ก.ค. นี้ เตรียมพร้อมเปิดตัว “รายงานการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย” ผ่านเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างภาคส่วนการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย พ.ศ. 2565

เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างภาคส่วนที่เกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย เป็นเวทีที่สนับสนุนการสื่อสารความรู้ไปสู่นโยบายอย่างมีส่วนร่วมในการดำเนินการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย หรือ Thailand Sustainable Development Forum (TSDF) ผ่านการสร้างกลไกในการนำข้อมูลไปสู่การกำหนดวาระนโยบาย จัดทำหลักฐานเชิงประจักษ์ เพื่อแสดงข้อมูลสถานการณ์ สถานะ และช่องว่างการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ประเทศไทย และส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายและการทำงานร่วมกันของนักวิชาการและภาคส่วนต่าง ๆ อย่างบูรณาการข้ามศาสตร์ และให้เกิดความเชื่อมโยงกับคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (กพย.) และหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อน SDGs ของประเทศไทย

กิจกรรมของเวที TSDF เริ่มต้นด้วย กิจกรรมพรีฟอรัม – เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างภาคส่วนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย (Pre-forum of Thailand Sustainable Development Forum 2022: Setting the Scene) ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา ตามมาด้วยการประชุม Working Group Meeting ทั้ง 2 ครั้ง ได้แก่ การประชุมระดมความคิดเห็นจากนักวิชาการ (Experts Working Group Meeting) เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2565 และ ประชุมระดมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (Stakeholders Working Group Meeting) เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2565 ผ่านการวิเคราะห์ประเด็นที่เชื่อมโยงกับ Transformation themes บนกรอบแนวคิดการดำเนินงานอย่างเป็นระบบที่เรียกว่า ‘INSIGHT’ ซึ่งประกอบด้วย

  • I – Institutional and Policy Coherence
  • N – Network and Partnership
  • S – Science Technology and Innovation
  • I – Information System and Statistics
  • G – Governance and Leadership
  • H – Human Resource and Capacity Building
  • T – Treasury and Finance for Development

และกิจกรรมล่าสุด การประชุมหารือผู้เชี่ยวชาญระดับสูง (High-Level Experts Meeting) เมื่อวันที่ 27-28 มกราคม 2565 ที่ผ่านมานี้ มีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายภาคส่วน โดยนำผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายสถาบันสำคัญของประเทศ อาทิ ศ.เกียรติคุณ นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ศ.ดร.สนิท อักษรแก้ว (สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ) ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช (คณะกรรมการรางวัลนานาชาติ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์) นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ (มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ) ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฎ (กรรมการอำนวยการสำนักงานสภานโยบายอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมแห่งชาติ) คุณหทัยชนก ชินอุปราวัฒน์ (สำนักงานสถิติแห่งชาติ) ดร.จักรพงศ์ พงศ์ธไนศวรรย์ (สถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

และหน่วยงานเจ้าภาพร่วม (co-host) อาทิ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข องค์การอนามัยโลก (WHO) กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF Thailand) โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ธนาคารโลก (World bank) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

ผลจากประชุมครั้งดังกล่าวได้ข้อเสนอแนะต่อการดำเนินงานขับเคลื่อนในมิติต่าง ๆ มากมาย อาทิ

  1. การขับเคลื่อนด้วยข้อมูล โดยพบว่ามีข้อมูลในบริบทของประเทศไทยที่มีคุณภาพที่ทุกคนสามารถนำไปใช้ได้ (open data) ซึ่งถือเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน รวมถึงประชาชนสามารถประเมินการผลสัมฤทธิ์ของทำงานของภาคส่วนอื่นได้ เพื่อให้ทุกคนสามารถทำความเข้าใจสถานการณ์และปัญหาร่วมกัน และนำไปใช้เพื่อประกอบการกำหนดมาตรการ/นโยบายที่เหมาะสม
  2. การขับเคลื่อนทุกภาคส่วนและทุกระดับสอดประสานกัน จึงควรสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ขับเคลื่อนทุกภาคส่วนรายประเด็น ในรูปแบบ “Partnership for Change” เพื่อขับเคลื่อนตามมิติของแต่ละพื้นที่
  3. การขับเคลื่อนผ่านการวิจัยและนวัตกรรม ควรมีขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งระดับชาติและพื้นที่อย่างบูรณาการ ผ่านการวิจัยและนวัตกรรม

และในแง่การเชื่อมโยงกลไกการทำงานไปสู่นโยบายในปัจจุบัน ได้ข้อเสนอแนะดังนี้

  1. กลไกการทำงานเน้นการสร้างผลลัพธ์ทางสังคม (social impact) ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม ผ่านการกำหนดวาระทางสังคม (social agenda) ที่มีคุณค่าต่อสังคม และหาทางแก้ปัญหา
  2. กลไกที่ใช้ทุนทางสังคมและทุนทางปัญญา (social and intellectual capitals) ของผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

และนับถอยหลังกิจกรรมสุดท้ายอย่าง เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างภาคส่วนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน พ.ศ. 2565 (Thailand Sustainable Development Forum 2022) ที่จะจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ เป็นวาระที่ประเทศไทยเองตื่นตัวและตั้งตารอคอยการเปิดข้อมูลรายงานการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย พ.ศ. 2565 และ Call to Action ซึ่งการนำเสนอข้อมูลการพัฒนาที่ยั่งยืนในครั้งนี้ มีความคาดหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยที่จะสามารถนำข้อมูลที่ได้จากการศึกษาผ่านไปสู่การขับเคลื่อนการผ่านดำเนินกิจกรรม/งานด้านข้อมูล การสอดประสานการดำเนินงานของทุกภาคส่วนและทุกระดับ และผ่านงานวิจัย และนวัตกรรม ในมิติต่าง ๆ ได้อย่างไร และจะมีผลอย่างไร โปรดติดตามต่อไปในเร็ว ๆ นี้ …

สุดท้ายนี้ทางผู้จัดงาน ผู้ร่วมจัด และหุ้นส่วนความร่วมมือทุกฝ่าย หวังว่า เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างภาคส่วนที่เกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย (Thailand Sustainable Development Forum) นี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการสร้างเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ฯ ของไทย เพื่อนำไปสู่ขับเคลื่อนการดำเนินงานในทุกมิติ รวมทั้งเป็นการกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนเกิดการตระหนัก และมีเป้าหมายเพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทยให้สำเร็จภายในปี พ.ศ. 2573 อย่างเป็นน้ำหนึ่งเดียวกัน


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ TSDF 2022 ได้ที่ – Director’s Note: 16: บันทึกจากการประชุม Thailand Sustainable Development Forum 2022 ในลิงก์ด้านล่าง .

Last Updated on มีนาคม 25, 2022

Author

  • Warisara Jaruwanno

    ผู้ช่วยนักวิจัยประจำสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP) - ผู้สร้างหลักฐานเชิงประจักษ์ และขับเคลื่อนข้อเท็จจริง ผ่านการส่งต่อข้อมูลความยั่งยืนด้านสุขภาพ

ผู้เขียน

  • Warisara Jaruwanno

    ผู้ช่วยนักวิจัยประจำสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP) - ผู้สร้างหลักฐานเชิงประจักษ์ และขับเคลื่อนข้อเท็จจริง ผ่านการส่งต่อข้อมูลความยั่งยืนด้านสุขภาพ

    View all posts

RELATED

SUPvivors SAY NO MORE โครงการเสริมพลัง ให้ผู้รอดชีวิต จากการถูกล่วงละเมิดทางเพศในเอกวาดอร์ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงระดับชาติ

โครงการ ‘SUPvivors SAY NO MORE’ เสริมพลังแก่ผู้รอดชีวิตจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ (sexual abuse) ให้เป็น ‘SUPER survivors’ เพื่อให้ผู้รอดชีวิตตระหนักถ…

Whooshh Innovations กับภารกิจ “ลำเลียงปลาผ่านท่อส่ง” ที่ทะลายข้อจำกัดจากสิ่งกีดขวางเส้นทางปลา

“ปลาสายพันธุ์ท้องถิ่น” เป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศและห่วงโซ่อาหารหนึ่ง ๆ จึงจำเป็นต้องได้รับการอนุรักษ์และคุ้มครอง เช่นเดียวกับกับปลาหลายล้านตัว อาทิ ป…

Solar Geoengineering: วิธีทางวิทยาศาสตร์ช่วยลดโลกร้อนกับคำถามว่าจะยิ่งส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศหรือไม่?

‘Solar geoengineering’ วิธีการที่นักวิทยาศาสตร์กำลังกระตือรือร้น คิดนำมาช่วยลดภาวะโลกร้อน หนึ่งในวิธีก็คือการฉีดสารแอโรซอล (aerosol) ไปยังชั้นบรรยากา…

Florida Coral Rescue Center ใช้ห้องแลปหาสาเหตุโรคระบาด SCTLD ที่ทำลายแนวปะการังในฟลอริดาและแถบแคริบเบียน

โรคสูญเสียเนื้อเยื่อหินปะการัง (Stony Coral Tissue Loss Disease – SCTLD) เป็นโรคระบาดและเป็นภัยคุกคามสำคัญที่ทำให้แนวปะการังนานาชนิดมากถึง 30 สปีชีส์…

ค้นหา