ระบบเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติและภาวะฉุกเฉินระดับชาติที่จัดการ ‘ภัยพิบัติธรรมชาติ’ พร้อมกับ ‘อันตรายทางชีวภาพ’ จะทำให้เอเชียแปซิฟิกมีภูมิคุ้มกันต่อโรคระบาด

สํานักงานลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติแห่งสหประชาชาติประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Asia-Pacific Regional Office of the UN Office for Disaster Risk Reduction: UNDRR) และองค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการประชุมเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา กล่าวถึงหัวใจสำคัญในการจัดการวิกฤติและภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข (health emergencies) ด้วยการทำงานข้ามสาขา (cross-sectoral collaboration) กับประเด็นการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ

เพื่อให้การบริหารจัดการสถานการณ์และความเสี่ยง การลดความอันตรายและการประสบกับความอันตราย (exposures) การเก็บและการวิเคราะห์ข้อมูลความเสี่ยง โครงสร้างพื้นฐานที่มีภูมิต้านทาน (resilient infrastructure) ตลอดจนระบบเตือนภัยล่วงหน้า (early warning system) เป็นไปทั้งเพื่อการตรวจจับและจัดการภัยพิบัติธรรมชาติ (natural hazard) อย่างไซโคลนและสึนามิ และการลดความเสี่ยงจากอันตรายทางชีวภาพ (biological hazard) ป้องกันไม่ให้โรคระบาดขยายวงกว้างจนกลายเป็นภัยพิบัติเต็มรูปแบบ (full-blown disaster)

ในแง่นี้ ไม่ว่าจะเป็นทางธรรมชาติหรือทางชีวภาพ ต่างก็เป็น ‘ภัยพิบัติ’ ที่อันตรายเหมือนกัน โดยบรรดารัฐต่าง ๆ จำเป็นต้องเข้าใจรูปแบบของความเสี่ยงดังกล่าวให้วิธีการจัดการมีความพร้อมรับกับอันตรายหลากรูปแบบ (multi-hazard) และทำงานกับหลายภาคส่วน (multi-sectoral) ซึ่งตัวช่วยที่จะอำนวยให้เกิดการทำงานระหว่างกันอาจเป็นการบูรณาการแผนงาน การกำหนดพิธีสารระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือการออกกฎหมาย กล่าวคือ จะต้องมีเจตจำนงและการสนับสนุนทางการเมืองให้เกิดความร่วมมือนี้

ทั้งนี้ มีผู้แทนส่วนงานจากองค์การ/ประเทศในภูมิภาค อาทิ จากอาเซียน ไทย อินเดีย มัลดีฟว์ มองโกเลีย เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น บทเรียน และข้อเสนอแนะ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับระบบเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติและภาวะฉุกเฉินระดับชาติให้สามารถตอบสนองต่อ ‘multi-hazard’ ได้ อย่างที่อาเซียนเองก็มีกลไกและเครื่องมืออย่างศูนย์ประสานงานเพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเกี่ยวกับการจัดการภัยพิบัติ (ASEAN Coordinating Centre for Humanitarian Assistance on disaster management: AHA Center) กับ 2021-2025 Work Programme ของข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยการจัดการภัยพิบัติและการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉิน (ASEAN Agreement on Disaster Management and Emergency Response: AADMER)

ขณะที่ นาย Timothy Wilcox ผู้แทนฝาก UNDRR เสนอให้มีการผสานความร่วมมือระหว่างกัน อาทิ การอบรมร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขกับเจ้าหน้าที่ด้านภัยพิบัติ การขยายการแลกเปลี่ยนข้อมูล การบูรณาการภาวะฉุกเฉินทางสุขภาพไว้ในยุทธศาสตร์/แผนป้องกัน บรรเทา และการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติและสาธารณภัย พร้อมกับเน้นย้ำความสำคัญของการเพิ่มขีดความสามารถในการ ‘ปรับเพิ่มขนาดได้’ (scalability) ให้สามารถตอบสนองต่อภัยพิบัติขนาดใหญ่และที่มีระยะเวลายาวนาน

และเพื่อให้เกิดการดำเนินการตาม “หลักการกรุงเทพ” เพื่อการดำเนินการด้านสุขภาพตามกรอบปฏิญญาเซนไดเรื่องการลดภาวะเสี่ยงต่อภัยพิบัติปี 2558 – 2573 (Bangkok Principles for the implementation of the health aspects of the Sendai Framework for Disaster Risk Reduction 2015 – 2030) ทั้งจากภัยธรรมชาติและโรคอุบัติใหม่ด้วย

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG3 สร้างหลักประกันว่าด้วยคนมีชีวิตที่มีสุขภาพและสุขภาวะที่ดีสำหรับทุกคนในทุกวัย ซึ่งรวมถึงการแจ้งเตือนล่วงหน้า การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสุขภาพ
#SDG13 ปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น

แหล่งอ้างอิง:
https://www.undrr.org/news/how-integration-health-and-disaster-risk-reduction-can-set-asia-pacific-path-towards

Last Updated on มกราคม 12, 2022

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

ไฟดับครั้งใหญ่ในยุโรป ‘สเปน–โปรตุเกส’ ทางการตั้งโต๊ะประชุมฉุกเฉิน  เร่งฟื้นฟูระบบไฟและตรวจสอบต้นเหตุ

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา (วันจันทร์ที่ 28 เมษายน) ยุโรปเผชิญความโกลาหลครั้งใหญ่ เมื่อประเทศสเปนและโปรตุเกส รวมถึงบางพื้นที่ของฝรั่งเศส ประสบปัญหาไฟฟ้…

รายงาน IPCC ล่าสุด เตือนว่า อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น จะทำให้เกิดสภาพอากาศสุดขั้วรุนแรงที่ “ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์”

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (The Intergovernmental Panel on Climate Change: IPCC) ได้เผยแพร่ส่ว…

ประชุม COFO ครั้งที่ 26 นานาประเทศหารือความเชื่อมโยงของป่าไม้-การเกษตร กับ ‘climate change’ หวังหยุดยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ

เมื่อวันที่ 3-7 ตุลาคม 2565 องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations: FAO) จัดการประชุมคณะกรรมการ…

ทบทวน 5 ปี การขับเคลื่อน SDGs ในประเทศไทย: 5 สิ่งที่ทำได้ดี

ชล บุนนาค

ทบทวนประสบการณ์ตลอดห้าปีที่ผ่านมาของผู้เขียนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนเป้าหมาย SDG ของประเทศไทย

วันที่ 25 กันยายนเป็นวันค…

ค้นหา