บทเรียนผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์เชอร์โนบิลสู่เหตุไฟไหม้โรงงานผลิตโฟม ซอยกิ่งแก้ว 21

เหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานผลิตโฟม ซอยกิ่งแก้ว 21 เมื่อสองวันที่ผ่านมา ชวนให้รำลึกถึงบทเรียนการระเบิดของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในนิคมเชอร์โนบิลในสหภาพโซเวียต เมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 1986 ซึ่งเป็นหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของหายนะที่ร้ายแรงครั้งหนึ่งที่มีผลต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะจากที่สารกัมมันตรังสียังคงตกค้างอยู่ในเมือง และละแวกใกล้เคียง ไปจนถึงข้อคำถามที่มีต่อการบริหารจัดการวิกฤติสาธารณภัย

โดยแม้ว่าจะไม่สามารถเปรียบเทียบผลกระทบด้านลบจากสารกัมมันตรังสีกับสารเคมีได้เลยเสียทีเดียว แต่เหตุการณ์ในเชอร์โนบิลวันนั้น อาจช่วยทิ้ง ‘ข้อคิด’ สำคัญบางประการ ที่นำมากระตุ้นเตือนเราได้บ้างในบางมิติ และให้เท่าทันเมื่อประสบกับสถานการณ์สาธารณภัยเช่นนี้

บทวิเคราะห์จาก European Association of Geochemistry สรุปข้อคิดสำคัญ 5 ข้อไว้ ดังนี้

  1. ภัยพิบัติต่อสิ่งแวดล้อม (environmental disaster) ที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ซึ่งไม่รวมถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติ ได้สร้างความเสียหายและส่งผลกระทบในระยะยาว โดยอาจกินเวลาเป็นปี ๆ หรือกระทั่ง ศตวรรษเลยก็เป็นได้ ทั้งยังส่งผลกระทบต่อน้ำ อากาศ ดิน สิ่งมีชีวิต และมนุษย์
  2. ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมโดยส่วนใหญ่เมื่อเกิดขึ้นแล้วย่อมยากที่จะแก้ไข เพราะเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ซับซ้อน และองค์ความรู้ทั้งหมดที่เรามีในปัจจุบันนั้นยังไม่เพียงพอที่จะใช้แก้ไขและจำกัดผลกระทบที่ตามมาได้ ซึ่งไม่ใช่แค่อุบัติเหตุทางนิวเคลียร์อย่างที่เกิดขึ้นกับเชอร์โนบิล แต่รวมถึงสถานการณ์อื่น ๆ ที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน อาทิ การปล่อยมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมสู่สภาพแวดล้อม การระเบิดหรืออัคคีภัยจากสารเคมี (chemical explosion) อาวุธเคมี (chemical weapon) การรั่วไหลของน้ำมัน (oil spill)
  3.  ความพยายามที่จะลดความเสียหายย่อมมีค่าใช้จ่ายที่ต้องแลกมา ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านั้นมีค่าจำนวนมหาศาล อีกทั้งยังต้องใช้เวลาและอาจจะต้องแลกกับชีวิตมนุษย์อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น การสร้างอาคารสูงขึ้นมาเพื่อครอบซากโรงไฟฟ้าที่มีกัมมันตรังสีรุนแรงตกค้างอยู่ในนิคมเชอร์โนบิลนั้นมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีอายุการใช้งานเพียงแค่ 100 ปี เท่านั้น
ภาพอาคารสูงที่ครอบซากโรงไฟฟ้าที่มีกัมมันตรังสีรุนแรงตกค้างอยู่: bbc.com
  1. การเพิกเฉยต่อปัญหาไม่ได้ทำให้ปัญหาหายไป แต่กลับทำให้ปัญหาเหล่านั้นแย่ลง สาเหตุหลักที่ทำให้สถานการณ์ในเชอร์โนบิลเลวร้ายก็มาจากการเพิกเฉยต่อปัญหาและความพยายามที่จะปิดบังข้อมูลอันเนื่องมาจากสาเหตุทางการเมืองและการตัดสินใจทางการเมืองที่ไม่สู้ดีนัก
  2. วิทยาศาสตร์เป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนเหล่านี้ วิธีการทางวิทยาศาสตร์จะทำให้เราสามารถเข้าใจปัญหา และสามารถหาทางแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องได้

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
– (3.9) ลดการตายและป่วยจากสารเคมีอันตรายและมลพิษทางอากาศ น้ำ และดิน ให้ลดลงอย่างมากภายในปี 2573
#SDG11 สร้างเมืองและการตั้งถิ่นฐานที่ปลอดภัย
– (11.3) การพัฒนาเมืองให้ครอบคลุมและยั่งยืน การวางแผนและบริหารจัดการการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์อย่างมีส่วนร่วม บูรณาการ และยั่งยืนในทุกประเทศ ภายในปี 2573
– (11.5) ลดการจำนวนการตายและจำนวนคนที่ได้รับผลกระทบ และลดการสูญเสียจากภัยพิบัติ (disasters)
#SDG16 ส่งเสริมสันติภาพและการเข้าถึงระบบยุติธรรมอย่างเท่าเทียมกัน
– (16.6) พัฒนาสถาบันที่มีประสิทธิผล ความรับผิดชอบและโปร่งใสในทุกระดับ
– (16.7) มีกระบวนการตัดสินใจที่มีความรับผิดชอบ ครอบคลุม มีส่วนร่วม และมีความเป็นตัวแทนที่ดี ในทุกระดับการตัดสินใจ
– (16.10) สาธารณชนเข้าถึงข้อมูลและมีการปกป้องเสรีภาพขั้นพื้นฐาน

#SDGWatch #IHPP #SDG3 #SDG11 #SDG16

แหล่งที่มา:
https://blog.eag.eu.com/news/five-important-things-to-learn-from-the-miniseries-chernobyl/

Author

  • Sorravit Ma

    Knowledge Communication [Intern] | นักศึกษาฝึกงานผู้ฝันใฝ่ในสังคมที่ดีกว่า

ผู้เขียน

  • Sorravit Ma

    Knowledge Communication [Intern] | นักศึกษาฝึกงานผู้ฝันใฝ่ในสังคมที่ดีกว่า

    View all posts

RELATED

รายงาน WHO ชี้ประชากร 2.1 พันล้านคนทั่วโลกยังเข้าไม่ถึงน้ำดื่มที่สะอาด เเละกว่า 106 ล้าน ต้องพึ่งเเหล่งน้ำธรรมชาติที่ยังไม่บำบัดให้ปลอดภัย

วันที่ 26 สิงหาคม 2568 องค์การอนามัยโลก (World Health Organization) และกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (United Nations Children’s Fund) หรือยูนิเซฟ ได…

นักข่าวทั่วโลก 62 คนถูกฆาตกรรมขณะปฏิบัติงานในปี 2563 และมีอีกจำนวนมากถูกคุกคาม-ข่มขู่ทางโลกออฟไลน์-ออนไลน์

| 2 พฤศจิกายน: วันสากลว่าด้วยการยุติการไม่ต้องรับโทษของอาชญากรรมต่อนักข่าว (International Day to End Impunity for Crimes against Journalists)

ตามข…

7 ไอเดียนำ AI เข้ามาช่วยภาครัฐทำงานอย่างไรให้คนมั่นใจในบริการสาธารณะมากขึ้น

บริการสาธารณะ (public services) เผชิญกับความท้าทายเข้มข้นมากขึ้นในโลกยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะมีประเด็นเกี่ยวกับการทุจริต การปลอมแปลง ข้อผิดพลาดทางเทคนิค …

ภาวะบกพร่องในการสื่อสารของคนไข้พูดสองภาษาอาจบำบัดได้ โดยใช้โมเดลคอมพิวเตอร์ช่วยหมอเลือก ‘ภาษา’ ในการรักษา

ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งของกลุ่มประชากรที่พูดสองภาษา (Bilingual) โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่มีมากขึ้น คือผลกระทบจากโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) และภาวะเส้นเล…

ค้นหา