การแบ่งแยกเชื้อชาติผ่านเขตที่อยู่อาศัยในสหรัฐอเมริกา ทำให้ย่านชุมชนคนผิวสีเผชิญมลภาวะทางอากาศมากกว่า

แม้ว่ามลภาวะทางอากาศในเมืองใหญ่ ๆ ในสหรัฐอเมริกาจะลดลงเพราะการล็อกดาวน์จากโควิด-19 แต่ระดับมลภาวะในละแวกพื้นที่อาศัยของกลุ่มคนเชื้อสายอื่นที่มีรายได้น้อยและต่ำกว่าชุมชนที่มีคนผิวขาวและรายได้สูง ยังคงเพิ่มสูงและสร้างผลกระทบด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง

งานวิจัยจาก George Washington University ศึกษาระดับมลพิษและวิเคราะห์ข้อมูลประชากรของ 15 เมืองใหญ่ทั่วสหรัฐอเมริกา เช่น ลอสแองเจลิส แอตแลนต้า ดีทรอยต์ และนิวยอร์กซิตี้ พบว่า ระดับมลพิษในเขตเมืองโดยรวมลดลงในช่วงของการระบาดใหญ่ แต่ระดับไนโตรเจนไดออกไซด์ยังคงเพิ่มขึ้นในย่านที่พักอาศัยของคนเชื้อชาติและชาติพันธุ์อื่นๆ ที่ไม่ใช่คนขาวยังคงเพิ่มขึ้น

การสัมผัสกับมลพิษทางอากาศเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพหลายประการ เช่น โรคหอบหืด โรคหัวใจ การคลอดก่อนกำหนด ไปจนถึงอันตรายจนเสียชีวิต สำหรับระดับไนโตรเจนออกไซด์ในอากาศเป็นมลพิษที่มาจากการจราจรและสร้างผลกระทบทางลบต่อสุขภาพปอดโดยตรง เช่น โรคหอบหืด และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โดยเฉพาะกับเด็กและผู้สูงอายุที่ต้องสัมผัสกับมลพิษนี้จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคและมีความรุนแรงมากกว่า

การจัดการพื้นที่เขตเมืองที่ทำให้กลุ่มคนผิวสีได้ละแวกที่อยู่อาศัยที่อยู่ใกล้ทางหลวงและทางสาธารณะที่หนาแน่นที่มีความเสี่ยงได้รับมลพิษทางอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพในระดับสูง เป็นผลมาจากกระบวนการ ‘Redlining‘ ที่เกิดขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เป็นการขีดเส้นเแดงบนแผนที่เมืองที่แบ่งแยกทางเชื้อชาติว่าเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยคุณภาพต่ำสำหรับประชากรคนผิวดำและชาวลาตินอาศัยอยู่ และการเลือกปฏิบัติด้วยการกีดกันโอกาสทางการเงินเพื่อไม่ให้ชุมชนผิวสีซื้อบ้านในเขตอื่น ๆ ที่มีสภาพแวดล้อมที่ดีกว่าหรือปรับปรุงที่อยู่อาศัยของตนให้ดีขึ้น

นักวิจัยหวังว่าจะมีนโยบายที่ครอบคลุมมากขึ้นเพื่อช่วยลดความไม่เท่าเทียมกันของการสัมผัสมลพิษของผู้อยู่อาศัยแต่ละย่าน และเสนอแนะให้มีการจัดการการจราจรที่ดีขึ้น เช่น กำหนดเส้นทางรถบรรทุกขนส่งใหม่ให้ไกลจากเขตเมือง สนุนตัวเลือกการขนส่งสาธารณะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และมีการควบคุมการปล่อยมลพิษที่เข้มงวดยิ่งขึ้น

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ 
#SDG3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
- (3.9) ลดจำนวนการตายและการป่วยจากสารเคมีอันตรายและจากการปนเปื้อนและมลพิษทางอากาศ น้ำ และดิน
#SDG10 ลดความเหลื่อมล้ำ
- (10.2) ให้อำนาจและส่งเสริมความครอบคลุมด้านสังคมเศรษฐกิจและการเมืองสำหรับทุกคนโดยไม่คำนึงถึงอายุ เพศ ความบกพร่องทางร่างกาย เชื้อชาติ ชาติ พันธุ์ แหล่งกำเนิด ศาสนา หรือสถานะทางเศรษฐกิจหรืออื่นๆ 
- (10.3) สร้างหลักประกันว่าจะมีโอกาสที่เท่าเทียมและลดความไม่เสมอภาคของผลลัพธ์รวมถึงโดยการขจัดกฎหมายนโยบายและแนวทางปฏิบัติที่เลือกปฏิบัติและส่งเสริมการออกกฎหมายนโยบายและการกระทำที่เหมาะสมในเรื่องนี้
#SDG11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
- (11.1) สร้างหลักประกันว่าจะมีการเข้าถึงที่อยู่อาศัยและการบริการพื้นฐานที่พอเพียงปลอดภัยและในราคาที่สามารถจ่ายได้ และยกระดับชุมชนแออัด
- (11.6) ลดผลกระทบทางลบของเมืองต่อสิ่งแวดล้อมต่อหัวประชากรโดยรวมถึงการให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อคุณภาพอากาศและการจัดการของเสีย

ที่มา : Air pollution remained higher in minority communities during the pandemic, revealing persistent health disparities (ABCNews)

Last Updated on สิงหาคม 6, 2021

Author

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

ประชุม INC – 5 ยังไม่บรรลุ “สนธิสัญญาพลาสติกโลก”– ประเทศผลิตน้ำมันเห็นแย้งไม่ควรเร่งรัด ด้านจีนและสหรัฐฯ มีท่าทีสนับสนุนสนธิสัญญาฯ มากขึ้น 

วันที่ 25 พฤศจิกายน – 2 ธันวาคม 2567 ตัวแทนรัฐบาลจาก 178 ประเทศ และภาคประชาสังคม เข้าร่วมประชุมของ “คณะกรรมการเจรจาระหว่างรัฐบาล (Intergovernmental N…

สำรวจนโยบาย ‘ส่งเสริมการมีลูก’ ของแต่ละประเทศ สาเหตุใดสถิติเด็กเกิดใหม่น้อยลง 

รัฐจะทำอย่างไรเมื่อมีอัตราการเกิดใหม่น้อยลง ? ในปี 2564 ประเทศไทยมีสถิติเด็กเกิดใหม่ลดลงเหลือเพียง 485,085 คน ถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤตเมื่อเปรียบเทียบกั…

SDGs จะช่วยภาคเอกชน หรือภาคเอกชนจะผลักดัน SDGs ได้อย่างไร? อย่างน้อยเริ่มจากตระหนักว่า “ไม่มีงานเหลือให้ทำ ในโลกที่ตายไปแล้ว”

ถิรพร สิงห์ลอ

ภาพลักษณ์ด้านลบส่วนใหญ่ที่ประชาชนมีต่อภาคธุรกิจคือการหลีกเลี่ยงภาษี การล็อบบี้ และการละเมิดสิทธิมนุษยชน จนเกิดคำถามว่าจะมีส่วนช่วยผล…

ประชุม IGC-5.2 ไทยและอีกเกือบ 200 ประเทศ ลงนามใน ‘สนธิสัญญาทะเลหลวง’ ใบเบิกทางคุ้มครองความอุดมสมบูรณ์ในน่านน้ำสากล

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2566 ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเกือบ 200 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย ร่วมลงนามข้อตกลงทำสนธิสัญญาทะเลหลวง (High Seas Treaty) เพื่อให้เกิดกลไ…

ค้นหา