สนับสนุนครูด้าน “สุขภาวะ-ทักษะความรู้-เทคโนโลยี” เพื่อเป็นกำลังสำคัญฟื้นฟูระบบการศึกษาหลังโควิด-19

การลงทุนเพื่อสนับสนุนการเตรียมความพร้อม การพัฒนา การเรียนรู้ และการเพิ่มขีดความความสามารถของ ‘ครู’ จำเป็นต่อการสร้างระบบการศึกษาที่เข้มแข็ง ยืดหยุ่นฟื้นตัวได้ เสมอภาค และมีประสิทธิภาพ ในการฟื้นฟูโลกหลังการระบาดของโควิด-19

โควิด-19 ทำให้ระบบการศึกษาทั่วโลกหยุดชะงัก ส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนกว่า 1.6 พันล้านคนทั่วโลก ก่อให้เกิดความสูญเสียประเมินเป็นมูลค่าสูงถึง 15 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ จากผลลัพธ์ของการสูญเสียการเรียนรู้ที่ทำให้เด็กและเยาวชนเสียรายได้ในอนาคต และเสียโอกาสในชีวิตและผลกระทบต่อสุขภาวะ

‘ครู’ จะเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูความสูญเสียด้านการเรียนรู้ของนักเรียนและสร้างภาคการศึกษาให้กลับมาดีขึ้นกว่าเก่าในโลกหลังโควิด-19 และภายภาคหน้า ในการนี้ องค์การยูเนสโก องค์การยูนิเซฟ และธนาคารโลก ได้เสนอ 3 ประเด็นสำคัญเชิงกลยุทธ์ที่ทุกประเทศควรดำเนินการเพื่อสนับสนุนบุคลากรครูอาจารย์

  1. การดูแลสุขภาวะของบุคลากรครู : หากระบบการศึกษาสามารถทำให้ครูอาจารย์มีความเป็นอยู่ที่ดีทั้งทางกายและทางใจจะช่วยลดความเสี่ยงของการสูญเสียบุคลากรครูและช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงเข้ามาทำงานการสอนมากขึ้น ดังนั้น ควรจัดลำดับให้อาจารย์ได้รับการฉีดวัคซีนโดยเร็ว ดูแลสุขภาพจิตของอาจารย์เนื่องจากภาวะ burnout ในช่วงของการแพร่ระบาดโควิด-19 และทำให้แน่ใจว่าครูอาจารย์ได้รับค่าตอบแทนที่เพียงพอและมีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย
  2. การพัฒนาวิชาชีพครูที่มีคุณภาพสูงและการเรียนรู้ตลอดอาชีพ : งานของครูจะมีความท้าทายมากขึ้นในอนาคต โดยครูจะต้องสามารถประเมินความสูญเสียทางการเรียนรู้ของนักเรียนที่เกิดขึ้นได้ และพัฒนาหลักสูตรการสอนเพื่อตอบโจทย์นั้น รวมถึงสามารถให้การสนับสนุนทางสังคมและทางอารมณ์กับนักเรียน และต้องทำการเรียนการสอนผ่านทั้งระบบออนไลน์ ที่โรงเรียน หรือแบบไฮบริดได้ ดังนั้น การพัฒนาวิชาชีพครูต่อจากนี้จะต้องมีการปรับให้เหมาะสม เจาะลึก ให้ทักษะความรู้ที่นำไปปฏิบัติได้จริง และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
  3. การยกระดับการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ : เทคโนโลยีสามารถมีบทบาทในการสนับสนุนการศึกษาที่มีคุณภาพสำหรับทุกคน โดยจะช่วยให้ครูสามารถประเมินการสูญเสียการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นได้ สามารถพัฒนา วางแผน ปรับปรุงหลักสูตร และสร้างรูปแบบการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพได้ ดังนั้น ครูทุกคนต้องสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่เพียงพอ และต้องได้รับการสนับสนุนและฝึกอบรมพัฒนาทักษะเพื่อการใช้เทคโนโลยีสำหรับการเรียนรู้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

อีกทั้ง ยังได้เสนอ 3 หลักการชี้แนะที่ทุกประเทศสามารถปฏิบัติตามได้ในการนำประเด็นสำคัญเชิงกลยุทธ์ที่กล่าวมาไปดำเนินการจริง ได้แก่ (1) ต้องให้ครูมีส่วนร่วมในการออกแบบนโยบายและการวางแผนการฟื้นฟูการศึกษา (2) ต้องออกแบบและใช้นโยบายที่เกี่ยวกับครูด้วยมุมมองที่คิดอย่างเป็นระบบ และ (3) ความพยายามในการฟื้นฟูการศึกษานี้ต้องอยู่บนวิสัยทัศน์ ‘สร้างใหม่ให้ดีกว่าเก่า’ (build back better)

ประเด็นดังกล่าว เกี่ยวข้องกับ
#SDG3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
- (3.4) ลดการตายก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อให้ลดลงหนึ่งในสาม ผ่านทางการป้องกันและการรักษาโรค และสนับสนุนสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดี ภายในปี พ.ศ. 2573
#SDG4 การศึกษาที่มีคุณภาพ

- (4.c) เพิ่มจำนวนครูที่มีคุณวุฒิ รวมถึงการดาเนินการผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศในการฝึกอบรมครูในประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศพัฒนาน้อยที่สุด และรัฐกำลังพัฒนาที่เป็นเกาะขนาดเล็ก ภายในปี พ.ศ. 2573
#SDG8 งานที่มีคุณค่าและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

- (8.5) บรรลุการจ้างงานเต็มที่และมีผลิตภาพ และการมีงานที่มีคุณค่าสำหรับหญิงและชายทุกคน รวมถึงเยาวชนและผู้มีภาวะทุพพลภาพ และให้มีการจ่ายค่าจ้างที่เท่าเทียมสำหรับงานที่มีคุณค่าเท่าเทียมกัน ภายในปี พ.ศ. 2573
- (8.8) ปกป้องสิทธิแรงงานและส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและมั่นคงสำหรับผู้ทำงานทุกคน รวมถึงผู้ทำงานต่างด้าว โดยเฉพาะหญิงต่างด้าว และผู้ที่ทำงานเสี่ยงอันตราย
#SDG9 อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน

- (9.c) เพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและมุ่งจัดให้มีการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตโดยถ้วนหน้าและในราคาที่สามารถจ่ายได้ในประเทศพัฒนาน้อยที่สุด ภายในปี พ.ศ. 2563

ที่มา : There will be no recovery without empowered, motivated and effective teachers (World BanK Blogs)

Last Updated on พฤศจิกายน 22, 2021

Author

  • Natetida Bunnag

    Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Natetida Bunnag

    Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

ไทยรั้งอันดับ 82 ‘ดัชนีหลักนิติธรรม’ ปี 2566 – พบคะแนนรายปัจจัยต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยโลกทั้งหมด ยกเว้นปัจจัย ‘ระเบียบและความมั่นคง’ 

วันที่ 27 ตุลาคม 2566 กลุ่มนักวิจัย The World Justice Project เผยแพร่ดัชนีหลักนิติธรรม (Rule of Law Index) ประจำปี

UNESCO และ WHO ผลักดัน ‘โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ’ เพื่อให้สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของนักเรียน

ยูเนสโก (UNESCO) และ องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดตัวชุดข้อมูลสำหรับ ‘Global Standards for Health-promoting Schools หรือ มาตรฐานสากลสำหรับโรงเรียนส่งเส…

UN เผยแพร่ The Global Report on Ageism พบว่า ‘การเหยียดอายุ’ ส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้สูงอายุ

รายงานจากสหประชาชาติ “The Global report on ageism” ซึ่งเผยแพร่เมื่อ 18 มีนาคม 2021 ระบุว่า เราจะพบคนที่มีทัศนคติแบบเหยียดอายุ (Ageist) ในทุกๆ สอ…

ค้นหา