คนทำงานดูแลในสหราชอาณาจักร ต้องเผชิญภัยสุขภาพจากควันบุหรี่มือสองในที่พักอาศัยของผู้รับบริการ

จากงานวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้ บนวารสาร Annals of Work Exposures and Health ได้คาดการณ์ว่ามีแรงงานในสหราชอาณาจักรประมาณหนึ่งล้านคนได้รับควันบุหรี่มือสองเป็นประจำขณะทำงาน ซึ่งแรงงานส่วนใหญ่อยู่ในภาคงานดูแลผู้ที่มีความต้องการเป็นพิเศษตามที่พักอาศัย อันได้แก่ พยาบาล ผู้ดูแล และงานอื่นๆ ที่ให้บริการที่บ้าน

การสัมผัสมลพิษทางอากาศอนุภาคเล็กในระดับสูงเป็นระยะเวลาสั้น เช่น จากควันบุหรี่มือสอง เชื่อมโยงกับการเกิดอาการหัวใจวายและปัญหาระบบไหลเวียนโลหิตอื่นๆ ในผู้ที่มีความเสี่ยงสูง รวมทั้งการเกิดโรคหอบหืดด้วย ในระยะยาว การได้รับควันบุหรี่เป็นประจำอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ปัญหาปอด และแม้กระทั่งโรคหลอดเลือดสมอง

หลายหน่วยงานที่ให้บริการงานดูแลที่บ้าน ซึ่งรวมถึงหน่วยงานบริการสาธารณสุขแห่งชาติ หรือ NHS ได้กำหนดนโยบายเพื่อแก้ปัญหาและพยายามปกป้องสุขภาพคนทำงานจากควันบุหรี่มือสองในที่พักอาศัย ด้วยการขอให้ลูกค้าหรือผู้รับบริการไม่สูบบุหรี่เป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงก่อนผู้ดูแลจะมาที่บ้าน แต่จากงานวิจัยก็ยังพบว่ามีผู้รับบริการที่ไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำนี้อยู่ อย่างไรก็ตาม ก็มีผลจากงานวิจัยที่ระบุว่าควันบุหรี่มือสองในระดับที่เป็นอันตรายสามารถคงอยู่ในบ้านได้นานกว่าห้าชั่วโมงหลังจากมีการสูบบุหรี่ไปแล้ว เพราะฉะนั้นการขอให้งดเว้นเพียงหนึ่งชั่วโมง ไม่เพียงพอที่จะทำให้อากาศกลับมาสะอาดอีกครั้ง

สถานการณ์ที่คนดูแลต้องเผชิญควันบุหรี่มือสองในที่พักอาศัยของผู้รับบริการ ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า ระหว่างสิทธิของคนทำงานในการมีอากาศสะอาดในที่ทำงานเหมือนอาชีพอื่น และ สิทธิของผู้ได้รับบริการหรือเจ้าของบ้านที่สามารถสูบบุหรี่ในที่พักอาศัยของตนเองได้ ควรให้ความสำคัญกับสิทธิของใครก่อนกัน

แม้จะยังไม่มีทางออกที่สมดุลระหว่างสองฝั่ง แต่ผลจากการระบาดของโควิด-19 ทำให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัยแทบจะตลอดเวลา และการใช้หน้ากากอนามัยคุณภาพสูง เช่น N95 สามารถลดจำนวนอนุภาคควันที่คนทำงานหายใจเข้าไปได้บ้าง แม้จะไม่สามารถกรองสารพิษได้ทั้งหมด แต่ก็เป็นทางออกในระดับพอยอมรับได้สำหรับการใช้เวลาระยะสั้นๆ ในที่พักอาศัยที่มีปัญหาควันบุหรี่มือสอง นอกจากนั้น ความนิยมใช้เครื่องปรับอากาศที่เพิ่มขึ้น ก็ช่วยลดฝุ่นควันอนุภาคขนาดเล็กในบ้านได้ระดับหนึ่ง

นักวิจัยแสดงความเห็นว่า ปัจจุบันในสหราชอาณาจักร มีกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ภายในรถโดยที่มีเด็กโดยสารอยู่ภายในด้วยเพราะมีการให้ความสำคัญต่อการรักษาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนให้ปลอดภัยจากสารพิษของควันบุหรี่มือสอง ในอนาคต สังคมอาจเลือกที่จะปฏิเสธแนวคิดเรื่อง ‘สิทธิในการสูบบุหรี่ในบ้าน’ โดยสิ้นเชิง เพราะมีการเปลี่ยนความคิดมาคำนึงถึงสารพิษที่ถูกปล่อยสู่อากาศมากขึ้น อีกทั้งตัวเลือกผลิตภัณฑ์ทดแทนนิโคตินก็มีอยู่อย่างแพร่หลายและราคาถูกสามารถใช้ทดแทนการสูบบุหรี่ได้

การสัมผัสควันบุหรี่มือสองเป็นสาเหตุของโรคร้าย และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรประมาณ 800,000 รายทั่วโลกในแต่ละปี นโยบายทำบ้านให้เป็นพื้นที่ปลอดบุหรี่ไม่เพียงมีประโยชน์ต่อคนทำงานดูแลเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์กับเด็กในสก็อตแลนด์ 1 ใน 9 คนที่ต้องอาศัยอยู่ในบ้านที่มีควันบุหรี่ด้วย

ควันบุหรี่มือสองและผลกระทบต่อสุขภาพคนทำงาน เกี่ยวข้องกับ SDGs ในเป้าหมาย ..
- SDG3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ในประเด็น ลดการตายก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อ (3.4) การปฏิบัติตามกรอบอนุสัญญาขององค์การอนามัยโลก โดยเฉพาะเรื่องยาสูบ (3.a)
- SDG8 งานที่มีคุณค่าและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ในประเด็น ปกป้องสิทธิแรงงานและส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและมั่นคงสำหรับผู้ทำงานทุกกลุ่ม (8.8)

ที่มา : The Conversation

Last Updated on มิถุนายน 21, 2021

Author

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

อุณหภูมิที่สูงขึ้นในรัสเซียเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของโลก ทำให้ประเทศเปราะบางต่อผลกระทบของ climate change

สำนักงานอุตุนิยมวิทยามอสโก รายงาน (14 เม.ย.2564) อากาศในรัสเซียวันนี้ร้อนที่สุดในรอบกว่า 140 ปี ที่ 21 องศาเซลเซียส สูงกว่าสถิติเดิมที่ 20.4 องศาเซลเ…

Funding Opportunities I แนะนำทุนวิจัยที่น่าสนใจด้านการขับเคลื่อนนโยบาย SDG ในระดับชาติและภูมิภาค และด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

สำหรับสัปดาห์นี้ขอแนะนำโครงการและโอกาสของการสนับสนุนด้านเงินทุนและองค์ความรู้ที่สอดคล้องกับการวิจัยระดับแนวหน้าด้านการขับเคลื่อนนโยบาย SDG ในระดับชาต…

รายงานความเหลื่อมล้ำโลก ปี 2569 ชี้ทรัพยากรจากประเทศยากจนยังคงไหลสู่ประเทศร่ำรวย และจัดให้ ‘ไทย’ เหลื่อมล้ำสุดในอาเซียน

ศูนย์วิจัยความเหลื่อมลํ้าโลก (World Inequality Lab) เผยแพร่ รายงานความเหลื่อมลํ้าโลก 2569 (World Inequality Report– WIR 2026) ซึ่งเป็นรายงานหลักฉบับท…

การคุ้มครองทางสังคมและกฎหมายในยุคที่แรงงาน “ทำงานอยู่บ้าน” ควรเป็นอย่างไร ในรายงานล่าสุดของ ILO มีคำแนะนำ

เขียนเมื่อ 15 มกราคม 2564 ถิรพร สิงห์ลอ

ตั้งแต่ที่นานาประเทศใช้มาตรการรักษาระยะห่าง จำกัดการเดินทางและกิจกรรมในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 จำนวนคน…

ค้นหา