ข้อมูลการใช้ยาคุมกำเนิดที่หายไปช่วงโควิด-19 ทำให้ขาดข้อมูลอนามัยเจริญพันธุ์ของผู้หญิงและอัตราการเกิดในอนาคต

งานวิจัย The impact of disasters on contraception in OECD member countries: a scoping review โดย University of Warwick เผยแพร่ใน The European Journal of Contraception & Reproductive Health Care ระบุว่า ข้อมูลการใช้ยาคุมกำเนิดในช่วงก่อนและขณะที่เกิดโรคระบาดโควิด-19 ยังคงจำกัด ทำให้ข้อมูลและการให้บริการด้านสุขภาพทางเพศและอนามัยเจริญพันธุ์ของผู้หญิงหายไปจากการรับรู้ ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบที่โรคระบาดมีต่อการใช้ยาคุมกำเนิด สุขภาพของผู้หญิง อัตราการสูญเสียครรภ์ระยะแรก การที่ทารกเสียชีวิตในครรภ์ ทารกคลอดก่อนกำหนด ไปจนถึงอัตราการเกิดในอนาคต

โดยงานวิจัยชี้นนี้เป็นการทบทวนขอบเขตของงานวิจัยที่มีอยู่และศึกษาถึงผลกระทบของวิกฤติที่มีต่อยาคุมกำเนิดในประเทศที่มีรายได้สูง อาทิ สหราชอาณาจักร เพื่อให้มีข้อมูลสำหรับการสนับสนุนในการวางแผนเพื่อตอบสนองต่อภัยพิบัติ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างองค์ความรู้จากภัยพิบัติและโรคระบาดในอดีต เพื่อโฟกัสที่โควิด-19 ณ ปัจจุบัน

ทั้งนี้ ข้อมูลการวิจัยที่ผ่านมา ได้แสดงให้เห็นว่าภัยพิบัติมีความสัมพันธ์กับการเพิ่มสูงขึ้นของอัตราการสูญเสียครรภ์ระยะแรก ทารกเสียชีวิตในครรภ์ ทารกคลอดก่อนกำหนด และอัตราการเกิด อย่างไรก็ดี จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการศึกษาทบทวนว่าการใช้ยาคุมกำเนิดได้รับผลกระทบหรือไม่อย่างไร และผลกระทบอะไรที่มีต่อสุขภาพอนามัยเจริญพันธุ์ของผู้หญิง

จึงนำมาสู่คำถามต่อช่วงโควิด-19 อาทิ มาตรการล็อคดาวน์ทำให้ผู้หญิงประสบปัญหาในการเข้าถึงยาคุมกำเนิดหรือไม่ และการให้บริการด้านสุขภาพทางเพศติดขัดหรือไม่ เป็นต้น ขณะที่สภาพของสถานการณ์ทำให้ผู้หญิงอาจไม่ต้องการเดินทางหรือไปรับยาคุมกำเนิดเพราะกลัวว่าจะติดไวรัส และนโยบายว่าด้วยเรื่องการเข้าถึงยาคุมกำเนิดก็ยังแตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศ อาทิ การเข้าถึงยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิด ห่วงอนามัยคุมกำเนิด (IUD หรือ IUS) ซึ่งเป็นข้อจำกัดในการเข้าถึง แม้แต่ในประเทศที่ประชาชนจะสามารถเข้าถึงยาคุมกำเนิดได้ฟรีผ่านระบบบริการสุขภาพแห่งชาติโดยที่มีใบสั่งยาจากแพทย์ เฉกเช่นในสหราชอาณาจักร

ถึงกระนั้น บางประเทศก็มีความพยายามที่จะเปิดช่องทางการเข้ารับยาคุมกำเนิดให้ยังคงมีอยู่ อาทิ การเข้ารับยาคุมกำเนิดแบบ drive through หรือการรับคำปรึกษาด้านสุขอนามัยทางเพศผ่านช่องทางออนไลน์ telehealth

การศึกษานี้พยายามชี้ว่า การที่ผู้หญิงยังคงสามารถเข้าถึงยาคุมกำเนิดได้ไม่ว่าจะยามปกติ หรือวิกฤติอย่างภัยพิบัติและโรคระบาด มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะต้องไม่ลืมว่าสำหรับบางครอบครัวก็อาจจะวางแผนที่จะสร้างครอบครัวและอาจจำต้องเปลี่ยนใจหรือยกเลิกแผนนั้นเพราะเหตุด้านสุขภาพหรือการเงิน ทำให้การคงไว้ซึ่งทางเลือกของการเข้าถึงและใช้ยาคุมกำเนิดยังคงจำเป็นอย่างยิ่ง ทั้งเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบทางสุขภาพและทางสังคม รวมถึงการป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่ได้วางแผนหรือตั้งใจไว้

● อ่าน SDG Vocab ที่เกี่ยวข้องที่ สุขภาพทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ และ วิธีการวางแผนครอบครัวสมัยใหม่

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG3 สุขภาพและสุขภาวะที่ดี
-(3.7) หลักประกันว่ามีการเข้าถึงบริการ ข้อมูล การให้การศึกษาเกี่ยวกับอนามัยเจริญพันธุ์โดยถ้วนหน้า รวมถึงการวางแผนครอบครัว และวางแผนเรื่องอนามัยเจริญพันธุ์ในยุทธศาสตร์และแผนงานระดับชาติ ภายในปี 2573
#SDG5 ความเท่าเทียมระหว่างเพศและเสริมพลังอำนาจแก่ผู้หญิงและเด็กหญิง
-(5.6) หลักประกันว่าจะมีการเข้าถึงสุขนามัยทางเพศ อนามัยการเจริญพันธุ์ และสิทธิการเจริญพันธุ์โดยถ้วนหน้า ตามที่ตกลงในแผนปฏิบัติการของการประชุมนานาชาติว่าด้วยประชากรและการพัฒนาและแผนปฏิบัติการปักกิ่งและเอกสารผลลัพธ์ของการประชุมทบทวนเหล่านั้น

แหล่งที่มา:
Contraception data ‘blind spot’ could hide pandemic’s impact on women’s reproductive health (University of Warwick)

Last Updated on มกราคม 12, 2022

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

MediMusic แอปพลิเคชันจ่ายยาให้คนไข้เป็นเพลย์ลิสต์เพลง ช่วยลดความเครียดและความเจ็บปวดทางร่างกาย

‘จ่ายเพลงให้เป็นยารักษาโรค – prescribing music as medicine’

เทคโนโลยีสมัยนี้มีทั้งการใช้ AI ช่วยจัดเพลงให้ฟังตามรสนิยมอย่าง Spotify หรือประเภทที่ช…

กลุ่มอภิศตวรรษิกชนที่อายุมากกว่า 110 ปีขึ้นไปอาจมีมากขึ้นและยืนยาวขึ้นถึง 125 ปี ทำลายสถิติเดิมที่ 122 ปี

ปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา การศึกษา Probabilistic forecasting of maximum human lifespan by 2100 using Bayesian population projections เผยแพร่ใน

ชม SDGs 17 เป้าหมายผ่านภาพวาดจากยุคเรอเนซองค์สู่ยุคศิลปะร่วมสมัย 17 ชิ้น

Art and SDGsศิลปะกับการพัฒนาที่ยั่งยืน

นอกเหนือจากข้อมูลทางสถิติและงานวิจัยที่ช่วยให้เราเข้าใจสถานการณ์โลก ปัญหาความท้าทาย และความก้าวหน้าของการลง…

รายงาน UNEP เตือน ภายในปี 2593 ‘ขยะมูลฝอยชุมชน’ จะเพิ่มขึ้นเป็น 3.8 พันล้านตัน  – หากไม่มีการจัดการอย่างเร่งด่วน

โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme: UNEP) เผยแพร่รายงานแนวโน้มการจัดการขยะและของเสียทั่วโลก 2567 (GWMO 2024) ในห…

ค้นหา