ผู้ขับขี่ที่มีความผิดปกติด้านการนอนเพราะทำงานกะดึก เพิ่มความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน 300%

งานวิจัยในวารสาร Safety Science ระบุว่า คนที่มีอาการ Shift Work Sleep Disorder (SWSD) หรือ ความผิดปกติด้านการนอนที่เกิดจากการมีเวลาทำงานที่ไม่ปกติ เช่น การทำงานเป็นกะเช้าหรือกะดึก จะมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์มากกว่าถึง 3 เท่า

Praveen Edara ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อมแห่ง University of Missouri ผู้วิจัยใช้ข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุทางการจราจร 1892 ครั้งที่เกิดขึ้นในหกรัฐของสหรัฐอเมริกาเพื่อการวิเคราะห์ ระบุว่า “การค้นพบนี้มีนัยสำคัญหลายประการ รวมถึงความจำเป็นในการคิดมาตรการรับมือทางวิศวกรรมเพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้น

“มาตรการดังกล่าวอาจรวมถึง ความพร้อมใช้งานของพื้นที่พักผ่อนบนทางหลวง การแสดงข้อความจากริมถนนและการแสดงข้อความในรถเพื่อกระตุ้นความสนใจของผู้ขับขี่ให้มีสติและตื่นตัว และวิธีการส่งเสริมให้ผู้ขับขี่ที่อาจมีกะทำงานช่วงดึกใช้รูปแบบการเดินทางอื่นๆ เช่น การขนส่งสาธารณะหรือการเดินทางร่วมกับผู้อื่น (ride-sharing)”

ความต้องการในการเปิดดำเนินการธุรกิจทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมงเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ทำให้คนทำงานหลายคนต้องเปลี่ยนแปลงวันทำงานแบบเดิมที่เคยกำหนดไว้คือ 9.00 น. ถึง 17.00 น. ไปทำงานเป็นกะในช่วงกลางคืนซึ่งทำให้ร่างกายกับนาฬิกาชีวิตไม่สัมพันธ์กัน ทำให้ต้องเผชิญภาวะนอนหลับยาก และนำไปสู่อาการ Shift Work Sleep Disorder (SWSD) ในที่สุด

ผู้ขับขี่ที่มีความผิดปกติ SWSD จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนเพิ่มขึ้นเกือบ 300% ในขณะที่ผู้ขับขี่ที่มีอาการหยุดหายใจขณะหลับหรือมีภาวะนอนไม่หลับ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุขึ้นเพียงแค่ประมาณ 30% เท่านั้น

ผู้วิจัยกล่าวว่า เขาหวังว่าผลการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่าความเสี่ยงสูงสำหรับการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนจากภาวะง่วงนอนในช่วงกลางวัน (daytime sleepiness) นี้จะช่วยดึงความสนใจให้ผู้เกี่ยวข้องหามาตรการรักษาความปลอดภัยผู้ขับขี่ รวมถึงเพิ่มตัวเลือกการเดินทางที่ไม่ต้องขับรถเอง เช่น การใช้บริการรถโดยสาร หรือ ยานพาหนะไร้คนขับให้มากขึ้น เพื่อป้องการการเกิดอุบัติเหตุและความสูญเสียต่อทั้งผู้ขับขี่และผู้ใช้ท้องถนนร่วมกัน

อุบัติเหตุบนท้องถนนที่มาสาเหตุมาจากสภาพการทำงานที่ไม่ปกติ เกี่ยวข้องกับ SDGs ในเป้าหมาย ..
- SDG3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ในประเด็น การตายและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนน (3.6)
- SDG8 งานที่ดีและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ในประเด็น ปกป้องสิทธิแรงงานและส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและมั่นคงสำหรับผู้ทำงานทุกกลุ่ม (8.8)

ที่มา: Futurity

Last Updated on มิถุนายน 2, 2021

Author

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

World Economic Forum เผยเหตุการณ์ ‘สภาพภูมิอากาศสุดขั้ว’ ติดอันดับหนึ่ง ความเสี่ยงโลกในทศวรรษหน้า

โลกจะเผชิญกับความแตกแยกที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการแบ่งขั้วทางสังคมและการเมืองที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งการแข่งขันกันของฝ่ายอำนาจปานกลางและมหาอำนาจ เมื่อวันท…

โครงการ Carbon Mapper วางแผนปล่อยกลุ่มดาวเทียมโคจรรอบโลก เพื่อตรวจจับจุดปล่อยก๊าซเรือนกระจก

กลุ่มดาวเทียมจะถูกปล่อยขึ้นโคจรรอบโลกในทศวรรษนี้ เพื่อระบุตำแหน่งของจุดปล่อยก๊าซเรือนกระจกปริมาณมากสู่ชั้นบรรยากาศ อันเป็นต้นเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภา…

ประกาศผู้ชนะ SDG Action Awards 2023 – สะท้อนการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืน และความยุติธรรมทางสังคม

ประกาศผู้ชนะ UN SDG Action Awards ประจำปี 2566 ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2566 ณ กรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี เป็นรางวัลสำหรับความสำเร็จในการสนับสนุ…

วิกฤตสภาพภูมิอากาศ อาจทำให้คนมากถึง 8 พันล้านคนทั่วโลกเสี่ยงต่อมาลาเรียและไข้เลือดออก เพราะอากาศอุ่นขึ้น

หากระดับก๊าซเรือนกระจกยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจมีคนมากกว่า 8 พันล้านคนทั่วโลกที่มีความเสี่ยงต่อมาลาเรียและไข้เลือดออกภายในปี 2080 ตามการคาดการณ์…

ค้นหา