อ่านรายงานล่าสุด ‘สถานะสภาพภูมิอากาศของโลก 2563’: ดู Climate Change ว่าเป็นอย่างไรในช่วง 28 ปีที่ผ่านมา

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization) เคยได้ออก ‘สถานะของสภาพภูมิอากาศ’ เอาไว้เมื่อปี 2536 และล่าสุดปีนี้ ได้เผยแพร่ ‘สถานะของสภาพภูมิอากาศ 2563’ (State of the Global Climate 2020) โดยข้อมูลซึ่งเก็บมาร่วม 28 ปีบนฐานของภูมิอากาศวิทยาและกฎธรรมชาติ ตลอดจนตัวชี้วัดหลักและข้อมูลผลกระทบที่ปรากฎในรายงานเล่มนี้ ได้เผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญและหนักหน่วงตลอดช่วงเวลาหลายปี อาทิ อุณหภูมิทางบกและทะเลสูงขึ้น ระดับน้ำทะเลสูงขี้น ความเป็นกรดในทะเลสูงขึ้นอันเป็นผลมาจากการดูดซับก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของมนุษย์ ธารน้ำแข็งและน้ำแข็งทะเลละลาย รูปแบบการเกิดหยาดน้ำฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงว่าภัยพิบัติที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาวะน้ำท่วม ภัยแล้ง หรือไฟป่า ที่ทำให้มีการสูญเสียและความเสียหายร้ายแรงขึ้น ส่งผลกระทบต่อผู้คน การพัฒนาทางสังคมและเศรษฐกิจ การอพยพโยกย้ายถิ่นฐานและการพลัดถิ่น ความมั่นคงทางอาหาร และระบบนิเวศทางบกและทางทะเล

ข้อมูลจากรายงานโดยสังเขป มีดังนี้

1 – ก๊าซเรือนกระจก

  • ระดับก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศที่มาจากกิจกรรมของมนุษย์ เป็น ‘ปัจจัยหลัก’ ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • ก๊าซเรือนกระจก 3 ตัวหลัก ได้แก่ คาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน และไนตรัสออกไซด์
  • แม้ว่าปี 2562 – 2563 โลกจะประสบกับโรคระบาด แต่นั่นไม่ได้หยุดยั้งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีเพิ่มขึ้นในโลกเลย

2 – อุณหภูมิโลก



เข้าถึงรายงานได้ที่ : State of Global Climate 2020
  • ปี 2563 เป็นปีหนึ่งที่ร้อนที่สุด ในทศวรรษของปี 2554 – 2563 ที่เรียกได้ว่า ‘ร้อนที่สุด’แม้ว่าจะเกิดปรากฎการณ์ La Niña ซึ่งทำให้อุณหภูมิพื้นผิวน้ำในมหาสมุทรเย็นขึ้น
  • อุณหภูมิเฉลี่ยในโลกสูงขึ้น 1.2 องศาเซลเซียส มากกว่าระดับอุณหภูมิก่อนยุคอุตสาหกรรม 2393 – 2443 (1850 – 1900)
  • ตั้งแต่กลางปีทศวรรษที่ 2523 (1980) อุณหภูมิอากาศบริเวณอาร์กติกร้อนเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของโลกอย่างน้อย 2 เท่า ขณะที่พืดน้ำแข็งและธารน้ำแข็งกรีนแลนด์ละลายลงในช่วงเวลาเดียวกัน และอุณหภูมิชั้นดินเยือกแข็งคงตัว (permafrost) สูงขึ้น

3 – เหตุการณ์รุนแรงขึ้น

  • อุณหภูมิที่สูงขึ้นทั่วโลกส่งผลให้เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วรุนแรง ทั้งคลื่นความเย็นและคลื่นความร้อน น้ำท่วม ภัยแล้ง ไฟป่า พายุ และหยาดน้ำฟ้ารุนแรงที่มีรูปแบบของการเกิดขึ้นและในปริมาณที่ไม่ปกติในแอฟริกาเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ เอเชียใต้และตะวันออก ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปอเมริกาเหนือและแคริบเบียน และยุโรปตะวันออกเฉียงเหนือ

4 – ความร้อนของมหาสมุทร

  • 90% ก๊าซเรือนกระจกที่ล้นเกินและสะสมในโลกไปปรากฏอยู่ที่มหาสมุทร จนเรียกได้ว่าเป็น ‘คลื่นความร้อนทางทะเล’ (Marine Heatwaves) ซึ่งในปี 2563 มหาสมุทรมากกว่า 80% ของทั้งหมดต่างเผชิญกับคลื่นความร้อนทางทะเลมาแล้วอย่างน้อย 1 ครั้ง ที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตในทะเลและชุมชนที่พึ่งพาทะเล

5 – ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น

เข้าถึงรายงานได้ที่ : State of Global Climate 2020
  • จากเหตุที่อุณหภูมิในมหาสมุทรเพิ่มสูงขึ้น กอปรกับธารน้ำแข็ง/พืดน้ำแข็ง/น้ำแข็งทะเลในหลายจุดของโลกละลายลง ก็ทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ย 3.29 (+/- 0.3) มม.ต่อปี โดยสูงขึ้นมากที่สุดในปี 2563 และมีช่วงที่ลดลงบ้างเล็กน้อยซึ่งเกี่ยวพันกับปรากฎการณ์ La Niña ในแถบแปซิฟิก

6 ธารน้ำแข็งละลาย

  • มีผลต่อบริการระบบนิเวศและแหล่งน้ำจืดทั่วโลก และมีผลโดยตรงต่อสภาพภูมิอากาศในโลกและการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะว่าเป็น ‘ตัวชี้วัด’ ที่ชัดเจนและเป็นประโยชน์ในการทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

7 ความเป็นกรดในมหาสมุทร

  • ได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพราะมหาสมุทรจะดูดซับก๊าซเหล่านั้นอันมีที่มาจากกิจกรรมของมนุษย์ เอาไว้ถึง 23% ในทุกปี เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและบริการระบบนิเวศอันหมายรวมถึงความมั่นคงทางอาหาร – การประมงและการทำฟาร์มสัตว์น้ำ และทำให้แนวปะการังซึ่งช่วงเป็นเกราะป้องกันชายฝั่งอ่อนแอลง ส่งผลต่อการปกป้องชายฝั่งและการท่องเที่ยว
ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในแต่ละมิติที่มีต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เข้าถึงรายงานได้ที่ : State of Global Climate 2020

โดยผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้คนต้องอพยพโยกย้ายถิ่นฐานหรือพลัดถิ่นจากพื้นที่ที่เปราะบางจากสภาพภูมิอากาศหรือภัยพิบัติที่รุนแรง ซึ่งในช่วงปี 2553 – 2562 เหตุการณ์ที่เกี่ยวกับอากาศเป็นเหตุให้คนต้องพลัดถิ่นราว 23.1 ล้านคนต่อปีโดยเฉลี่ย โดยประมาณ 9.8 ล้านคนที่พลัดถิ่นอยู่ในบริเวณเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแหลมแอฟริกา (ข้อมูลครึ่งปีแรกของ 2563)

อ่านต่อเรื่อง Climate Migration ที่ : https://www.sdgmove.com/2021/03/18/anyone-can-face-climate-migration/

และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติยังเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่กระทบทำให้เกิด ‘ความไม่มั่นคงทางอาหาร’ ด้วย

ดังนั้น เพื่อที่จะลดผลกระทบเชิงลบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประชากรโลกจะต้องช่วยกันประคองอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นอยู่นี้ให้คงที่ระดับ 1.5 องศาเซลเซียสจากปีก่อนยุคอุตสาหกรรม หมายถึงทั่วโลกจะต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 45% จากระดับในปี 2553 ภายในปี 2573 และผลักดันไปสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ภายในปี 2593

‘เรามีเทคโนโลยีที่จะช่วยเราได้ แต่ความมุ่งมั่นและการลงมือทำของโลกตอนนี้ยังคงช้ากว่าที่จำต้องทำ’ – António Guterres, เลขาธิการ UN

● เข้าถึง Climate Indicators Storymap

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG13 ในด้านสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภุมิอากาศและภัยพิบัติมีความเสี่ยงและผลกระทบต่อ #SDG1 ความยากจนที่เพิ่มขึ้น #SDG2 ความไม่มั่นคงทางอาหาร #SDG3 ปัญหาสุขภาพ #SDG6 ขาดแคลนน้ำ #SDG9 โครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหาย #SDG10 ความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้น #SDG11 กระทบต่อเมืองและทำให้เกิดการพลัดถิ่นของประชากร #SDG14 น้ำทะเลสูงขึ้น-ความเป็นกรดในทะเลย่อมกระทบกับระบบนิเวศในทะเล #SDG15 การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต และ #SDG16 อาจนำมาซึ่ง ‘ความขัดแย้ง’

แหล่งที่มา:
https://reliefweb.int/report/world/state-global-climate-2020
https://public.wmo.int/en/our-mandate/climate/wmo-statement-state-of-global-climate
https://knowledge4policy.ec.europa.eu/publication/state-global-climate-2020_en

Last Updated on มกราคม 12, 2022

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

ตัวเลขผู้ต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม จะสูงเป็นประวัติการณ์ในปี 2022 สวนทางกับเงินบริจาคจากนานาชาติ

รายงานฉบับล่าสุดจากหน่วยงานด้านมนุษยธรรมขององค์การสหประชาชาติ ระบุว่า ในปี 2022 จะมีประชาชน 274 ล้านคนทั่วโลกที่ต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม (hu…

จุฬาฯ และ มช. ติดอันดับ Top 100 ของโลกจากการจัดอันดับมหาวิทยาลัย THE Impact Rankings 2022

THE Impact Rankings ประจำปี 2022 มีจำนวนมหาวิทยาลัย 1,406 แห่งใน 106 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมการจัดอันดับ

‘จุฬาฯ’ ได้อันดับที่ 16 ของโลก ตามมาด้ว…

เอเชียแปซิฟิกจะฟื้นคืนจากโรคระบาด เมื่อมีนโยบายที่ประสาน ‘สุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม’

เมื่อวันที่ 23- 26 มีนาคมที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) จัดการประชุมหารือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย-แปซิฟิ…

9 ข้อที่จะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศในมหาวิทยาลัยเพื่อสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีและคุณค่าของนักศึกษา LGBTQ

การมีห้องน้ำที่ทุกเพศสามารถใช้ได้ นโยบายที่ไม่เลือกปฏิบัติแต่ส่งเสริมอัตลักษณ์ทางเพศ และการที่นักศึกษาสามารถเลือก/เปลี่ยนชื่อในประวัติและเอกสารของมหา…

ค้นหา