วิธีการเพาะปลูกแบบไม่ไถพรวนดิน ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มปริมาณคาร์บอนที่เก็บในดิน

งานวิจัยศึกษาพื้นที่เกษตรทั่วสหราชอาณาจักร พบว่าแนวทางการทำไร่ทำสวนแบบใหม่โดยไม่ต้องเตรียมหน้าดินด้วยการไถพรวน (no-trill farming) แต่ทำหลุมในดินเพื่อใส่เมล็ดพันธุ์แทน วิธีนี้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตพืชได้เกือบหนึ่งในสามและยังช่วยเพิ่มปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในดินด้วย

การขุดหลุมขนาดเล็กสำหรับหยอดเมล็ดพืชใช้เครื่องเจาะแค่ตัวเดียววิ่งไปตลอดพื้นที่ไร่เพียงรอบเดียว จึงรบกวนปริมาณดินน้อยกว่าการเพาะปลูกแบบเดิมทั่วไปที่เกษตรกรต้องใช้อุปกรณ์หลายชนิด และวิธีการหลายขั้นตอนในการทั้งไถพรวน คราด หว่าน และกลบดินให้แน่น ทำให้แนวทางการปลูกแบบไม่ไถพรวนประหยัดต้นทุนด้านเครื่องจักร และยังลดมลพิษทางอากาศที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงดีเซลของเครื่องยนต์อีกด้วย

การไถพรวนดินเพื่อทำการเพาะปลูกแบบดั้งเดิมทำให้เกิดโพรงอากาศขนาดใหญ่ในดิน ออกซิเจนจะทำปฏิกิริยากับจุลินทรีย์ในดินและเปลี่ยนคาร์บอนในดินให้เป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การไม่ไถพรวนดินช่วยกักเก็บคาร์บอนที่เกิดขึ้นจากการย่อยสลายพืชตายแล้วไว้ในดินต่อไป

จากการศึกษาพบว่า ยิ่งไม่รบกวนดินมากเท่าไร ยิ่งเก็บคาร์บอนได้มากเท่านั้น

นักวิจัยได้เปรียบเทียบดินระหว่างที่มีการไถพรวนและไม่มีการไถพรวน พบว่า หากไม่ไถพรวนก่อนจะมีโพรงอากาศในดินขนาดเล็กกว่าและจำนวนน้อยกว่า ซึ่งหมายถึงการเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่น้อยกว่า โดยช่องอากาศเหล่านี้เกิดจากไส้เดือนขุดและรากไม้ที่เจริญเติบโตในช่วงที่ไม่มีการไถดิน แม้จะมีโพรงน้อยกว่าแต่ยังคงมีรูพรุนเพียงพอให้ระบายน้ำและให้รากได้แผ่ขยายเพื่อหาน้ำในดินได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในช่วงแล้งจัดที่เกิดบ่อยขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

นอกจากคาร์บอนไดออกไซด์แล้ว จุลินทรีย์ในดินในพื้นที่เพาะปลูกยังสามารถสร้างก๊าซมีเทนและก๊าสไนตรัสออกไซด์ที่เป็นก๊าซเรือนกระจกได้เช่นกัน ซึ่งก๊าซทั้งสองมีประสิทธิภาพในการดักจับความร้อนในชั้นบรรยากาศได้มากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์หลายร้อยเท่า

การทำเกษตรแบบไม่ไถพรวนดินนั้นปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งสามประเภทลดลงถึง 30% โดยลดลงมากที่สุดในพื้นที่เพาะปลูกที่ไม่มีการรบกวนดินนานประมาณ 15 ปี นี่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญหากทั่วโลกหันมาใช้เทคนิกการไม่ไถพรวน เพราะกิจกรรมภาคเกษตรทั่วโลกปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึง 26% ของปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่มาจากกิจกรรมมนุษย์ทั้งหมด

แม้ว่าจะเทคนิกการเพาะปลูกนี้มีประโยชน์หลายประการ แต่มีเกษตรกรในสหราชอาณาจักรเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ใช้วิธีนี้ ต่างกับในสหรัฐอเมริกาที่มีความนิยมแพร่หลาย เกษตรกรให้เหตุผลว่าอุปสรรคคือการต้องลงทุนซื้อเครื่องเจาะหลุม และความกังวลว่าจะได้ผลิตผลน้อยลงไปกว่าเดิม

ไร่และสวนที่ไม่มีการไถพรวนจะให้ผลผลิตน้อยกว่าจริงในช่วงแรก เพราะเมล็ดพันธุ์อาจงอกได้ยากในพื้นดินที่แข็งและมีออกซิเจนน้อย แต่การเคลื่อนที่ของไส้เดือนดินและรากไม้จะช่วยเปลี่ยนโครงสร้างของดินทำให้เมล็ดพันธุ์เติบโตได้ง่ายขึ้นเรื่อยๆ

ผู้วิจัยให้ความเห็นว่า หากต้องการให้เทคนิกการเพาะปลูกโดยไม่ต้องไถพรวนดินแพร่หลายในยุโรปมากขึ้น รัฐบาลต้องให้แรงจูงใจให้เกษตรกรเปลี่ยนรูปแบบการทำเกษตร เพื่อให้ดินอยู่ในสภาพธรรมชาติดังเดิมและกักเก็บคาร์บอนในดินไว้ได้นานหลายศตวรรษ

เทคนิกการเพาะปลูกโดยไม่รบกวนดิน เพื่อเพิ่มการกักเก็บคาร์บอนในดิน อยู่ในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
- SDG 2 ยุติความหิวโหย ในประเด็น เกษตรกรรมที่ยั่งยืนและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และช่วยพัฒนาคุณภาพดินได้ (2.4)
- SDG 13 ต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในประเด็น การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (13.2)

ที่มา: The Conversation

Last Updated on พฤษภาคม 4, 2021

Author

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศเปลี่ยนรถโรงเรียนเป็นระบบไฟฟ้า เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนและลดมลพิษทางอากาศ

ความพยายามในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อเร่งแก้ไขวิกฤติสภาพภูมิอากาศเป็นประเด็นสำคัญที่ในหลาย ๆ ประเทศพยายามหาแนวทางในการจัดการ ในปร…

สนับสนุนครูด้าน “สุขภาวะ-ทักษะความรู้-เทคโนโลยี” เพื่อเป็นกำลังสำคัญฟื้นฟูระบบการศึกษาหลังโควิด-19

การลงทุนเพื่อสนับสนุนการเตรียมความพร้อม การพัฒนา การเรียนรู้ และการเพิ่มขีดความความสามารถของ ‘ครู’ จำเป็นต่อการสร้างระบบการศึกษาที่เข้มแข็ง ยืดหยุ่นฟ…

ก้าวไกล ยื่นร่างกฎหมายสิ่งแวดล้อม 4 ฉบับ เข้าสภา หวังผลักดันแก้ปัญหา PM2.5 และ Climate Change ในเชิงโครงสร้างอย่างยั่งยืน

วันที่ 13 ธันวาคม 2566 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคก้าวไกล นำโดย พูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ และ ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.

ประกาศผู้ชนะ SDG Action Awards ประจำปี 2022 สะท้อนแรงบันดาลใจ ในการลงมือทำตามเป้าหมาย SDGs

เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2565 ได้มีการประกาศผู้ชนะ UN SDG Action Awards ครั้งที่ 5 ณ กรุงบอนน์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เพื่อสนับสนุนการดำเนินการ

ค้นหา