เพียงหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าอาจไม่พอ แต่ต้องทำให้เมืองเป็น “compact city” ด้วย ถึงจะลดการปล่อยก๊าซได้เร็วขึ้น

การจัดการกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคขนส่งในเมือง แม้จะเป็นเพียงจุดเล็กแต่มีนัยสำคัญต่อการจัดการกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กระนั้น นักวิจัยระบุว่า การสนับสนุนให้ผู้คนหันมาใช้ยานพาหนะไฟฟ้า อาทิ รถยนต์ไฟฟ้า จะสัมฤทธิ์ผลไปในทิศทางที่ดี ต้องมาพร้อมกับการผลักดันการพัฒนาเมืองให้เป็น “เมืองกะทัดรัด” หรือ “เมืองกระชับ” (compact city) มากยิ่งขึ้น กล่าวคือ ต้องเป็นเมืองที่เดินได้ ปั่นจักรยานได้ และเน้นพัฒนาขนส่งสาธารณะด้วย เมื่อมีองค์ประกอบที่ว่านี้จึงจะช่วยผนึกกำลังปรับเมืองให้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เร็วมากยิ่งขึ้น

Heather Thompson CEO ของ Institute for Transportation and Development Policy มีความเห็นว่า การหันมาสนับสนุนการใช้ไฟฟ้าขับเคลื่อนยานพาหนะ โดยให้ทุกคนออกไปหาซื้อยานพาหนะอิเล็กทรอนิกส์มาครอบครอง ไม่ใช่ว่าจะช่วยแก้ปัญหาได้

งานวิจัยของสถาบันดังกล่าว ศึกษาฉากทัศน์ของระบบการขนส่ง 4 รูปแบบ ได้แก่

  1. การดำเนินงานอย่างที่เคยเป็นมา (business-as-usual)
  2. การปรับปรุงขนานใหญ่ให้ขนส่งสาธารณะและเอกชนขับเคลื่อนด้วยอิเล็กทรอนิกส์/ไฟฟ้า (massive electrification) ภายในปี 2593
  3. การเปลี่ยนแปลงให้การขนส่งส่วนใหญ่ภายในเมือง (major shift) ไม่ต้องใช้รถยนต์ (non-car) และ
  4. การพัฒนาโดยมีส่วนผสมของการเปลี่ยนแปลงทั้งยานพาหนะที่หันมาขับเคลื่อนด้วยอิเล็กทรอนิกส์/ไฟฟ้า ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงภาคขนส่งของเมืองด้วย (high EV+ shift combination)

ผลสรุปจากการศึกษาพบว่า หากตั้งเป้าหมายของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยทำให้โลกร้อนขึ้นน้อยกว่า 2 องศาเซียลเซียสตามข้อตกลงปารีส ฉากทัศน์ที่เป็นการผสมผสานวิธีการทั้งตัวยานพาหนะและการพัฒนาเมืองด้วย (ข้อ 4) จะช่วยให้ภายในปี 2563 – 2593 สามารถดำเนินการได้สัมฤทธิ์ผลโดยสอดคล้องกับเป้าหมายของข้อตกลงปารีส

หัวใจสำคัญที่มากไปกว่าการหันมาใช้ยานพาหนะ/รถยนต์ไฟฟ้าคือ จะต้องเป็นการผลักดันการผสมสารดังกล่าวให้เกิดขึ้นในสเกลของระดับโลก โดยจะต้องทำไปพร้อมกับการลดจำนวนยานพาหนะบนท้องถนนลง ขณะเดียวกัน วิธีการที่เห็นชัดเป็นรูปธรรมและทำได้อย่างรวดเร็วมากที่สุด คือการสนับสนุนเลนปั่นจักรยานและทางเดิน ซึ่งเป็นการพัฒนาเมืองและระบบขนส่งให้สามารถเข้าถึงในทุกที่ที่มีผู้อยู่อาศัย ในแง่นี้ จึงเป็นการปรับวิธีคิดด้วยที่ว่า จะต้องเป็นการพัฒนาเมืองและระบบขนส่งที่คำนึงถึงคนในเมืองก่อนเป็นอันดับแรกมากกว่าการคิดถึง “รถยนต์” ก่อนเป็นอันดับแรกอย่างที่เป็นแนวคิดหลักในปัจจุบัน

ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนเมืองให้เป็น “เมืองกะทัดรัด” ภายในปี 2593 จะสามารถช่วยลดต้นทุนของภาคขนส่งสาธารณะและเอกชนในเมืองลงได้ราว 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปีเมื่อเปรียบเทียบกับฉากทัศน์การดำเนินงานอย่างที่เคยเป็นมา (ข้อ 1) และทางเลือกการปรับให้ยานพาหนะขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (ข้อ 2)

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG11 เมืองและการตั้งถิ่นฐานที่ยั่งยืน
-(11.2) จัดให้มีการเข้าถึงระบบคมนาคมขนส่งที่ยั่งยืน เข้าถึงได้ ปลอดภัย ในราคาที่สามารถจ่ายได้ สำหรับทุกคน พัฒนาความปลอดภัยทางถนน โดยการขยายการขนส่งสาธารณะ และคำนึงเป็นพิเศษถึงกลุ่มคนที่อยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบาง ผู้หญิง เด็ก ผู้มีความบกพร่องทางร่างกาย และผู้สูงอายุ ภายในปี 2573
#SDG13 การจัดการและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
-(13.3) พัฒนาการศึกษา การสร้างความตระหนักรู้ และขีดความสามารถของมนุษย์และของสถาบันในเรื่องการลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับตัว การลดผลกระทบ และการเตือนภัยล่วงหน้า

แหล่งที่มา:
Electric vehicle and ‘compact’ city combo could reach emissions targets (Thomson reuters foundation)

Last Updated on ธันวาคม 18, 2021

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

เลขาธิการ UN แถลง 10 ประเด็น ที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษในปี 2021

เลขาธิการสหประชาชาติ นาย Antonio Guterres ได้แถลงเกี่ยวกับ 10 ประเด็นที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษในปี 2021 และกล่าวกับรัฐบาลทั่วโลกว่าหลังจาก “โศกนาฏก…

การศึกษาพบว่า หากสหรัฐฯ ยุติบริการทำแท้งทั้งประเทศ การเสียชีวิตในหญิงตั้งครรภ์อาจสูงขึ้นกว่าเดิมถึง 21%

การศึกษาใหม่ประเมินตัวเลขการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ ในกรณีที่สหรัฐอเมริกายกเลิกการให้บริการสาธารณสุขเพื่อยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยทั่ว…

‘ภัยคุกคามทางไซเบอร์’ เพิ่มขึ้นในช่วงโควิด-19 หาประโยชน์ทางการเงิน – ข้อมูล ในวันที่ผู้คนพึ่งพาพื้นที่ทางออนไลน์

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่หลายภาคส่วนพึ่งพากับระบบออนไลน์มากขึ้น ข้อมูลจากองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (INTERPOL) ที่ได้ติดตามและวิเคร…

SDG Recommends | รายงานร่วมตามกระบวนการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชน (UPR) โดย FIDH iLaw ศูนย์ทนายสิทธิฯ และ สสส.

Universal Periodic Review (UPR) เป็นกระบวนการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ที่ประเทศสมาชิกสหประชาชาติทั้ง 1…

ค้นหา