ผู้ชายป่วยเป็นวัณโรคมากกว่าผู้หญิงโดยเฉลี่ยทั่วโลก แต่ไม่ใช่ที่อัฟกานิสถาน

ก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 วัณโรคเป็นสาเหตุการเสียชีวิตลำดับต้นๆ ของโลก ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก มีผู้เสียชีวิตไปถึง 1.4 ล้านคนในปี 2019 ในขณะที่ระดับโลก ผู้ชายมีแนวโน้มที่จะป่วยเป็นวัณโรคมากกว่าผู้หญิง แต่ในประเทศอัฟกานิสถาน ตัวเลขของผู้หญิงที่ป่วยเป็นวัณโรคสูงกว่าผู้ชาย คือ 54% ในขณะที่ตัวเลขระดับโลก อยู่ที่ 38%

วัณโรคเป็นโรคที่มีสาเหตุเกี่ยวพันกับสถานะทางเศรษฐกิจ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีฐานะยากจน อาศัยอยู่ในพื้นที่แออัด อากาศไหวเวียนไม่ดี จึงมีโอกาสติดเชื้อได้มาก เพราะวัณโรคแพร่เชื้อทางอากาศผ่านการไอ ถ่มน้ำลาย และการพูด

นอกจากนั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขยังมีกังวลเป็นพิเศษต่อการดื้อยาที่ใช้รักษาวัณโรคที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ในปี 2019 มีผู้ป่วย 10 ล้านคนทั่วโลกที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นวัณโรค ซึ่งเกือบห้าแสนรายที่มีอาการดื้อยา ในอัฟกานิสถานเองมีผู้ติดเชื้อ 72,000 ราย โดยมีผู้ป่วยดื้อยา 2,400 ราย

ยังไม่มีความชัดเจนว่าเหตุใดผู้หญิงจึงมีความเสี่ยงต่อการติดวัณโรคมากกว่าผู้ชายในประเทศอัฟกานิสถานมากกว่าผู้ชาย แต่ปัจจัยที่เป็นไปได้คือ

  1. ผู้หญิงมีโอกาสสัมผัสกับแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของวัณโรคมากขึ้น เนื่องจากต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในบ้านท่ามกลางมลพิษทางอากาศที่มาจากการปรุงอาหาร และการขาดสารอาหารทำให้ร่างกายติดเชื้อได้ง่ายขึ้น
  2. ในสภาพสังคมที่ผู้หญิงไม่มีอำนาจทางการเงิน จึงเป็นเรื่องยากมากที่พวกเธอจะเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่เหมาะสม และเลือกใช้ยาที่ซื้อจากร้านขายยาทั่วไปซึ่งทำให้เกิดการดื้อยาในภายหลัง
  3. การรักษาวัณโรคต้องใช้เวลาหลายเดือน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำหรับผู้หญิงอัฟกันที่ต้องได้รับอนุญาตจากครอบครัวเพื่อเดินทางหลายร้อยกิโลเมตรไปยังศูนย์บริการด้านสุขภาพเพื่อรักษาวัณโรคโดยเฉพาะ หรือต้องย้ายถิ่นฐานบ่อยครั้งเนื่องจากความขัดแย้งในพื้นที่ทำให้การรักษาไม่ต่อเนื่อง
  4. การตีตราผู้ป่วยวัณโรค ทำให้ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะปกปิดอาการของตนเอง เพราะกลัวการกีดกันทางสังคม จนพลาดการรักษาที่เหมาะสมและทันเวลา

Kamran Siddiqi ศาสตราจารย์ด้านสาธารณสุขระดับโลกจากมหาวิทยาลัยยอร์ก สหราชอาณาจักร ซึ่งได้ทำการวิจัยเรื่องเพศและวัณโรคในเอเชียใต้ กล่าวว่า การตรวจสอบหาสาเหตุเบื้องหลังความไม่เท่าเทียมทางเพศในการติดเชื้อวัณโรค เพื่อให้ผู้ให้ทุนและผู้กำหนดนโยบายเห็นความสำคัญ และมีมาตรการที่เหมาะสม

โรควัณโรคในผู้หญิง เชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป้าหมายที่ 3 สร้างหลักประกันการมีสุขภาวะที่ดี และส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัย ในเป้าประสงค์ 3.3 ยุติการแพร่กระจายของเอดส์ วัณโรค มาลาเรีย และโรคเขตร้อนที่ถูกละเลย และต่อสู้กับโรคตับอักเสบ โรคติดต่อทางน้ำและโรคติดต่ออื่นๆ ภายในปี 2030 และ เป้าหมายที่ 5 บรรลุความเสมอภาคระหว่างเพศ และเพิ่มบทบาทของสตรีและเด็กหญิงทุกคน

ที่มา: https://www.thenewhumanitarian.org/news-feature/2021/2/24/tuberculosis-hits-more-women-in-afghanistan?

Last Updated on มีนาคม 15, 2021

Author

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

HLPF ปี 2026 จะมี 36 ประเทศร่วมนำเสนอ VNRs ยังไร้ชื่อ ‘สหรัฐฯ – เมียนมา – เฮติ’ 3 ประเทศที่ไม่เคยนำเสนอแม้แต่ครั้งเดียว 

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (International Institute for Sustainable Development: IISD) เปิดเผยรายชื่อประเทศ…

เอเชียแปซิฟิกจะฟื้นคืนจากโรคระบาด เมื่อมีนโยบายที่ประสาน ‘สุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม’

เมื่อวันที่ 23- 26 มีนาคมที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) จัดการประชุมหารือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย-แปซิฟิ…

ภาษาว่าด้วย COP26: 13 คีย์เวิร์ดใช้ทำความเข้าใจบทสนทนาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 หรือ “COP 26” ที่กำลังเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์นี้และสัปดาห์หน้า (31…

อินเดียวางแผนเป็นผู้ผลิตพลังงานไฮโดรเจนสีเขียว 5 ล้านตันต่อปี ภายในปี 2573

รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของอินเดียกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา (17 กุมภาพันธ์ 2565) ว่า อินเดียซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกน้ำมันและถ่านหินรายใหญ่ของโลก วางแ…

ค้นหา