‘ความไม่มั่นคงทางโภชนาการ’ : ปัญหาด้านอาหารที่แท้จริงของสหรัฐฯ ที่กระทบต่อสุขภาพที่ดีของชาวอเมริกัน

บทความ Prioritizing Nutrition Security in the US เผยแพร่ใน JAMA Network ระบุว่าประเด็นความไม่มั่นคงทางอาหาร (food insecurity) ในสหรัฐฯ ต้องพูดใหม่ว่าเป็นเรื่อง ‘ความไม่มั่นคงทางโภชนาการ’ (nutrition insecurity) เพราะปัญหาด้านอาหารตามบริบทของสหรัฐฯ เป็นเรื่องของโรคอ้วนและโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่สามารถนำไปสู่โรคอื่น ๆ ได้ โดยเป็นสาเหตุของจำนวนการเจ็บป่วย การเสียชีวิต และการใช้งบประมาณทางสาธารณสุขจำนวนมากของประเทศ

การชี้ปัญหาให้ตรงจุดอย่างแท้จริงก็เพื่อจะนำไปสู่การดำเนินการได้ถูกประเด็นและออกแบบนโยบายการเข้าถึงอาหาร ที่ไม่ใช่แค่มีอาหารเพียงพอเท่านั้น แต่ต้องเป็นอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เพื่อสุขภาวะที่ดีของชาวอเมริกัน

โดยขณะที่ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของประชาชนเพิ่มสูงขึ้น ยังพบว่าประเด็นความไม่มั่นคงทางอาหารได้ส่งผลกระทบต่อผู้คนอย่างไม่สมสัดส่วนด้วย โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้น้อยกว่าโดยเปรียบเทียบ และความไม่มั่นคงทางอาหารยังสัมพันธ์อย่างแนบแน่นกับโภชนาการที่ไม่ดี (poor nutrition) กล่าวคือ ประชากรกลุ่มที่มีรายงานว่าอยู่ในภาวะไม่มั่นคงทางอาหาร มักจะเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อโรคที่เกี่ยวข้องกับสารอาหารและโภชนาการ ไม่ว่าจะเป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง หรือโรคที่เกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด

แสดงให้เห็นว่า ประเด็น ณ วันนี้ในสหรัฐฯ ต่างไปจากเดิมในทศวรรษ 1960 ที่เป็นเรื่องความหิวโหย หรือในทศวรรษที่ 1990 ซึ่งเน้นย้ำการเข้าถึงอาหารที่มีเพียงพอและราคาที่ซื้อหาได้ แต่จะต้องโฟกัสไปที่มี ‘โภชนาการ’ ด้วยซึ่งเป็นสิ่งที่หายไปจากนโยบายแห่งชาติ กล่าวคือ สหรัฐฯ มุ่งเน้นเรื่อง ‘ปริมาณ’ จนอาจหลงลืม ‘คุณภาพ’ ของอาหารไป

ผู้เขียนบทความนิยาม ‘ความมั่นคงทางโภชนาการ’ ว่าหมายถึง อาหารและเครื่องดื่มที่มีพร้อมเสมอ ที่ทุกคนคนสามารถเข้าถึงในราคาที่หาซื้อได้ และอาหารที่ว่านั้นจะต้องช่วยให้มีสุขภาพที่ดี ไปจนถึงช่วยป้องกันและอาจช่วยรักษาโรคได้

‘มันถึงเวลาของการเปลี่ยนแปลงแล้ว’ – Sheila Fleischhacker ผู้ช่วยศาสตราจารย์ Georgetown Law School หนึ่งในผู้เขียนบทความได้กล่าวเอาไว้ พร้อมกับที่ได้จัดทำร่างกฎหมายว่าด้วยเรื่องอาหาร โภชนาการ และสุขภาพ เพื่อนำไปผลักดันต่อผ่านการรณรงค์ในระดับท้องถิ่น มลรัฐ และประเทศต่อไป

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG2 ความหิวโหย ความมั่นคงทางอาหาร โภชนาการ เกษตรกรรมที่ยั่งยืน
– (2.1) ยุติความหิวโหย และ (2.2) ยุติภาวะทุพโภชนาการและแก้ไขปัญหาภาวะขาดสารอาหาร
#SDG3 สุขภาพและสุขภาวะที่ดี
– (3.4) ลดการตายก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อให้ลดลง 1 ใน 3 ผ่านการป้องกันและรักษาโรค และความเป็นอยู่ที่ดี ภายในปี 2573

แหล่งที่มา:
https://www.sciencedaily.com/releases/2021/04/210401123921.htm

Last Updated on มิถุนายน 28, 2021

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

Gender Gap Report 2024 เผยอีก 134 ปี โลกถึงจะมี ‘ความเท่าเทียมทางเพศ’ – ส่วนไทยขยับขึ้นมาอันดับ 65 ในการประเมินดัชนี

อีก 134 ปีหรือห้าชั่วอายุคนกว่าโลกจะมี ‘ความเท่าเทียมทางเพศ’ สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum: WEF) เผยแพร่รายงาน Global Gender Gap Report 2024

จากผ้าอ้อมใช้งานแล้วสู่กระดาษโน้ตติดกาว ตัวอย่างการรีไซเคิลเชิงเคมีที่ช่วยลดขยะและภาวะโลกร้อน

เป็นเรื่องยากที่โลกจะกำจัดกองภูเขาขยะจากผ้าอ้อมเปียกที่ใช้งานแล้วราว ๆ 3.5 เมตริกตันในทุก ๆ ปี ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนจึงได้คิดค้นเทคนิครีไซ…

อุบัติเหตุบนถนนเป็นสิ่งที่ป้องกันได้ โดยมีเป้าหมายลดการเสียชีวิตลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2573

“อุบัติเหตุทางท้องถนน” เป็นสาเหตุให้ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตถึง 1.3 ล้านคนต่อปี อีก 50 ล้านคนที่ได้รับบาดเจ็บ ซ้ำยังเป็นสาเหตุหลักคร่าชีวิตเด็กและคนหนุ่…

‘สุขภาวะทางจิตที่ดี’ ไม่เพียงมีประโยชน์ส่วนบุคคล แต่ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายของรัฐด้านการดูแลสุขภาพด้วย

การมีสุขภาวะทางจิตที่ดี (Mental Wellbeing) ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความเจ็บป่วยทางกายที่จะลดผลิตภาพของคน แต่ยังมีความสำคัญต่อความยั่งยืน การเ…

ค้นหา