16 สังคมสงบสุข ยุติธรรม ครอบคลุม สถาบันมีประสิทธิผล
-(16.9) จัดให้มีเอกลักษณ์ทางกฎหมายสำหรับทุกคน โดยรวมถึงการให้มีสูติบัตร ภายในปี 2573

แหล่งที่มา:
Asia Pacific needs to ramp up births, deaths registration (eco-business)

Last Updated on ธันวาคม 8, 2021

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

UNCCD COP สมัยที่ 15 – นานาประเทศยกระดับความร่วมมือต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทรายผ่าน 38 ความตกลง

การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย สมัยที่ 15 (UN Convention to Combat Desertification: UNCCD COP 15) จัดขึ้น…

Global Housing Watch โดย IMF ชี้ ราคาที่อยู่อาศัยยังคงพุ่งสูงขึ้นในหลายประเทศ

ข้อมูลดัชนีราคาที่อยู่อาศัยทั่วโลก (Global House Price Index) ล่าสุดในไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2563 โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ชี้ ราคาที่อยู่อาศ…

การสำรวจภาวะ Eco-anxiety ของคนหนุ่มสาวใน 10 ประเทศ พบว่า 75% รู้สึกว่า “อนาคตของพวกเขาช่างน่าหวาดหวั่น”

ผลการสำรวจคนวัยหนุ่มสาวถึงความวิตกกังวลที่มาจากปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Eco-Anxiety) ทั้งหมด 10,000 คน พบว่า ส่วนใหญ่รู้สึ…

ทารกอาจได้รับมลพิษตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เมื่อนักวิจัยพบไมโครพลาสติกในรกเด็กเป็นครั้งแรก

งานวิจัย Plasticenta: First evidence of microplastics in human placenta ตีพิมพ์ในวารสาร Environment International เมื่อเดือนมกราคม 2021 เปิดเผยว่า

ค้นหา