UN และพันธมิตรเปิดตัวแคมเปญ #LetMeLearn ก่อนการประชุมสุดยอดด้านการศึกษา – หลังพบว่าเด็ก 260 ล้านคนทั่วโลกไม่ได้เรียนหนังสือ

แม้จะมีหมุดหมายว่าเด็กทุกคนจะได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ แต่ปัจจุบันพบว่าเด็กและเยาวชนหลายร้อยล้านคนกลับต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา เนื่องจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ที่ทำให้วิกฤตทางด้านการศึกษาทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เป็นเหตุให้องค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN) จึงผนึกความร่วมมือกับองค์กรการกุศลเด็ก Theirworld และองค์กรอื่น ๆ ในภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เปิดตัวแคมเปญ #LetMeLearn เพื่อเรียกร้องให้ผู้นำระดับโลกรับฟังเสียงของเด็กเเละเยาวชนพร้อมเตรียมแผนและงบประมาณที่จำเป็นในการจัดให้มีการศึกษาที่มีคุณภาพสำหรับเด็กทุกคน

สถานการณ์การศึกษาภาพรวมทั่วโลกอยู่ในภาวะวิกฤต ผลการสำรวจโดย Theirworld พบว่า มีเด็กจำนวนกว่า 260 ล้านคนไม่ได้เรียนหนังสือ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กผู้หญิง สภาวะดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนการระบาดโควิด-19 ทั้งในประเทศร่ำรวยและประเทศยากจน แต่ผลจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ยิ่งส่งผลให้เด็กและเยาวชนหลุดจากระบบการศึกษาเพิ่มขึ้น แม้ว่าในทางกลับกันเด็กอีกนับล้านคน จะได้รับการศึกษาอยู่ในโรงเรียน แต่ก็ยังไม่ได้รับการเรียนรู้ทักษะพื้นฐานตามที่ต้องการ เนื่องจากในบางโรงเรียนยังคงมีหลักสูตรที่ล้าสมัย และขาดความเชื่อมโยงกับดิจิทัล (digital connectivity) ซึ่งเป็นปัญหาและข้อกังวลที่เด็กยังต้องต้องเผชิญ 

แคมเปญ #LetMeLearn จึงเกิดขึ้นด้วยความมุ่งหวังแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ผ่านการนำเสียง ความกังวล และแนวคิดของเด็กเเละเยาวชนมาแสดงออกสู่เวทีโลก เพราะสำหรับเด็กเเละเยาวชนรุ่นนี้ นับว่าได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤตต่าง ๆ ทั้งจากโรคระบาด วิกฤตสภาพภูมิอากาศ ความขัดแย้ง รวมถึงความท้าทายอื่น ๆ อีกมากมายที่ต้องเผชิญ

การรณรงค์แคมเปญ #LetMeLearn ครั้งนี้ ได้ระดมเด็กเเละเยาวชน มาบอกเล่าถึงปัญหาและเรื่องราวความต้องให้เกิดการดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อนำกลับมาซึ่งการศึกษาที่มีคุณภาพแก่เด็กทุกคนและผลักดันปัญหาที่เด็กและเยาวชนสะท้อนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาในการประชุมสุดยอดการปฏิรูปด้านการศึกษา หรือ Transforming Education Summit (TES) ที่เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (UN Secretary General) จะจัดขึ้นในวันที่ 19 กันยายนนี้ เพื่อกำหนดวิสัยทัศน์ใหม่สำหรับการศึกษาที่จะให้ผู้เรียนทุกวัยได้มีทักษะ ความรู้ และคุณค่าตามความต้องการสำหรับความเจริญเติบโต ซึ่งแคมเปญดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนจากหลากหลายภาคส่วน อาทิ สหประชาชาติ (UN), องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูนิเซฟ (United Nations Children’s Fund: UNICEF), กองทุนการศึกษาโลก (Global Partnership for Education), การดำเนินการของแพลตฟอร์ม Global Citizen และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร  (Non-Profit Organization หรือย่อว่า NPO) รวมถึง องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล (Plan International), Hello World และ ศูนย์การเรียนรู้ในลาฮอร์ (Idara-e-Taleem-o-Aagahi : ITA) ในปากีสถาน พร้อมทั้งมีเหล่าคนดังจำนวนมากอย่าง Stephen Fry และ Matt Lucas ร่วมแสดงการสนับสนุนแคมเปญผ่านบนโซเชียลมีเดียอีกด้วย 

อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวเตือนว่า “การศึกษาทั่วโลกกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต” ซึ่งสังเกตได้ว่าวิกฤตในห้องเรียนนั้น “เเม้ว่าวิกฤติการศึกษาจะค่อย ๆ ลุกลามขึ้นเเละอาจมองเห็นไม่ชัดเจน เเต่ผลที่ตามมานั้นกลับกระทบทั่วทุกอณูทั้งต่อปัจเจก สังคม เเละอนาคตที่มีร่วมกันของเราทุกคน”

เด็กและเยาวชนหลายคนกำลังตั้งคำถามถึงความเชื่อมโยงของระบบการศึกษาและหลักสูตรสำหรับโลกในปัจจุบัน ซึ่งการสำรวจจากทั่วโลกที่จัดทำโดย Theirworld พบว่า กว่าสองในสามของผู้ตอบแบบสำรวจรู้สึกว่าผู้นำกำลังบิดพลิ้วต่อคำสัญญาที่ว่าจะให้การศึกษาที่มีคุณภาพ ซึ่งผู้นำระดับโลกนั้น ถือเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะต้องดำเนินการใดเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยองค์การสหประชาชาติ SDG4 (การศึกษาที่มีคุณภาพ) ซึ่งการรณรงค์ครั้งนี้ก็เพื่อหวังว่าผู้นำระดับโลกที่เข้าร่วมการประชุม จะให้ความสนใจกับเสียงและความคิดเห็นของผู้เรียนผ่านแคมเปญนี้ ซึ่งได้รวบรวมประสบการณ์และมุมมองที่หลากหลายที่ได้รับจากเด็กเเละเยาวชนทั่วทุกมุมโลก นำไปสู่การอภิปราย การตัดสินใจ และผลลัพธ์ของการประชุม

สำหรับแคมเปญ #LetMeLearn ยังเปิดให้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นองค์กรที่ทำงานด้านการศึกษา หรือผู้สนใจทั่วไป สามารถมีส่วนร่วมกับแคมเปญนี้ โดยสร้างและแบ่งปันคลิปวิดีโอสั้น ๆ  ในประเด็นที่อยากนำเสนอเพื่อผลักดันไปสู่การประชุมสุดยอดที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ร่วมกันได้บนโซเชียลมีเดียต่าง ๆ โดยติด #LetMeLearn หวังว่าพวกเราทุกคนจะเป็นเสียงส่วนหนึ่งที่ร่วมขับเคลื่อนและสร้างโอกาสทางด้านการศึกษาที่ยั่งยืนให้เกิดขึ้นแก่เด็กและเยาวชนทุกคน

● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
ยูเนสโกประกาศ ‘การศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน’ ต้องเป็นองค์ประกอบหลักของระบบการศึกษาทุกระดับภายในปี 2568 – SDG Move 
ฝึกฝนครู – เชื่อมต่อ digital divide – คิดหลักสูตรใหม่ จินตนาการถึงการศึกษารูปแบบใหม่ในช่วงวิกฤติโรคระบาด – SDG Move 
การศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (ESD) เป็นความเร่งด่วนสำหรับเด็ก แต่หลักสูตรการศึกษาในอาเซียนยังพัฒนาช้าเกินไป – SDG Move
‘Lost Potential Tracker’ – เครื่องมือชี้ให้ผู้นำประเทศทราบว่าโลกกำลังสูญเสียศักยภาพและการอ่านออกเขียนได้ของเด็กไปมากเท่าไรแล้ว – SDG Move
SDG Updates | หลักสูตรการศึกษาถึงเวลาต้องเปลี่ยน – เมื่อการต่อสู้กับ Climate Change เริ่มต้นที่ห้องเรียน 

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ
– (4.1) สร้างหลักประกันว่าเด็กชายและเด็กหญิงทุกคนสำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาที่มีคุณภาพ เท่าเทียม โดยไม่มีค่าใช้จ่าย นำไปสู่ผลลัพธ์ทางการเรียนที่มีประสิทธิผล ภายในปี 2573
– (4.5) ขจัดความเหลี่อมล้ำทางเพศด้านการศึกษา และสร้างหลักประกันว่ากลุ่มที่เปราะบางซึ่งรวมถึงผู้พิการ ชนพื้นเมือง และเด็ก เข้าถึงการศึกษาและการฝึกอาชีพทุกระดับอย่างเท่าเทียม ภายในปี 2573
– (4.7) สร้างหลักประกันว่าผู้เรียนทุกคนได้รับความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมไปถึง การศึกษาสำหรับการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการมีวิถีชีวิตที่ยั่งยืน สิทธิมนุษยชน ความเสมอภาคระหว่างเพศ การส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งความสงบสุขและไม่ใช้ความรุนแรง การเป็นพลเมืองของโลก และความชื่นชมในความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการที่วัฒนธรรมมีส่วนช่วยให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายในปี 2573
#SDG5 ความเท่าเทียมทางเพศ
– (5.1) ยุติการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบที่มีต่อผู้หญิงและเด็กหญิงในทุกที่

แหล่งที่มา: 
UN and partners roll out #LetMeLearn campaign ahead of key education summit 
#LetMeLearn campaign is growing rapidly into a global movement (Theirworld)

ผลงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ภายใต้โครงการเร่งรัดการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพของประเทศไทย

Last Updated on สิงหาคม 8, 2022

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นและรายละเอียดของท่านจะถูกเก็บเป็นความลับและใช้เพื่อการพัฒนาการสื่อสารองค์ความรู้ของ SDG Move เท่านั้น
* หมายถึง ข้อมูลที่จำเป็น