การคุ้มครองทางสังคมและกฎหมายในยุคที่แรงงาน “ทำงานอยู่บ้าน” ควรเป็นอย่างไร ในรายงานล่าสุดของ ILO มีคำแนะนำ

เขียนเมื่อ 15 มกราคม 2564
ถิรพร สิงห์ลอ

ตั้งแต่ที่นานาประเทศใช้มาตรการรักษาระยะห่าง จำกัดการเดินทางและกิจกรรมในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 จำนวนคนที่ต้อง “ทำงานอยู่บ้าน” ทั่วโลกก็มีมากขึ้น ซึ่งองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization: ILO) ได้ประเมินไว้ว่ามีประมาณ 260 ล้านคนทั่วโลก และคาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในปีต่อ ๆ ไป ดังนั้น จึงควรมีการพูดคุยกันถึงประเด็นแรงงานที่ทำงานอยู่บ้าน นายจ้าง และการคุ้มครองทางสังคมและกฎหมายแรงงาน

ในรายงานล่าสุดของ ILO “Working from home. From invisibility to decent work” อธิบายว่า “แรงงานที่ทำงานอยู่บ้าน” (Homeworkers) หมายถึง คนที่ทำงานอยู่ที่บ้านหรือที่ที่ไม่ใช่สำนักงาน ซึ่งยังสามารถติดต่อทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานได้ผ่านทางโทรศัพท์ อินเตอร์เน็ตและอื่น ๆ (Teleworkers) รวมถึงแรงงานจำนวนมากที่อยู่ในสายการผลิตสินค้าที่ไม่สามารถใช้เครื่องจักรทำงานทดแทนได้ อย่างเช่น งานเย็บปักถักร้อย งานช่าง การประกอบอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงคนที่ทำงานบนแพลตฟอร์มออนไลน์ซึ่งเดินทางไปทำงานที่ไหนและเมื่อไรก็ได้ การให้บริการอย่างการดำเนินเรื่องเคลมประกัน การปรับปรุงแก้ไขงานเขียน ไปจนถึงงานที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางอย่างการเขียนข้อมูลเพื่อใช้ฝึกระบบปัญญาประดิษฐ์ นอกจากนี้ ได้อธิบายว่า “แรงงานที่มองไม่เห็น” (Invisible) มักอยู่ในภาคเอกชน ในประเทศที่มีรายได้ต่ำและรายได้ปานกลาง ซึ่งกฎหมายแรงงานมักไม่ครอบคลุม และแรงงานเหล่านี้ต่างประสบกับสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ไม่ค่อยดีนัก โดยเผชิญกับความเสี่ยงต่อสุขภาพและความปลอดภัย และมีรายได้ที่ต่ำลง

ตัวอย่างแรงงานที่มองไม่เห็น อย่างเช่น คนที่รับทำงานเป็นรายสัญญา (independent contractors) ซึ่งมักอยู่นอกเหนือจากขอบเขตของกฎหมายแรงงาน นั่นจึงนำมาสู่คำแนะนำของ ILO ว่า ควรทำให้การทำงานอยู่บ้านเป็นสิ่งที่ “มองเห็น” และได้รับการคุ้มครองทางสังคมและทางกฎหมาย เช่นว่า “โฮมเวิร์กเกอร์” ซึ่งอยู่ในภาคอุตสาหกรรมควรถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจทางการ และได้รับการคุ้มครองทั้งทางสังคมและกฎหมาย “แรงงานเทเลเวิร์ก” ควรมีสิทธิที่จะ “หยุดการเชื่อมต่อ” (disconnect) เพื่อขีดเส้นขอบเขตชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวซึ่งต้องได้รับการเคารพ ขณะที่ หากกฎหมายแรงงานไม่สามารถครอบคลุม “แรงงานที่ทำงานออนไลน์ซึ่งไม่มีที่ประจำสำหรับทำงาน” ก็อาจจะใช้ข้อมูลการทำงานที่ได้จากแรงงาน นำมาติดตามสภาพการทำงานและเครื่องมือที่ใช้ เพื่อกำหนดอัตราค่าจ้างที่เป็นธรรมต่อไป

ด้วยความที่โฮมเวิร์กเกอร์จะมีบทบาทสำคัญยิ่งในปีต่อจากนี้ รัฐบาลจึงควรทำงานอย่างใกล้ชิดกับองค์กรของแรงงานและนายจ้าง เพื่อให้โฮมเวิร์กเกอร์เป็นที่ “มองเห็น” อันนำมาซึ่งการจ้างงานที่ดีที่เคารพสิทธิแรงงาน (Decent work) ไม่ว่าเขาจะทำงานอะไร หรืออยู่ที่ใหนก็ตาม ซึ่งตรงกับอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 177 ที่ส่งเสริมการปฏิบัติที่เท่าเทียมระหว่างแรงงานที่ทำงานที่บ้านและผู้มีรายได้อื่น ๆ นอกจากนี้ ยังเป็นการดำเนินการสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเป้าหมายที่ 8 ในเรื่องเกี่ยวกับการจ้างงานที่ดี สิทธิแรงงาน และความปลอดภัยของสภาพแวดล้อมในการทำงาน

แหล่งอ้างอิง:

http://www.ilo.org/global/about-the-ilo/newsroom/news/WCMS_765901/lang–en/index.htm
https://news.un.org/en/story/2021/01/1081942

อ่านเพิ่มเติม:

https://www.ilo.org/wcmsp5/groups/public/—ed_protect/—protrav/—travail/documents/publication/wcms_765806.pdf

#SDGWatch #IHPP #SDG8

Last Updated on กุมภาพันธ์ 12, 2021

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

‘สนธิสัญญาทะเลหลวง’ จะบังคับใช้ต้นปีหน้า ผลจาก ‘โมร็อกโก’ และ ‘เซียร์ราลีโอน’ ให้สัตยาบันเป็นประเทศที่ 60 และ 61 ถือว่าครบเกณฑ์ขั้นต่ำตามกำหนด

วันที่ 19 กันยายน 2568 โมร็อกโก และ เซียร์ราลีโอน เป็นประเทศที่ 60 และ 61 ที่ลงนามให้สัตยาบันต่อ ‘สนธิสัญญาทะเลหลวง’ หรือ ‘ข้อตกลงสนธิสัญญาที่ว่าด้วย…

บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ทำกำไรได้มหาศาล แต่กลับเสียภาษีเพียงเล็กน้อย

เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กลุ่มประเทศที่ร่ำรวยที่สุด (G7) ซึ่งประกอบไปด้วยประเทศแคนาดา เยอรมัน อิตาลี ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ร่วมลงความเห…

ดัชนีรับรู้การทุจริต ปี 2567 ไทยรั้งอันดับ 107 ของโลก อันดับ 5 ของอาเซียน  พบการคอร์รัปชันเป็นอุปสรรคขัดขวาง Climate Action

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International: TI) เผยแพร่ดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Inde…

ความพยายามขจัดการค้ามนุษย์ของไทยตกระดับมาที่ Tier 2 Watch List โดยที่ ‘การทุจริต’ เป็นหนึ่งในปัจจัยสกัดพัฒนาการ

ต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา รายงานการค้ามนุษย์ปี 2564 (Trafficking in Persons Report – TIP Report 2021) จัดลดระดับไทยอยู่ที่ Tier 2 Watch

ค้นหา