การตายของหญิงมีครรภ์ลดลงได้ โดยใช้ Google Maps ช่วยวิเคราะห์เหตุความล่าช้าของการเดินทางเข้ารับบริการสุขภาพ

หญิงมีครรภ์ทั่วโลกราว 295,000 รายในแต่ละปี เสียชีวิตจากเหตุเกี่ยวกับครรภ์และการกำเนิดบุตร โดยสาเหตุความเสี่ยงต่อชีวิตส่วนใหญ่มาจาก ‘ความล่าช้า’ ในการเข้าถึงบริการสุขภาพสูติกรรมฉุกเฉิน (emergency obstetric care – การทำคลอดและช่วยชีวิตหญิงมีครรภ์) 3 ประการ ได้แก่

  1. ความล่าช้าในการตัดสินใจเข้ารับบริการ
  2. ความล่าช้าในการเดินทางเพื่อเข้ารับบริการ
  3. ความล่าช้าในการรับบริการแม้เมื่อไปถึงที่หมายแล้ว

ถึงกระนั้น สาเหตุทั้ง 3 ข้อดังกล่าวนี้ เป็นสาเหตุที่สามารถป้องกันได้

กรณีศึกษาของไนจีเรีย หญิงมีครรภ์ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุข้างต้นคิดเป็น 23% ของหญิงมีครรภ์ 295,000 ทั้งหมดในแต่ละปี โดยพบว่า ความล่าช้าในการเข้ารับบริการด้วยเหตุจากการเดินทางนั้น เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตที่อันตรายที่สุด

การศึกษา An assessment of geographical access and factors influencing travel time to emergency obstetric care in the urban state of Lagos, Nigeria จึงได้นำ Google Maps มาเป็นเครื่องมือช่วยศึกษาและวิเคราะห์สาเหตุของความล่าช้าในการเดินทางที่ว่า ทั้งระยะเวลาในการเดินทางและพื้นที่เมืองในเมือง Lagos ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ของแถบแอฟริกาซับซาฮารา

ผลพบว่า หญิงมีครรภ์ที่เดินทางตรงไปยังโรงพยาบาลทันที จะใช้เวลาเดินทางอยู่ที่ระหว่าง 2 – 240 นาที ส่วนหญิงมีครรภ์ที่ผ่าน ‘การส่งต่อ’ (referral) ไปโรงพยาบาลอีกที จะใช้เวลาเดินทางอยู่ที่ระหว่าง 7 – 320 นาที ขณะที่โดยเฉลี่ย ระยะเวลาในการเดินทางสำหรับหญิงมีครรภ์ 80% อยู่ที่ระหว่าง 60 นาที

ภาพการวิเคราะห์เส้นทางที่หญิงมีครรภ์ใช้เดินทางไปโรงพยาบาลในเมือง Lagos ภาพจาก The conversation

เมื่อมาพิจารณาถึงเส้นทาง/พื้นที่ที่มักมีการใช้สัญจรไปโรงพยาบาลแล้ว (hotspots) พบว่า เป็นพื้นที่ limosho/Ifako-Ijaiye, Eti-Osa, Ijanikin/Morogbo และ Ikorod ซึ่งล้วนใช้เวลามากกกว่า 60 นาที การที่สามารถระบุชี้พื้นที่ที่มีการใช้สัญจรเป็นประจำได้ เป็นข้อมูลสำคัญที่ทำให้รัฐบาลสามารถเข้ามาช่วยลดความล่าช้าในการเดินทางของพื้นที่เหล่านี้ลง หรือหนุนเสริมทางออกอื่น เพื่ออำนวยความปลอดภัยทางสุขภาพให้กับหญิงมีครรภ์ได้ ซึ่งปัจจุบัน ในพื้นที่ Eti-Osa ก็ได้เพิ่มศูนย์บริการสุขภาพสำหรับมารดาและเด็ก ในพื้นที่ Alimosho/Ifako-Ijaiye และทางเหนือของ Ikorodu ก็มีข้อเสนอแนะว่าควรจะแก้ไขด้วยการขยายถนน การพัฒนาและปรับปรุงระบบการส่งต่อให้ดีขึ้น เนื่องจากมีโรงพยาบาลอยู่แล้ว ส่วนในกรณีของพื้นที่ Ijanikin/Morogbo ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีโรงพยาบาลนั้น ก็สามารถศึกษาแนวทางจากพื้นที่อื่น ๆ นำมาปรับใช้ได้

การศึกษาชิ้นนี้มีข้อสังเกตว่า แม้ความเป็นเมืองจะดูมี ‘ข้อดี’ ในแง่ที่สามารถให้สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในชีวิตได้ ถึงกระนั้น ในกรณีของการเข้าถึงบริการสุขภาพของหญิงมีครรภ์ก็อาจจะเผชิญกับปัญหาความคับคั่งบนท้องถนน รถติด ถนนหรือระบบการส่งต่อไปยังโรงพยาบาล (referral system) ไม่ดีนัก ซึ่งก็เป็นปัญหาที่จำต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน ขณะเดียวกัน ก็เป็นการย้ำว่า การลดการเสียชีวิตของมารดาลงนั้น จำเป็นต้องทำการศึกษาบริบทความต้องการและความท้าทายเฉพาะพื้นที่นั้นด้วย

ทั้งนี้ เพราะการที่หญิงมีครรภ์สามารถเข้าถึงบริการทางสุขภาพได้อย่างรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด ที่จะทำให้สามารถลดอัตราการเสียชีวิตของหญิงมีครรภ์ได้ถึง 15-50% และการเสียชีวิตของเด็กในครรภ์ได้ถึง 45-75%

● อ่านบทความที่เกี่ยวข้องที่
หน่วยดูแลสุขภาพแม่และเด็กเคลื่อนที่ในสหรัฐฯ ช่วยให้สตรีตั้งครรภ์ได้ฝากท้องฟรี

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG3 สุขภาพและสุขภาวะที่ดี
-(3.1) ลดอัตราการตายของมารดาทั่วโลก ให้ต่ำกว่า 70 ต่อการเกิด 1 แสนคน ภายในปี 2573
-(3.2) ยุติการตายที่ป้องกันได้ของทารกแรกเกิดและเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ภายในปี 2573
-(3.6) ลดจำนวนการตายและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนน ทั่วโลกลงครึ่งหนึ่ง ภายในปี 2563
#SDG11 เมืองที่ยั่งยืน
-(11.2) จัดให้มีการเข้าถึงระบบคมนาคมขนส่งที่ยั่งยืน เข้าถึงได้ ปลอดภัย ในราคาที่สามารถจ่ายได้ สำหรับทุกคน พัฒนาความปลอดภัยทางถนน โดยการขยายการขนส่งสาธารณะ และคำนึงเป็นพิเศษถึงกลุ่มคนที่ อยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบาง ผู้หญิง เด็ก ผู้มีความบกพร่องทางร่างกาย และผู้สูงอายุ ภายในปี 2573

แหล่งที่มา:
How Google Maps can help with efforts to tackle delays in accessing critical maternal health services (The Conversation)

Last Updated on กันยายน 13, 2021

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

เครือข่ายชุมชนยื่นข้อเรียกร้องต่อ UN หวังผลักดันให้ธุรกิจในไทยคำนึงผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น 

วันที่ 16 กันยายน 2568 GreenNews เปิดเผยว่า ตัวแทนครือข่ายภาคประชาสังคมไทย ประกอบด้วย 5 องค์กรที่ขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ องค์กรแอ…

สสช. รายงานสำรวจรายได้ครัวเรือนไทย ปี 2564 ชี้ เกินกว่าครึ่งมีหนี้สิน รายได้กลุ่มรวยสุดและจนสุด ‘ห่างกัน’ ถึงเกือบ 9 เท่า

สำนักงานสถิติแห่งชาติ สำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนไทย ปี พ.ศ. 2564 โดยเก็บข้อมูลทุกเดือนตลอดปี

จากผลการสำรวจ พบว่า ครัวเรือนไทยมีที่ม…

จุฬาฯ และ มจธ. ติดอันดับ Top 100 ของโลก จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัย THE Impact Rankings 2021

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2021 The Times Higher Education (THE) ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่มีการดำเนินงานเพื่อสนับสนุน เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน …

สำรวจหัวข้อการประชุม ‘Summit of the Future’ พบเน้นการพลิกโฉมธรรมาภิบาลโลก และสร้างอนาคตที่ดีเพื่อคนรุ่นถัดไป

Dennis Francis ประธานสมัชชาสหประชาชาติ (UN General Assembly: UNGA) เผยแพร่กำหนดการฉบับชั่วคราวของการประชุม ‘Summit of the Future (SoF)’ ที่จะจัดขึ้นร…

ค้นหา