ครบ 1 ปี สนธิสัญญาทะเลหลวง มีเพียง “ปาเลา” และ “ชิลี” ให้สัตยาบัน ห่วงบังคับใช้จริงไม่ได้หากให้สัตยาบันไม่ครบ 60 ประเทศ

วันที่ 4 มีนาคม 2567 ครบรอบหนึ่งปีการบรรลุข้อตกลงสนธิสัญญาทะเลหลวง (High Seas Treaty) ในการประชุมสหประชาชาติ “Intergovernmental Conference on BBNJ” ซึ่งต่อมามีประเทศกว่า 87 ประเทศร่วมลงชื่อรับรองอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกันยายน 2566 อย่างไรก็ตาม สนธิสัญญาข้างต้น จะยังไม่มีผลบังคับใช้ จนกว่าจะมีการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยมหาสมุทร (UN Ocean Conference) ในปี 2568 และต้องมีอย่างน้อย 60 ประเทศให้สัตยาบันต่อสนธิสัญญานี้  ขณะที่ปัจจุบันมีประเทศที่ให้สัตยาบันสนธิสัญญาและบรรจุเป็นกฎหมายในประเทศเพียง 2 ประเทศเท่านั้น คือชิลีและปาเลา

Laura Meller หัวหน้าโครงการ Protect The Oceans ของกรีนพีซกล่าวว่า “ข้อตกลงสนธิสัญญาทะเลหลวงเมื่อปีที่แล้วเป็นสัญญาณที่บอกว่า ภายในโลกที่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย การปกป้องระบบนิเวศยังคงสำคัญกว่าการต่อสู้ทางการเมืองและผลประโยชน์ของบริษัท การบรรลุข้อตกลงสนธิสัญญาทะเลหลวงถูกประกาศด้วยประโยคที่ว่า ‘เรือได้ถึงฝั่งแล้ว’ แต่หากเรือลำนี้จะสามารถปกป้องมหาสมุทรได้จริง รัฐบาลอย่างน้อยหกสิบประเทศต้องให้สัตยาบันต่อสนธิสัญญาก่อนเวลาจะหมด”

Laura Meller ยังเสริมอีกว่า “ปัจจุบันมีเพียงชิลีและปาเลาเท่านั้นที่ให้สัตยาบันต่อสนธิสัญญา ทั้งสองประเทศนี้ได้ส่งสัญญาณว่ามันถึงเวลาแล้วที่เราต้องร่วมกันปกป้องสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล แม้จะมีบางประเทศที่เริ่มกระบวนการให้สัตยาบัน แต่ยังถือว่าช้าเกินไป เราหวังว่าพวกเขาจะเดินรอยตามชิลีและปาเลา เพื่อให้เราสามารถเริ่มงานในการปกป้องมหาสมุทรจริง ๆ เสียที”

ด้าน ณิชนันท์ ตัญธนาวิทย์ หัวหน้าโครงการรณรงค์ด้านทะเลและมหาสมุทร กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “ในส่วนของประเทศไทย ปัจจุบันยังไม่ได้มีการลงนามเต็มหรือลงนามจริง (signature) ที่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความยินยอมเข้าผูกพันตามสนธิสัญญา ที่จะไปสู่การให้สัตยาบัน (ratification) ในขั้นต่อไป แต่ทั้งนี้ เราก็เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลไทยที่จะเร่งผลักดันกระบวนการดังกล่าว เราว่าจะได้เห็นประเทศไทยเป็นชาติแรก ๆ ในภูมิภาค ที่เป็นผู้นำในการปกป้องมหาสมุทรของโลก โดยขณะนี้ประเทศในอาเซียนที่ได้ลงนามแล้ว ประกอบด้วย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ลาว”

ทั้งนี้  สนธิสัญญาฉบับนี้นับว่ามีความสำคัญมากเนื่องจากส่งผลต่อการบรรลุเป้าหมายการปกป้องมหาสมุทรให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 30 ภายในปี 2573 ตามแผน 30×30 (30×30: A Blueprint for Ocean Protection) ที่กำหนดขึ้นเพื่อป้องกันเเละฟื้นฟูมหาสมุทรจากผลกระทบให้ได้ร้อยละ 30 ภายในสิบปี คือระหว่างปี 2564 – 2573 และเป็นเป้าหมายที่นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าเป็นขั้นต่ำที่จำเป็นสำหรับการดูแลฟื้นฟูพื้นที่มหาสมุทร นั่นเท่ากับว่าเราจะไม่สามารถปกป้อง 1 ใน 3 ของมหาสมุทรทั่วโลกได้ 

ประชาชนสามารถร่วมลงชื่อ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลให้สัตยาบันสนธิสัญญาได้ที่: https://act.seasia.greenpeace.org/th/th/protect-the-ocean

● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
– รัฐบาล-เอกชนทั่วโลก ผนึกกำลังขับเคลื่อน 410 ข้อผูกพัน เพื่อการพัฒนามหาสมุทรที่ยั่งยืน ในการประชุม Our Ocean Conference 2022
– ทศวรรษแห่งสมุทรศาสตร์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนกับ 4 โซลูชันจากโครงการ Flagship ที่ออกสำรวจใต้ท้องทะเลลึก
– SDG Updates | ท่ามกลางคราบน้ำมัน และ Climate Change: ทะเลและมหาสมุทรยังเป็นความหวังใหม่
– SDG Recommends | เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างเรากับทะเลและมหาสมุทรมากขึ้นผ่าน Ocean Literacy
– เสียงส่วนใหญ่ใน IUCN World Conservation Congress เห็นชอบห้ามทำเหมืองแร่ใต้ทะเลลึกชั่วคราว
– จังหวัดปาปัวตะวันตกคงความอุดมสมบูรณ์ทางทะเลได้ดีขึ้น เพราะการกำหนดพื้นที่คุ้มครองและบทบาทนำของชุมชนรอบชายฝั่ง
 – 4 ประเทศลาตินอเมริกา ประกาศ “แนวระเบียงพื้นที่คุ้มครองทางทะเลแปซิฟิกเขตร้อนตะวันออก” มากกว่า 500,000 ตร.กม.
ประชุม IGC-5.2 ไทยและอีกเกือบ 200 ประเทศ ลงนามใน ‘สนธิสัญญาทะเลหลวง’ ใบเบิกทางคุ้มครองความอุดมสมบูรณ์ในน่านน้ำสากล

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG14 ทรัพยากรทางทะเล
– (14.2) บริหารจัดการและปกป้องระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืนเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบทางลบที่มีนัยสำคัญ รวมถึงโดยการเสริมภูมิต้านทานและปฏิบัติการเพื่อฟื้นฟู เพื่อบรรลุการมีมหาสมุทรที่มีสุขภาพดีและมีผลิตภาพ ภายในปี 2563
– (14.4) ภายในปี 2563 ให้กำกับในเรื่องการเก็บเกี่ยวและยุติการทำประมงเกินขีดจำกัด การประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม และแนวปฏิบัติด้านการประมงที่เป็นไปในทางทำลายอย่างมีประสิทธิภาพและดำเนินการให้เป็นไปตามแผนการบริหารจัดการที่อยู่บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ เพื่อจะฟื้นฟูมวลสัตว์น้ำ (fish stock) ในเวลาที่สั้นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อย่างน้อยที่สุดในระดับที่สามารถไปถึงระดับผลผลิตการประมงสูงสุดที่ยั่งยืน (maximum sustainable yield) ตามคุณลักษณะทางชีววิทยาของสัตว์น้ำเหล่านั้น
– (14.c) เพิ่มพูนการอนุรักษ์และการใช้มหาสมุทรและทรัพยากรเหล่านั้นอย่างยั่งยืน โดยการดำเนินการให้เกิดผลตามกฎหมายระหว่างประเทศตามที่สะท้อนใน UNCLOS ซึ่งเป็นกรอบทางกฎหมายสำหรับการอนุรักษ์และการใช้มหาสมุทรและทรัพยากรเหล่านั้นอย่างยั่งยืน ตามที่ระบุในย่อหน้าที่ 158 ของเอกสาร The Future We Want
#SDG17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
– (17.14) ยกระดับความสอดคล้องเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
– (17.17) สนับสนุนและส่งเสริมหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาครัฐ-ภาคเอกชน และประชาสังคม สร้างบนประสบการณ์และกลยุทธ์ด้านทรัพยากรของหุ้นส่วน

แหล่งที่มา : ครบรอบหนึ่งปีสนธิสัญญาทะเลหลวง กรีนพีซจี้รัฐบาลเร่งให้สัตยาบันปกป้องมหาสมุทร (Green Peace Thailand) 

ผลงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภายใต้โครงการกลยุทธไตรพลังในการดำเนินการเพื่อสุขภาวะและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย

Author

  • Knowledge Communication | สนใจประเด็นสันติภาพ ความมั่นคงมนุษย์ เเละสิ่งเเวดล้อมทางทะเล ใช้ชีวิตโดยเชื่อในสมดุลมากกว่าความสมบูรณ์เเบบ

ผู้เขียน

  • Knowledge Communication | สนใจประเด็นสันติภาพ ความมั่นคงมนุษย์ เเละสิ่งเเวดล้อมทางทะเล ใช้ชีวิตโดยเชื่อในสมดุลมากกว่าความสมบูรณ์เเบบ

    View all posts

RELATED

Global Women’s Health Index ครั้งแรกของดัชนีชี้สุขภาพของผู้หญิงจากหลากมิติ

สุขภาพของผู้หญิงต้องพิจารณาจากหลากมิติ (multidimensional) บริษัทเทคโนโลยีด้านสุขภาพ Hologic จึงร่วมกับ Gallup World Poll พัฒนาตัวชี้วัดเพื่อศึกษาสุขภ…

การประชุม Our Ocean Conference ครั้งที่ 10 บรรลุ 277 ข้อผูกพันใหม่เพื่อมหาสมุทรที่ยั่งยืน – มูลค่าถึง 9.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

การประชุม “Our Ocean Conference ครั้งที่ 10” จัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 – 30 เมษายน พ.ศ. 2568 ณ เมืองปูซาน

‘ทีมผู้ลี้ภัย’ ในโตเกียวโอลิมปิก 2020 สัญลักษณ์ของความหวังและการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังในเกมกีฬา

ทีมนักกีฬาผู้ลี้ภัยซึ่งประกอบไปด้วยสมาชิกทั้งหมด 29 คน ได้อพยพจากประเทศบ้านเกิดที่อยู่ท่ามกลางความขัดแย้งและการกดขี่ข่มเหงที่ยังไม่มีท่าทีจะสิ้นสุดด้…

UNEP ชี้เงินลงทุนทำลายธรรมชาติ สูงกว่าเงินปกป้องถึง 30 เท่า เรียกร้องเร่งเปลี่ยนทิศทางสู่  ‘Nature-based Solutions’

โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme: UNEP) เผยข้อค้นพบจากรายงานฉบับใหม่ว่าปัจจุบัน การจัดสรรเงินทุนของโลกยังขาดสม…

ค้นหา