24 มีนาคม วันวัณโรคโลก – “The Clock is Ticking” โลกกำลังหมดเวลาในการทำตามคำสัญญาที่จะยุติวัณโรค

ข้อมูลล่าสุดขององค์การอนามัยโลก (WHO) จากการสำรวจมากกว่า 80 ประเทศ พบว่า มีผู้ป่วยวัณโรคประมาณ 1.4 ล้านคนทั่วโลกที่ไม่ได้รับการรักษาที่จำเป็น หรือคิดเป็น 21% ในปีแรกของสถานการณ์การระบาดใหญ่ของโควิด-19 เมื่อเทียบกับปี 2019 โดยการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดอยู่ในอินโดนีเซีย (ลดลง 42%) แอฟริกาใต้ (ลดลง 41%) ฟิลิปปินส์ (ลดลง 37%) และอินเดีย (25%)

“การหยุดชะงักของการให้บริการที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยวัณโรคเป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างที่น่าสะเทือนใจของผลกระทบอย่างไม่ได้สัดส่วนที่การแพร่ระบาดใหญ่มีต่อกลุ่มคนที่ยากจนที่สุดในโลก ซึ่งเป็นผู้มีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อวัณโรคอยู่แล้ว” นายเทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าว

ดังนั้นธีมวันวัณโรคโลก ประจำปี 2021 (World Tuberculosis Day 2021) ในวันที่ 24 มีนาคม คือ “The Clock is Ticking” หรือ “เวลาใกล้หมดแล้ว” เพื่อส่งสัญญาณความเร่งด่วนว่าโลกกำลังหมดเวลาในการทำตามคำสัญญาที่จะยุติวัณโรค โดยเฉพาะเมื่อการระบาดของโควิด-19 ทำให้การดำเนินงานเพื่อต่อสู้กับวัณโรคเดินถอยหลังไปถึง 8 ปี องค์การอนามัยโลกจึงเรียกร้องให้ทุกคนรักษาคำมั่นที่จะ:

  • เร่งการดำเนินการเพื่อ ‘ยุติวัณโรค’ เพื่อบรรลุเป้าประสงค์ที่กำหนดไว้ในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs)
  • วินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยวัณโรค 40 ล้านคน ภายในปี 2022 ซึ่งรวมทั้งผู้ป่วยเด็ก 3.5 ล้านคน และผู้ป่วยที่มีอาการดื้อยา 1.5 ล้านคน
  • ให้ผู้ติดเชื้อวัณโรคระยะแฝง 30 ล้านคนเข้าถึงการรักษาภายในปี 2022 เพื่อให้ผู้ที่มีความเสี่ยงมากที่สุดได้รับการรักษาเชิงป้องกันการเกิดวัณโรค ประกอบด้วย สมาชิกในบ้านที่มีผู้ป่วยวัณโรค 24 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้มีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบถึง 4 ล้านคน และ ผู้ป่วย HIV จำนวน 6 ล้านคน
  • ระดมเงินทุนให้ได้ถึง 13,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี เพื่อสนับสนุนความพยายามในการยุติวัณโรค ข้อมูลจาก The Economist – Copenhagen Consensus Center พบว่า ทุกๆ 1 ดอลลาร์ที่ลงทุนเพื่อยุติวัณโรค จะได้รับผลตอบแทนเป็นเงิน 43 ดอลลาร์จากการมีสังคมที่มีศักยภาพสุขภาพดี
  • ลงทุนเพื่อการวิจัยวัณโรคให้ถึงอย่างน้อย 2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี เพื่อความก้าวหน้าทางด้านวิทยาสศาสตร์ เครื่องมือที่มีคุณภาพกว่า และการให้การบริการรักษาและป้องกันที่มีประสิทธิภาพขึ้น

วัณโรคคร่าชีวิตคนทั่วโลกไปวันละเกือบ 4,000 คน และมีอีก 28,000 คน ต้องล้มป่วยด้วยโรคที่สามารถป้องกันและรักษาได้นี้ ปัจจุบัน วัณโรคยังเป็นโรคติดเชื้อที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของประเทศไทย และจากรายงาน Global Tuberculosis Report 2020 ขององค์การอนามัยโลกพบว่ามีอัตราผู้ป่วยวัณโรครายใหม่สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก 1.15 เท่า

ที่มา: กองวัณโรค กองควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

เข้าถึง World TB Day 2021 – Campaign Materials จาก WHO
อ่านเพิ่มเติม เอกสารเผยแพร่ ข้อมูล ความรู้ และสถานการณ์วัณโรคในไทย จาก กองวัณโรค กองควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

วัณโรค เชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป้าหมายที่ 3 สร้างหลักประกันการมีสุขภาวะที่ดี และส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัย ในเป้าประสงค์ 3.3 ยุติการแพร่กระจายของเอดส์ วัณโรค มาลาเรีย และโรคเขตร้อนที่ถูกละเลย และต่อสู้กับโรคตับอักเสบ โรคติดต่อทางน้ำและโรคติดต่ออื่นๆ ภายในปี 2030

ที่มา: UN News, WHO

Last Updated on มีนาคม 24, 2021

Author

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

UNEP ประกาศรางวัล Champions of the Earth ปี 2021 ให้ผู้นำที่สร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งแวดล้อม

โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ได้ประกาศผู้ชนะรางวัล ‘Champions of the Earth ประจำปี 2021’ ซึ่งเป็นรางวัลที่ให้แก่ผู้นำที่สร้างความเปลี่ยนแ…

มาตรการของสหรัฐฯ เพื่อแก้ปัญหาความรุนแรงและการล่วงละเมิดทางเพศที่ ‘แม่บ้านโรงแรม’ ต้องเผชิญ

หลังจากสถานการณ์โควิด-19 ผ่านมาหนึ่งปี อุตสาหกรรมโรงแรมในสหรัฐอเมริกาค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้น พนักงานโรงแรมส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง และข้อมูลจาก US Bureau of Lab…

SDG Spotlight – 6 ข่าว SDGs น่าสนใจในรอบสัปดาห์ที่ 3 ประจำเดือนพฤษภาคม 2566

จากการสำรวจข่าวสารความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องและส่งผลต่อการขับเคลื่อน SDGs ระหว่างวันที่ 13 – 19 พฤษภาคม 2566 มีข่าวสารความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ดังน…

7 ประเทศเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ติดอันดับใน 40 ประเทศแรกที่น่าลงทุนด้านพลังงานสะอาดมากที่สุด

7 ประเทศเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถูกจัดอยู่ในลำดับ 40 ประเทศแรกที่ ‘น่าดึงดูดที่สุดในโลกสำหรับการลงทุนด้านพลังงานทดแทน/พลังงานสะอาด’ ไ…

ค้นหา