25 เมืองใหญ่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึง 52% ของปริมาณทั่วโลก โดยเมืองใหญ่ในเอเชียเป็นแหล่งกำเนิดที่สำคัญ

งานวิจัย “Keeping Track of Greenhouse Gas Emission Reduction Progress and Targets in 167 Cities Worldwide” รวบรวมข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาก 167 เมือง จาก 53 ประเทศ พบว่า เมืองขนาดใหญ่ระดับเพียง 25 ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นปริมาณมากถึง 52% ของปริมาณทั้งหมด โดยเมืองในทวีปเอเชียปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด และเมืองส่วนใหญ่ของประเทศที่พัฒนาแล้วมีปริมาณก๊าซเรือนกระจกต่อหัว (per capita) สูงกว่าประเทศกำลังพัฒนาอย่างมีนัยยะสำคัญ

การศึกษาของนักวิจัยจากประเทศจีนฉบับนี้นำเสนอข้อมูลก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยออกจากกิจกรรมต่างๆ ในเมืองใหญ่ทั่วโลกเป็นครั้งแรก ซึ่งแม้เมืองต่างๆ จะกินพื้นที่เพียงแค่ 2% ของพื้นผิวโลกแต่เป็นต้นตอของก๊าซเรือนกระจกมากกว่า 70% และจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบหลักในความพยายามลดการปล่อยคาร์บอนของโลก

ผลการค้นพบที่สำคัญจากการศึกษา ได้แก่

  • เมืองชั้นนำ 25 อันดับแรกปล่อยก๊าซเรือนกระจกคิดเป็น 52% ของปริมาณทั้งหมดที่มาจากเมืองที่ทำการศึกษา โดยเมืองใหญ่ๆ ในเอเชีย เช่น เซี่ยงไฮ้ และโตเกียว เป็นแหล่งผลิตก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่สูงเป็นพิเศษ
  • เมืองต่างๆ ในยุโรป ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหัวสูงกว่าเมืองต่างๆ ในประเทศกำลังพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญ
  • การเผาไหม้เชื้อเพลิงและการใช้ไฟฟ้าในอาคารที่พักอาศัยและสำนักงาน และการขนส่ง เป็นสองแหล่งที่มาหลักของก๊าซเรือนกระจกในเมือง
  • 42 เมืองจากทั้งหมดมีข้อมูลย้อนหลังที่สามารถติดตามปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอดีตได้ พบว่าในจำนวนนี้มี 30 เมืองที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อปีลดลง แม้ว่าในหลายเมืองจะมีการปล่อยเพิ่มขึ้น
  • 113 เมือง จากทั้งหมด 167 เมือง มีการตั้งเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่มีเพียงแค่ 40 เมืองเท่านั้นที่กำหนดเป้าหมายการเป็นกลางทางคาร์บอนไว้ (carbon neutrality)

ผู้วิจัยได้เสนอข้อเสนอแนะทางนโยบาย 3 ประการ เพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในเมือง ดังนี้

  1. ควรมีการระบุว่าภาคเศรษฐกิจใดเป็นผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกหลักและกำหนดเป้าหมายเพื่อการลดก๊าซเรือนกระจกที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  2. พัฒนาระเบียบวิธีในการทำบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สอดคล้องกันทั่วโลก เพื่อติดตามประสิทธิผลของนโยบายการลดก๊าซเรือนกระจกของแต่ละเมืองได้
  3. เมืองต่างๆ ควรกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกที่ทะเยอทะยานมากขึ้นและติดตามได้ง่ายขึ้น โดยอาจเริ่มต้นจากเป้าหมายลดความเข้มข้นของคาร์บอน (intensity mitigation) ในระยะสั้น แต่ในระยะยาวควรไปถึงการลดก๊าซเรือนกระจกแบบสัมบูรณ์ (absolute mitigation) ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนในระดับโลกภายในปี 2050
ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ SDGs ใน
#SDG13 ต่อสู้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บูรณาการมาตรการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในในนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการวางแผนระดับชาติ (13.2)
#SDG11 เมืองและชุมชนที่ปลอดภัยและยั่งยืน ลดผลกระทบทางลบของเมืองต่อสิ่งแวดล้อมต่อหัวประชากร โดยรวมถึงการให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อคุณภาพอากาศและการจัดการของเสียของเทศบาลและอื่น ๆ (11.6) 

ที่มา : 52% of the world’s greenhouse gas emissions come from just 25 cities (World Economic Forum)

Last Updated on มกราคม 12, 2022

Author

  • Natetida Bunnag

    Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Natetida Bunnag

    Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

ก้าวสู่โกลบอลคอมแพ็กประเทศไทย เพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

เครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กประเทศไทย (Global Compact Network Thailand) ซึ่งก่อกำเนิดขึ้นจากการรวมตัวของ 15 องค์กรชั้นนำของไทย ที่เป็นสมาชิก UN Global Compa…

SDG Index 2025 ไทยขยับกลับสู่อันดับ 43 ของโลก ยังยืนหนึ่งในอาเซียน – พบ 6 เป้าหมายน่าห่วง ตกอยู่ในสถานะท้าทายมาก

วันนี้ (24 มิถุนายน 2568) Sustainable Development Solutions Network (SDSN) ได้เผยแพร่ “รายงานการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Developme…

จะยุติความยากจนอย่างไรภายในปี 2573 เมื่อเกิดใน ‘รัฐที่เปราะบาง’ ก็มีโอกาสยากจนขั้นรุนแรงแล้ว 50%

World Poverty Clock โดย World Data Lab คาดการณ์ว่า ภายในอีก 1 ปี (2565) มากกว่าครึ่งหนึ่งของคนยากจนขั้นรุนแรง (extreme poverty)

Carbfix สตาร์ทอัพไอซ์แลนด์ช่วยโลกร้อนด้วยการดักจับ-กักเก็บคาร์บอนและแปรรูปให้เป็น ‘หิน’

60% ของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยออกสู่บรรยากาศมาจากกิจกรรมของมนุษย์ และเป็นตัวการสำคัญของวิกฤติสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน

สตาร์ทอัพสัญชาติไอซ์แ…

ค้นหา