Ocean Rainforest ฟาร์มสาหร่ายทะเลช่วยลดโลกร้อน ดูแลสุขภาพท้องทะเล เพื่อสุขภาพคนที่ดี และสุขภาพหมูที่แข็งแรง

Ocean Rainforest ผู้บุกเบิกฟาร์มสาหร่ายทะเลในหมู่เกาะแฟโร (Faroe Islands) และรัฐแคลิฟอร์เนีย กับวิสัยทัศน์การสร้าง ‘ป่าฝนใต้ท้องทะเล’ ประจำท้องถิ่นทั่วโลก มุ่งหน้าฟื้นฟูอุตสากรรมการเพาะเลี้ยงพืชน้ำด้วยการทำวิจัยและผลิตสาหร่ายถึง 3 สายพันธุ์ ที่ปัจจุบันเทรนด์โลกก็มองว่าเป็นหนึ่งในวิธีการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (mitigation) ที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน เพราะช่วยเพิ่มชีวมวล (biomass) จากท้องทะเล ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์และไนโตรเจนในน้ำ บำบัดสารอาหารหรือสิ่งปฏิกูล (bioremediate) จากฟาร์มพืชและสัตว์น้ำ และนอกจากสาหร่ายจะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของคนแล้ว ยังเป็นอาหารเลี้ยงหมูชั้นดีที่ช่วยลดการเกิดก๊าซมีเทนในภาคปศุสัตว์ที่ทำให้โลกร้อนด้วย

เข้าถึง Ocean Rainforest ที่ : Ocean Rainforest

ซึ่งเมื่อปี 2563 Ocean Rainforest สามารถผลิตสาหร่ายทะเลได้ในปริมาณ 80 ตัน โดยคาดว่าจะสามารถผลิตสาหร่ายได้กว่า 250 ตันในปี 2564 1,000 ตันในปี 2565 และภายในปี 2573 จะสามารถผลิตสาหร่ายได้มากถึง 1 ล้านตันต่อปี เพื่อให้มีเพียงพอต่อความต้องการของตลาดโลกในวันที่ (คาดว่า) โลกจะหันมาใช้สาหร่ายเป็นวัตถุเจือปนในอาหาร อาหารสำหรับคน และอาหารเลี้ยงสัตว์กันมากขึ้น

สำหรับปีนี้ 80% ของสาหร่ายทะเลจำนวน 250 ตันจะถูกนำไปหมักก่อนจะขายให้กับผู้ผลิตอาหารใช้เลี้ยงหมูชาวเดนมาร์ก ซึ่งในตอนนี้ อาหารใช้เลี้ยงหมูที่ทำมาจากสาหร่ายนั้นกำลังเป็นที่แพร่หลายและขายได้ดิบดีในเดนมาร์กและเนเธอร์แลนด์ และในปีเดียวกันนี้ ยังมีแผนที่จะขยายตลาดไปยังสเปน อิตาลี และโปแลนด์ด้วย และอาจจะพิจารณาสร้างหุ้นส่วนท้องถิ่นในซีกโลกใต้อย่างชิลี แอฟริกาใต้ และนิวซีแลนด์ต่อ ๆ ไป รวมถึงพื้นที่รอบ ๆ อาร์กติกอย่างนอร์เวย์ สกอตแลนด์ ไอร์แลน อ่าวเมน (Gulf of Maine) และอะแลสกาที่มีอุณหภูมิท้องทะเลที่เหมาะสมและอุดมไปด้วยสารอาหาร อย่างไรก็ดี Ocean Rainforest จะต้องหาผู้ร่วมลงทุนทางธุรกิจเพื่อให้สามารถขยายพื้นที่การทำฟาร์มสาหร่ายได้สำเร็จ เช่นที่เมื่อปี 2563 องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF ก็ได้เป็นผู้ร่วมลงทุนขยายพื้นที่การทำฟาร์มสาหร่ายกับ Ocean Rainforest ด้วย

นอกจากนี้ การนำสาหร่ายมาเป็นส่วนผสม 2-3 % ของอาหารที่ใช้เลี้ยงหมูยังเป็นประโยชน์เชิงธุรกิจต่อเจ้าของการปศุสัตว์ เพราะช่วยลด ‘ปริมาณอาหาร’ ที่จะใช้เลี้ยงหมู และสาหร่าย ‘หมัก’ ยังมีโปรไบโอติกที่ดีต่อระบบย่อยอาหารของหมู สุขภาพของแม่หมูโดยรวมดีขึ้น และสุขภาพของลูกหมูจะมีภูมิต้านทานมากขึ้นที่ 30-40% ลดอัตราการตายได้ 3-4% ทำให้สามารถผลิตหมูที่แข็งแรงได้มากขึ้น และช่วยลดการปล่อยก๊าซโลกร้อนไปด้วยในเวลาเดียวกัน ส่วนในมุมของผู้บริโภคนั้น ย่อมยอมรับและสนับสนุนกระบวนการผลิตอาหาร (เนื้อหมู) ที่มีความยั่งยืนดังกล่าว เพราะได้คำนึงถึงการลงมือจัดการต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนการสร้างสมดุลที่ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศทางทะเล

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ #SDG2 อาหารที่มีโภชนาการและเกษตรกรรมที่ยั่งยืน #SDG3 สุขภาพที่ดี #SDG12 การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน #SDG13 จัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ #SDG14 การฟื้นฟู เพิ่มพูนความอุดมสมบูรณ์และผลิตภาพของท้องทะเล และ #SDG17 หุ้นส่วนการพัฒนาที่ยั่งยืน

แหล่งที่มา: https://thefishsite.com/articles/restorative-aquaculture-ocean-rainforest

Last Updated on เมษายน 23, 2021

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

NATO รับรองแผนปฏิบัติการต่อสู้กับ Climate Change ซึ่งเป็นตัวทวีความรุนแรงภัยความมั่นคงระดับโลก

ผู้นำประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (North Atlantic Treaty Organisation – NATO) ทั้ง 30 ประเทศ ได้รับรอง NATO 2030 “วาระข้ามแอต…

รายงานพิเศษ กสศ. ชี้เด็กไทยกว่า 1.02 ล้านคน หลุดออกนอกระบบการศึกษา พร้อมเสนอมาตรการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

SDG Recommends ฉบับนี้ ชวนอ่าน ‘รายงานพิเศษความจริงและความเร่งด่วน ของสถานการณ์เด็กนอกระบบในประเทศไทย’ โดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เป…

แบรนด์ค้าปลีกด้านแฟชั่นสัญชาติไอริช “Primark” ประกาศขยายการดำเนินงาน ‘โครงการฝ้ายเพื่อความยั่งยืน’

หลายคนคงสงสัยว่า แบรนด์ค้าปลีกด้านแฟชั่นสัญชาติไอริชอย่าง บริษัท “Primark” มีความโดดเด่นอย่างไร บริษัท Primark เป็นบริษัทเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย ที…

รัฐสมาชิก COP9 เสนอเป้าหมายระดมเงินทุน 50 ล้าน US$ ผลักดันมาตรการควบคุมยาสูบให้สำเร็จตาม WHO FCTC

“ยาสูบ” เป็นสาเหตุที่คร่าชีวิตคนทั่วโลกไปมากกว่า 8 ล้านคนในแต่ละปี ช่วงระหว่างวันที่ 8 – 12 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมานี้ นอกจากที่เราจะติดตามการประชุม…

ค้นหา