เด็กและวัยรุ่นอายุ 2-19 ปีในสหรัฐฯ บริโภคอาหารที่แปรรูปมากเป็นพิเศษมากถึง 2 ใน 3 ของแคลอรี่

การศึกษาจาก Friedman School of Nutrition Science & Policy ภายใต้ Tufts University เผยแพร่ใน JAMA ชี้ให้เห็นว่าอาหารที่แปรรูปมากเป็นพิเศษ (Ultraprocessed foods) กลายเป็นส่วนหนึ่งของโภชนาการอาหารที่เด็กและวัยรุ่นอายุ 2-19 ปีในสหรัฐฯ บริโภคเข้าไปในสัดส่วนที่มากถึง 2/3 ของแคลอรี่ หรือเพิ่มขึ้นจาก 61% ในปี 1999 เป็น 67% ในปี 2018 และยังมีความไม่เท่ากันเมื่อจำแนกกลุ่มตามเชื้อชาติและกลุ่มชาติพันธุ์ด้วย

นอกจากนี้ เด็กและวัยรุ่นในช่วงอายุดังกล่าวบริโภคอาหารที่ไม่ผ่านกระบวนการหรือผ่านกระบวนการน้อยน้อยลงด้วย


กระบวนการแปรรูปอาหารมักจะเป็นประเด็นที่ถูกละเลยในงานวิจัยด้านโภชนาการ ทว่ากระบวนการเพื่อคงไว้ซึ่งความสดใหม่ของอาหารให้ยาวนานขึ้น และอำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคด้วยความสำเร็จรูปที่พร้อมทานหรือเพียงแค่อุ่นให้ร้อนนั้น เป็นไปได้ว่าสัมพันธ์กับการมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ แม้ว่าอาหารที่แปรรูปมากเป็นพิเศษในแต่ละประเภท จะมีคุณค่าทางโภชนาการหรือเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพที่ไม่เท่ากัน อย่างไรก็ดี แนวโน้มที่พบว่ามีเด็กและวัยรุ่นบริโภคอาหารที่แปรรูปมากเป็นพิเศษมากขึ้น เป็นประเด็นที่น่ากังวล

ตัวอย่างของอาหารที่แปรรูปมากเป็นพิเศษ มีอาทิ ขนม/ของหวานในถุงหีบห่อ ซีเรียลที่มีรสหวานไว้ทานเป็นมื้อเช้า เฟรนช์ฟรานส์ เบอร์เกอร์ เนื้อประเภทโบโลนาและซาลามิ โดยการบริโภคในปริมาณที่มากเกินอาจเป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน โรคอ้วน และโรคมะเร็ง เป็นต้น

โดยอาหารที่แปรรูปมากเป็นพิเศษที่เด็กและวัยรุ่นนิยมบริโภคมากที่สุด มาจากอาหารพร้อมทานหรือพร้อมอุ่นอย่างพิซซ่าและเบอร์เกอร์ทั้งแบบแช่แข็งและสั่งกลับบ้าน โดยการบริโภคปริมาณ ‘แคลอรี่’ จากอาหารชนิดนี้เข้าสู่ร่างกายเพิ่มมากขึ้นจาก 2.2% เป็น 11.2% ส่วนพวกขนมและของหวานในถุงหีบห่อถือว่าเป็นอาหารที่แปรรูปมากเป็นพิเศษรองลงมาที่นิยมบริโภคกัน โดยการบริโภคแคลอรี่จากอาหารชนิดนี้เพิ่มขึ้นจาก 10.6% เป็น 12.9%

ขณะเดียวกัน กลับพบว่าเด็กและวัยรุ่นไม่ค่อยนิยมบริโภคหรือบริโภคอาหารที่ไม่แปรรูปและอาหารที่แปรรูปน้อย (ซึ่งดีต่อสุขภาพมากกว่า) น้อยลง โดยลดลงจาก 28.8% เป็น 23.5% ส่วนแนวโน้มที่ดีขึ้นมาจากเครื่องดื่มที่ให้ความหวาน ที่การบริโภคปริมาณแคลอรี่จากอาหารชนิดนี้ลดลงจาก 10.8% เป็น 5.3% ซึ่งเป็นความสำเร็จที่ผู้ศึกษาระบุว่าเป็นผลมาจากแคมเปญรณรงค์ให้ลดการบริโภคเครื่องดื่มที่ให้ความหวาน

ทั้งนี้ เมื่อเทียบองค์ประกอบของอาหารที่แปรรูปเป็นพิเศษกับอาหารที่ไม่แปรรูปในช่วงปี 2017-2018 พบว่า อาหารที่แปรรูปเป็นพิเศษมีเปอร์เซ็นต์แคลอรี่จากคาร์โบไฮเดรต น้ำตาล และโซเดียมในระดับที่มากกว่าอาหารที่ไม่แปรรูป รวมถึงว่ามีกากใย โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุในระดับที่ต่ำกว่าด้วย

นอกจากข้อค้นพบดังกล่าวยังพบว่า ในบริบทของสหรัฐฯ เมื่อจำแนกดูตามกลุ่มแล้วพบว่า กลุ่มคนผิวดำที่ไม่ได้มีพื้นเพจากลาตินอเมริกา (non-Hispanic Blacks) และกลุ่มอเมริกันเม็กซิกันมีการบริโภคอาหารที่แปรรูปมากเป็นพิเศษในจำนวนที่มากขึ้นที่ 10.3% และ 7.6% ตามลำดับมากกว่ากลุ่มคนผิวขาวที่ไม่ได้มีพื้นเพจากลาตินอเมริกา (non-Hispanic Whites) (5.2%) อย่างไรก็ดี ข้อมูลจากกลุ่มเชื้อชาติและชาติพันธุ์กลุ่มอื่นไม่ได้มีการประเมินเนื่องจากมีข้อมูลไม่เพียงพอที่จะนำมาอธิบายได้ และข้อค้นพบจากกลุ่มเชื้อชาติและชาติพันธุ์ดังกล่าว ไม่ได้มีความแตกต่างทางสถิติที่มาจากเหตุด้านความแตกต่างของผู้ปกครองหรือรายได้ของครอบครัว

● อ่านบทความที่เกี่ยวข้องที่:
‘ความไม่มั่นคงทางโภชนาการ’ : ปัญหาด้านอาหารที่แท้จริงของสหรัฐฯ ที่กระทบต่อสุขภาพที่ดีของชาวอเมริกัน
โควิด-19 กับ ‘โรคอ้วนในเด็ก’ ประเด็นเฝ้าระวัง-ป้องกันโรคอันดับต้นในยุโรป นอกเหนือจากการศึกษา

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG2 ในด้านโภชนาการอาหารที่ดี อาหารที่ปลอดภัยและอุดมไปด้วยสารอาหาร
#SDG3 สุขภาพและสุขภาวะที่ดี
-(3.4) ลดการตายก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อให้ลดลงหนึ่งในสามผ่านทางการป้องกันและการรักษาโรคและส่งเสริมสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดี ภายในปี 2573

แหล่งที่มา:
Ultraprocessed Foods Now Comprise 2/3 of Calories in Children and Teen Diets (tuftsnow)

Last Updated on สิงหาคม 16, 2021

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

Global Gender Gap Report 2021 เผย 10 ประเทศที่ดีที่สุดในการเป็นผู้หญิง

จากรายงาน Global Gender Gap Report ของ World Economic Forum ปี 2021 ระบุว่า ผู้หญิงอีกรุ่นยังคงต้องรอให้มีโลกความเท่าเทียมทางเพศเกิดขึ้น แม้จะมีความก…

‘Closing the Loop’ บริการเทคโนโลยีรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ ปิดลูปขยะที่จัดการไม่ได้ในแอฟริกา ส่งไปยุโรปให้ช่วยทำแทน

ภูมิภาคแอฟริกาซื้อโทรศัพท์มือถือเป็นจำนวนมากถึงราว 230 ล้านเครื่องในแต่ละปี อย่างไรก็ดี ตามข้อมูลของ Global E-waste Monitor แอฟริกาถือเป็นที่เกิดขยะอ…

Parties to the Nauru Agreement (PNA) – ข้อตกลงของแปดประเทศเกาะในแปซิฟิกเพื่อการประมงทูน่าที่ยั่งยืน

ภาคีความตกลงนาอูรู (Parties to the Nauru Agreement :PNA) คือ ความตกลงระหว่างแปดประเทศในมหาสมุทรแปซิฟิกที่ทำหน้าที่จัดการการทำประมงอวนปลาทูน่าที่…

SDG Spotlight – 5 ข่าว SDGs น่าสนใจในรอบสัปดาห์ที่ 3 ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2567

จากการสำรวจข่าวสารความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องและส่งผลต่อการขับเคลื่อน SDGs ระหว่างวันที่  19 – 23 กุมภาพันธ์ 2567 มีข่าวสารความเคลื่อนไหวที่น่าส…

ค้นหา