เหตุกราดยิงในระยะ 400 เมตรจากบ้านเป็นสาเหตุสำคัญที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตเด็กในสหรัฐฯ ซึ่งมีจำนวนมากขึ้น

ความรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธปืน (Gun violence) ไม่เพียงกระทบต่อสุขภาพกายและจิตใจของเหยื่อ แต่กระทบต่อทั้งสังคม อย่างกรณีศึกษาผลกระทบในสหรัฐฯ ซึ่งมีข้อถกเถียงเรื่องการใช้อาวุธปืนมายาวนานนั้น การศึกษาล่าสุดเผยแพร่ใน JAMA Pediatrics โดย Perelman School of Medicine ภายใต้ University of Pennsylvania ร่วมกับ Children’s Hospital of Philadelphia ชี้ว่า การที่เด็กเผชิญต่อเหตุการณ์หรือรับรู้เหตุการณ์กราดยิงในระยะ 400 เมตรของระแวกที่อยู่อาศัย ส่งผลกระทบด้านลบอย่างยิ่งต่อสุขภาพจิต และความรุนแรงที่ว่านี้ยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประเด็นสุขภาพจิตในเด็ก (pediatric mental health) มีเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบันด้วย

โดยการศึกษาอ้างอิงข้อมูลของ Children’s Hospital of Philadelphia จากการที่คนไข้เด็กจาก 12 เขตในเมืองฟิลาเดลเฟีย 54,341 คน อายุตั้งแต่ 1.5 – 11.5 ปีเข้ารับการรักษาเพราะมีข้อกังวลเรื่องสุขภาพจิต อาทิ โรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรงต่อชีวิตที่กระทบกระเทือนต่อสภาพจิตใจอย่างรุนแรง (PTSD: Post-Traumatic Stress Disorder) อาการซึมเศร้า มีความตั้งใจรับประทานสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย หรือภาวะฉุกเฉินอื่นที่เกี่ยวกับสุขภาพจิต แล้วนำข้อมูลเหล่านั้นเทียบกับข้อมูลเหตุการณ์การใช้อาวุธปืนหรือการกราดยิงของสำนักงานตำรวจของเมืองซึ่งเป็นข้อมูลเปิด เพื่อตรวจสอบว่ามีจำนวนคนไข้เด็กกี่คนที่เผชิญกับเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธปืนในช่วง 60 วันก่อนที่จะเข้ารับการรักษา

ซึ่งพบว่า คนไข้เด็ก 43,143 คน เข้ารับการรักษา 1 ครั้งหรือมากกว่าในช่วง 60 วันหลังจากเหตุกราดยิง ส่วนในจำนวนเหตุกราดยิงทั้งหมด 2,629 ครั้ง มี 814 ครั้ง (31%) สัมพันธ์กับการที่คนไข้เด็กเข้ารับการรักษาในช่วง 60 วันหลังจากเกิดเหตุ และยิ่งเด็กเผชิญกับเหตุในระยะประชิดหรือน้อยกว่า 400 เมตร ก็จะยิ่งได้รับผลกระทบต่อสุขภาพจิตมากขึ้น

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำ Emergency Medicine และ Faculty Director ของ Penn Urban Health Lab กล่าวว่า การศึกษาชิ้นนี้ชี้ให้เห็นความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาการแทรกแซงในมิติด้านสาธารณสุข เพื่อลดการที่เด็กเผชิญกับเหตุการณ์ใช้อาวุธปืน กล่าวคือลดจำนวนเหตุความรุนแรงในชุมชนลง และลดผลกระทบที่จะมีต่อสุขภาพจิต ทีมผู้ศึกษาเสนอว่า อาจทำได้โดยการเก็บอาวุธให้ปลอดภัย การให้มีกฎหมายตรวจสอบประวัติของผู้ใช้อาวุธปืน และการใช้งบประมาณกับการบริการด้านสุขภาพจิตและโครงการป้องกันความรุนแรง

นอกจากนี้ หน่วยงานด้านสุขภาพสามารถทำงานร่วมกับองค์กรที่ทำงานในชุมชน เพื่อให้การสนับสนุนงานด้านการป้องกันและการตอบสนองต่อความต้องการของครอบครัวและเด็กที่เผชิญเหตุดังกล่าว เช่น การให้ความช่วยเหลือบริการด้านสุขภาพจิตได้อย่างรวดเร็ว เป็นต้น

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG3 สุขภาพและสุขภาวะที่ดี
-(3.4) ลดการตายก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อให้ลดลง 1 ใน 3 ผ่านทางการป้องกันและการรักษาโรค และส่งเสริมสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดี ภายในปี 2573
-(3.9) ลดจำนวนการตายและการป่วยจากสารเคมีอันตราย และจากการปนเปื้อนและมลพิษทางอากาศ น้ำ และดิน ให้ลดลงอย่างมาก ภายในปี 2573
#SDG16 สังคมสงบสุข ครอบคลุม ยุติธรรม สถาบันมีประสิทธิผล
-(16.1) ลดความรุนแรงทุกรูปแบบและอัตราการตายที่เกี่ยวข้องในทุกแห่งให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
-(16.a) ในด้านสถาบันระดับชาติที่กับการป้องกันความรุนแรงและต่อสู้กับการก่อการร้ายและอาชญากรรม

แหล่งที่มา:
Gun Violence Exposure Associated with Higher Rates of Mental Health-Related ED Visits by Children (University of Pennsylvania)

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

เชื้อเพลิงอากาศยานทางเลือกช่วยลดมลพิษทางอากาศ และลดการตายก่อนวัยของผู้อาศัยใกล้สนามบินจาก PM2.5

การศึกษาใหม่จากทีมนักวิจัยจาก University of North Carolina at Chapel Hill’s Institute for the Environment และ the Center

อาหาร น้ำ สุขภาพ เมือง ภูมิอากาศและพลังงาน: 5 ประเด็นด่วนให้ทุนวิจัยเพื่อบรรลุ SDGs ในปี 2030

การเร่งเปลี่ยนแปลงจากฐานราก (transformative change) เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนภายในปี 2030 นอกจากจะมีความท้าทายในด้านการจัดลำดับความสำคั…

รัฐบาล-เอกชนทั่วโลก ผนึกกำลังขับเคลื่อน 410 ข้อผูกพัน เพื่อการพัฒนามหาสมุทรที่ยั่งยืน ในการประชุม Our Ocean Conference 2022

เมื่อวันที่ 13-14 เมษายน พ.ศ. 2565 ผู้แทนกว่า 600 คนจากรัฐบาล 70 ประเทศ และ 150 องค์กรที่ไม่ใช่รัฐ ทั้งจากภาคเอกชน องค์กรระหว่างประเทศ

‘Blue Precribing – ใบสั่งยาให้ไปหาแหล่งน้ำธรรมชาติ’ เที่ยวชมพื้นที่ชุ่มน้ำในลอนดอน เพื่อรักษาสุขภาพใจ

โครงการใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในลอนดอน สหราชอาณาจักร ที่เรียกว่า ‘Blue Precribing’ หรือ ‘ใบสั่งยาให้ไปหาแหล่งน้ำธรรมชาติ’ เพื่อให้ธรรมชาติช่วยบำบัดอาก…

ค้นหา