สภาสหรัฐฯ ออกกฎหมายบังคับให้ผู้ผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ ติดตั้งเทคโนโลยีป้องกันเมาแล้วขับในรถ ภายในปี 2026

สภาคองเกรสแห่งสหรัฐอเมริกาออกข้อกฎหมายใหม่บังคับให้ผู้ผลิตรถยนต์คันใหม่ที่จะวางจำหน่ายตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป ต้องพัฒนาเทคโนโลยีที่ดีที่สุดสำหรับตรวจจับและหยุดผู้ขับขี่ที่มีอาการมึนเมา และติดตั้งในรถทุกคัน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากการเมาแล้วขับ

กฎหมายข้อบังคับนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเพื่อปรับปรุงความปลอดภัยบนท้องถนน 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมายโครงสร้างพื้นฐานฉบับใหม่ (Bipartisan Infrastructure Law) ซึ่งมีการจัดงบประมาณสูงถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐของรัฐบาลประธานาธิบดี โจ ไบเดน เพื่อใช้กับการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานในทุกด้านของสหรัฐอเมริกา ซึ่งนอกจากการพัฒนาระบบตรวจจับผู้ขับที่เมาแล้วขับตั้งแต่ในรถแล้ว งบประมาณส่วนนี้จะถูกใช้เพื่อพัฒนาเส้นทางจักรยานที่ปลอดภัยขึ้น และเพิ่มพื้นที่สีเขียวบนท้องถนนให้มากขึ้นด้วย

เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา หน่วยงานด้านความปลอดภัยทางจราจรบนถนนหลวงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (National Highway Traffic Safety Administration : NHTSA) รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางท้องถนนประมาณ 20,160 คนในช่วงครึ่งแรกของปี 2021 ซึ่งเป็นตัวเลขรวมในครึ่งปีแรกที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2006 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการใช้ความเร็วสูง การขับขี่เมื่อผู้ขับมีความสามารถบกพร่อง เช่น อยู่ภายใต้ฤทธิ์ยาหรือแอลกอฮอล์ และการไม่ขาดเข็มขัดนิรภัย ซึ่งในแต่ละปี จะมีรายงานผู้เสียชีวิตในสหรัฐฯ ประมาณ 10,000 รายจากอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคแอลกอฮอล์ ซึ่งคิดเป็นเกือบ 30% ของการเสียชีวิตจากการจราจรทั้งหมด

กฎหมายใหม่ฉบับไม่ได้ระบุว่าถึงความชัดเจนของมาตรฐานเทคโนโลยีดังกล่าว เพียงแต่ต้องสามารถ “ตรวจสอบประสิทธิภาพของผู้ขับขี่ยานยนต์เชิงรับเพื่อระบุว่าผู้ขับขี่รายนั้นอาจมีความบกพร่องหรือไม่ได้อย่างแม่นยำ” อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายมีความเห็นว่าข้อบังคับนี้ยังมีความคลุมเครืออยู่มาก อีกทั้งยังมีข้อกังวลทั้งในประเด็นความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้ขับขี่ และในแง่กฎหมาย ว่าความผิดจะตกอยู่ที่ฝ่ายใดหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น ระหว่างผู้ขับขี่ที่มีความมึนเมา และ ผู้ผลิตรถยนต์ที่ไม่สามารถตรวจจับได้อย่างทันท่วงที ซึ่งกรมขนส่งจะต้องพิจารณาการบังคับใช้กฎหมายนี้อย่างไรให้เหมาะสมต่อไปในอนาคต

ประเด็นดังกล่าว เกี่ยวข้องกับ
#SDG3 การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
- (3.6) ลดจำนวนการตายและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุจากการจราจรทางถนนทั่วโลกลงครึ่งหนึ่ง ภายในปี พ.ศ. 2563
#SDG 9 โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม และอุตสาหกรรม
- (9.1) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพ เชื่อถือได้ยั่งยืนและมีความต้านทานและยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานของภูมิภาคและที่ข้ามเขตแดนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาทางเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์

ที่มา :
Congress’ new mandate to carmakers: Figure out a way to stop drunk driving (NPR)
Infrastructure bill says anti–drunk driving technology must be built into new cars. But what that actually means is unclear. (Fortune)

Last Updated on พฤศจิกายน 26, 2021

Author

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

3 ภารกิจให้บริการสุขภาพจิตอย่างครอบคลุมที่ควรได้รับเงินทุนเป็นอันดับแรก ตามคำแนะนำของธนาคารโลก

สถานการณ์โรคระบาดนอกจากจะทำให้ผู้คนเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส ซ้ำร้ายยังเสี่ยงที่จะมีปัญหาสุขภาพจิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มประชากรที่เปราะบาง อาทิ คนว่…

Snapshot การอพยพโยกย้ายถิ่นฐานในช่วงโควิด-19 กับแนวทาง 3 ข้อให้การเคลื่อนย้ายปลอดภัย เป็นระเบียบ และปกติ

หลังจากที่ประชาคมระหว่างประเทศให้การรับรองข้อตกลงระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐานที่ปลอดภัย เป็นระเบียบ และปกติ (Global Compact for Safe, Orderly …

UNESCO รับรอง ‘โคราชจีโอพาร์ค’ เป็นอุทยานธรณีแห่งที่ 4 ของโลก

จากการประชุมคณะกรรมการบริหารองค์การยูเนสโก ครั้งที่ 216 (216th session of the Executive Board) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 24 พฤษภาคม ที่องค์การยูเนสโก…

Thai Climate Justice for All – NGO ที่ใช้ ‘มานุษยวิทยา’ บุกเบิกความเป็นธรรมทางสภาพภูมิอากาศในไทย  

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดน้ำท่วมหาดใหญ่เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นภัยพิบัติรุนแรงที่สร้างผลกระทบต่อประช…

ค้นหา