การลดเงินอุดหนุนยารักษาโรคในเลบานอน ทำให้ค่ายาแพงและอาจมีจำนวนประชากรเสียชีวิตเพิ่มขึ้น

เลบานอนเป็นประเทศหนึ่งที่เผชิญกับปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกือบ 3 ใน 4 ของประชากรถูกผลักสู่ความยากจน และยังประสบกับค่าเงินที่ลดลงและราคาสินค้าที่สูงขึ้น ในความยากลำบากนี้ รวมถึงการที่รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขลดงบประมาณเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายทางการรักษาและยารักษาโรค (medication subsidies) จาก 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน เป็น 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือนเมื่อพฤศจิกายนที่ผ่านมา ส่งผลให้ค่ารักษาพยาบาลและยารักษาโรคในบางประเภทแพงขึ้นถึง 4 เท่า

แพทย์บางส่วนกังวลว่าสถานการณ์เช่นนี้อาจทำให้มีจำนวนการเสียชีวิตของประชาชนชาวเลบานอนเพิ่มสูงขึ้นจากเหตุที่ยารักษาโรคมีราคาแพงเกินไป ขณะที่ Amnesty International ให้ความเห็นว่า การดำเนินการดังกล่าวเท่ากับว่ารัฐล้มเหลวที่จะปกป้องสิทธิในสุขภาพและการมีชีวิตที่ดีของประชาชนภายในประเทศ

Lynn Maalouf รองผู้อำนวยการ Amnesty ประจำภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือระบุว่า การยกเลิกเงินอุดหนุนค่ารักษาพยาบาลและยารักษาโรคโดยที่ไม่มีการให้ความคุ้มครองทางสังคมใด ๆ เป็นหลักประกันว่าประชาชนจะสามารถเข้าถึงยารักษาโรคที่จำเป็นได้นั้น เป็นการกระทำที่สะเพร่า

ปัญหาค่ารักษาพยาบาลและราคายารักษาโรคที่แพงเกินไปจนไม่สามารถซื้อหาได้ (unaffordable) ได้รวมถึงค่าใช้จ่ายในประเภทของการบำบัดรักษาโรคด้วย โดยมีวงเงินอยู่ในกรอบ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ จนถึง 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขึ้นอยู่กับประเภทของโรค ระยะของโรค และแผนการบำบัดรักษา

ไม่เพียงเท่านั้น เลบานอนยังเผชิญกับสถานการณ์ “การขาดแคลนยา” เป็นปัญหาที่ซ้อนทับอยู่ในเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่ประชาชนไม่สามารถจ่ายไหว จากเหตุที่มีผู้นำเข้ากักตุนยารักษาโรคเพื่อขายทำกำไรในอนาคต สถานการณ์ที่ว่านี้นำไปสู่ความไม่พอใจของประชาชนจนเกิดการประท้วงอยู่บ่อยครั้ง

ทั้งนี้ ในประเด็นด้านการให้การอุดหนุนสินค้าของเลบานอน ธนาคารกลางของประเทศได้มีความพยายามให้การอุดหนุนทางการเงินทั้งยารักษาโรค เชื้อเพลิง และข้าวสาลีมาหลายปี เพื่อให้สามารถคงอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ได้ที่ 1 – 1,500 ปอนด์เลบานอน แต่เมื่อมูลค่าของสกุลเงินท้องถิ่นเริ่มลดลงตั้งแต่ช่วงกลางปี 2562 ทำให้ธนาคารตัดสินใจดึงเงินอุดหนุนกลับมาใช้เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศเพื่อไม่ให้เงินอ่อนค่าจนเกินไปและรักษาค่าเงินได้

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG3 สุขภาพและสุขภาวะที่ดี
-(3.8) ส่งเสริมการมีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า รวมถึงการป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน การเข้าถึงการบริการสาธารณสุขจำเป็นที่มีคุณภาพ และเข้าถึงยาและวัคซีนจำเป็นที่ปลอดภัย มีประสิทธิผล มีคุณภาพ และมีราคาที่สามารถซื้อหาได้
#SDG8 การเติบโตทางเศรษฐกิจและงานที่มีคุณค่า
#SDG16 สังคมที่สันติสุข ครอบคลุม ยุติธรรม สถาบันมีประสิทธิผล

แหล่งที่มา:
Lebanon cancer patients living in fear after drug subsidies lift (Al jazeera)

Last Updated on ธันวาคม 19, 2021

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

วิธีการเพาะปลูกแบบไม่ไถพรวนดิน ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มปริมาณคาร์บอนที่เก็บในดิน

งานวิจัยศึกษาพื้นที่เกษตรทั่วสหราชอาณาจักร พบว่าแนวทางการทำไร่ทำสวนแบบใหม่โดยไม่ต้องเตรียมหน้าดินด้วยการไถพรวน (no-trill farming) แต่ทำหลุมในดินเพื่อ…

ผู้หญิงเป็นแนวหน้าของบุคลากรสาธารณสุขที่ให้บริการสุขภาพ แต่อยู่ในตำแหน่ง ‘ผู้นำ’ น้อยกว่าผู้ชาย

บุคลากรทางแพทย์และการสาธารณสุขในโลก มีสัดส่วนผู้หญิงคิดเป็น 70% ทว่ามีเพียง 25% เท่านั้นที่อยู่ในตำแหน่งผู้นำอาวุโส

องค์การอนามัยโลกร่วมกับ Women …

กระทรวงทรัพยากรฯ ประกาศให้ ‘เตาเผาศพ’ เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษ หวังลดอากาศเสียในสิ่งแวดล้อม

สังคมไทยเป็นสังคมที่คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ซึ่งมีวิธีการจัดการศพผ่านการเผาด้วยเตาเผาศพเป็นหลัก โดยปัจจุบันมีจำนวนเตาเผาศพจากวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศปร…

ความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลร่วมกันของ Blockchain จะเป็นเครื่องมือสร้าง Smart City ได้อย่างไร ?

ในปัจจุบันคำว่า Smart City เป็นที่ให้ความสนใจจากหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก เช่น ในกรณีประเทศญี่ปุ่นได้มีการออกรายงาน “white paper on reference architecture…

ค้นหา