ของมันต้องมี? แบรนด์ Trestique ผลิตเครื่องสำอางแบบรีฟิล ใช้ได้ตลอดไปไม่ก่อขยะเพิ่ม

พาเลทอายแชโดว์ 8 สียังเป็นของมันต้องมีอยู่ไหม? แบรนด์เครื่องสำอางที่ไม่ทดลองกับสัตว์และได้รับการรับรอง PETA อย่าง Trestique ยึดหลักเมคอัพสไตล์มินิมอลเป็นไลน์สินค้า “essential 8” เซตแต่งหน้าพื้นฐานครบเครื่องแค่ 8 ชิ้นแท่งเนื้อครีมเครยอน ไม่ต้องมีพาเลทให้เยอะจนกลายเป็นเครื่องสำอางวางทิ้ง

เข้าถึงแบรนด์ได้ที่ : http://www.trestique.com/

และเมื่อกันยายน 2564 ที่ผ่านมา Trestique ปรับแบรนด์อีกครั้ง และเป็นครั้งแรกของวงการเครื่องสำอางที่ใช้ระบบผลิตขยะเป็นศูนย์ “zero-waste” สร้างผลิตภัณฑ์ 2-in-1เป็นเนื้อครีมและพู่กันในแท่งเดียว มีจุดเด่นที่ตัวสินค้าทำมาจากวัสดุอลูมิเนียมและพลาสติกรีไซเคิลที่สามารถใช้งานได้อย่างทนทานตลอดไป โดยสามารถ “รีฟิล” เติมรองพื้น บรัชออน ลิปสติก และอายชาโดว์ได้ใหม่เมื่อใช้งานจนหมดแท่ง เป็นการใช้จ่ายที่คุ้มค่าซึ่งแบรนด์มองว่า “ซื้อครั้งเดียว ใช้งานได้ตลอดไป และไม่ก่อขยะเพิ่ม”

ในส่วนการผลิตบรรจุภัณฑ์ แบรนด์สามารถลดการใช้พลาสติกใหม่ หรือ virgin plastic ได้มากกว่า 90% แทนที่ด้วยการใช้วัสดุรีไซเคิล 86% ซึ่งเป็นจำนวนที่มากสำหรับการริเริ่มทำในวงการแบรนด์เครื่องสำอาง ทั้งรูปลักษณ์ดีไซน์ของสินค้ายังเป็นการออกแบบที่แบรนด์พยายามมองไปถึงการลดผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อม และใช้เวลาเกือบสองปีในการพัฒนาตัวบอดี้ของผลิตภัณฑ์สินค้าให้มีความคงทน สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานไม่แตกหักง่าย เพื่อตอบโจทย์การรีฟีลสินค้าในส่วนเนื้อครีมเมื่อใช้งานจนหมดได้บ่อยครั้ง

สำหรับตัวตลับรีฟีล อันที่จริงแล้วมีขนาดเล็กที่จะต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะสำหรับการรีไซเคิล ดังนั้น แบรนด์จึงร่วมมือกับ PACT เพื่อให้สามารถรีไซเคิลทั้งผลิตภัณฑ์เก่าและตลับรีฟีลได้ โดยผู้บริโภคสามารถส่งตลับรีฟิลที่จะต้องการรีไซเคิลไปยัง PACT เพื่อดำเนินการต่อไป

จุดเด่นอีกข้อของแบรนด์ คือการนำเสนอระบบสมัครสมาชิก (subscription) ที่จะเอื้อความสะดวกให้กับผู้บริโภคในการวางแผนรีฟิลสินค้าแบบอัตโนมัติตามแต่แผนการใช้ผลิตภัณฑ์ของผู้บริโภคแต่ละคน โดยสามารถเลือกกำหนดเวลารีฟิลได้ทุก 4, 6, 8 หรือ 12 สัปดาห์ และเลือกบริการให้รับรีไซเคิลสินค้าได้ด้วย

นอกจากนั้น แบรนด์ยังแสดงความมุ่งมั่นพัฒนาสินค้าโดยรับหลักการความเป็นกลางทางคาร์บอน (carbon neutral) มาใช้ กล่าวคือ มีการวิเคราะห์จำนวนคาร์บอนที่ถูกปล่อยออกมาในระหว่างกระบวนการผลิต และระหว่างการขนส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภค โดยทำงานร่วมกับ Carbonfund.org ในการชดเชยคาร์บอน (carbon offset) ด้วย

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG12 การผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน
– (12.5) ลดการผลิตของเสียโดยการป้องกัน การลด การแปรรูปเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ และการนำมาใช้ซ้ำ ภายในปี 2573

แหล่งที่มา:
Refill revolution: Trestique brings refillable, one-stop makeup routine to promote repeat buys (cosmetics design)
trestique FAQ (trestique)
trestique Supscription (trestique)
trestique Zero-Waste (trestique)
Meet trestique + Co-Founder Jenn Kapahi (youtube)

Last Updated on กุมภาพันธ์ 4, 2022

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

The Body Shop ผลิตภัณฑ์ด้านความงาม เปิดตัว ‘Refill stations’ วางแผนติดตั้งทุกสาขาทั่วสหรัฐฯ หวังช่วยลดการใช้บรรจุภัณฑ์จากพลาสติก

หลายคนคงคุ้นเคยชื่อกันเป็นอย่างดีกับแบรนด์ “The Body Shop” ผลิตภัณฑ์ด้านความงามสัญชาติอังกฤษ ซึ่งไม่ได้มีความโดดเด่นในด้านความงามเพียงเท่านั้น แต่ Th…

ก.ค. นี้ เตรียมพร้อมเปิดตัว “รายงานการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย” ผ่านเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างภาคส่วนการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย พ.ศ. 2565

เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างภาคส่วนที่เกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย เป็นเวทีที่สนับสนุนการสื่อสารความรู้ไปสู่นโยบายอย่างมีส่วนร่วมในการดำเ…

จากผ้าอ้อมใช้งานแล้วสู่กระดาษโน้ตติดกาว ตัวอย่างการรีไซเคิลเชิงเคมีที่ช่วยลดขยะและภาวะโลกร้อน

เป็นเรื่องยากที่โลกจะกำจัดกองภูเขาขยะจากผ้าอ้อมเปียกที่ใช้งานแล้วราว ๆ 3.5 เมตริกตันในทุก ๆ ปี ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนจึงได้คิดค้นเทคนิครีไซ…

‘รถเมล์พุ่มพวง’ ขายอาหารราคาย่อมเยาให้คนยากจน บรรเทาความหิวโหย – สนับสนุนวิถี ‘ขยะเป็นศูนย์’ ในแอฟริกาใต้

มาตรการล็อคดาวน์อย่างเข้มงวดของเมืองในแอฟริกาใต้เมื่อปีก่อนส่งผลอย่างยิ่งต่อประชาชน ที่ 1 ใน 5 อยู่กับความหิวโหย และ 7.2 ล้านคน (32.5%) กลายเป็นคนว่า…

ค้นหา